โคพันธุ์กบินทร์บุรี (Kabinburi Beef Cattle) |
|
| โคพันธุ์ใหม่ของกรมปศุสัตว์ โดยกองบำรุงพันธุ์สัตว์ได้ทำการศึกษาวิจัยตั้งแต่ปี พ.ศ. 2538 เป็นต้นมาจนถึงปัจจุบัน เกิดจากการผสมข้ามพันธุ์ระหว่างแม่โคพันธุ์ไทยบราห์มัน(Thai Brahman) ซึ่งเป็นโคเลือดอินเดียที่มีความดีเด่นเรื่องการทนร้อน ทนโรค และแมลงได้ดี และน้ำเชื้อพ่อโคพันธุ์ซิมเมนทอล(Simmental) ชั้นเยี่ยมจากต่างประเทศ ซึ่งเป็นโคยุโรปที่มีลักษณะกึ่งเนื้อและกึ่งนม |
|
|
| จากนั้นทำการผสมและคัดเลือกพันธุ์โคในฝูงให้มีระดับสายเลือดของโคพันธุ์ไทยบราห์มัน 50% และโคพันธุ์ซิมเมนทอล 50% โดยใช้วิธีการผสมพันธุ์ภายในฝูง(Inter se mating) คัดเลือกสัตว์ที่มีความดีเด่นในด้านความสามารถในการปรับตัวให้เข้ากับสภาพแวดล้อมของประเทศไทยได้ เลี้ยงง่าย โตเร็ว มีความสมบูรณ์พันธุ์สูง ให้ผลผลิตน้ำนมคุณภาพดี และให้เนื้อที่มีคุณภาพดี คือ ให้ทั้งเนื้อและนม เหมาะสมที่จะนำไปเผยแพร่ขยายพันธุ์ให้เป็นทางเลือกหนึ่งแก่เกษตรกรทั่วไป |
| ลักษณะประจำพันธุ์ |
หน้าผากโหนกหนา กลางกระหม่อมเรื่อยลงมาจนถึงสันจมูกมีสีขาวตั้งแต่น้อยไปถึงมาก ลำตัวหนาลึกพอประมาณ สะโพกใหญ่ ไหล่หนา มีขนสั้นเกรียน สีน้ำตาลอ่อนจนถึงสีน้ำตาลเข้ม มีตะโหนกเล็กน้อย เหนียงคอหย่อนยานพอสมควร หนังสะดือหย่อนยานเล็กน้อย |
| น้ำหนักแรกเกิด |
29-35 กิโลกรัม |
| น้ำหนักหย่านมปรับที่อายุ 200 วัน |
200 กิโลกรัม |
| อัตราการเจริญเติบโตเมื่อขุน |
1,100 กรัม/วัน |
| น้ำหนักเพศผู้เมื่อโตเต็มที่ |
800-900 กิโลกรัม |
| น้ำหนักเพศเมียเมื่อโตเต็มที่ |
500-650 กิโลกรัม |
| อายุเมื่อให้ลูกตัวแรก |
36 เดือน |
| ช่วงห่างการให้ลูก |
500 วัน |
| ผลผลิตน้ำนม |
เฉลี่ย 7 กิโลกรัม |
| เปอร์เซ็นต์ซาก |
54-56 % |
|
|
|
|
| |
|
|