โคพันธุ์ตาก (Tak Beef Cattle) |
|
| ประเทศไทยได้มีการนำเข้าโคเนื้อคุณภาพดีจากต่างประเทศเป็นจำนวนมากในแต่ละปี ทั้งๆ ที่น่าจะผลิตได้เองภายในประเทศ กรมปศุสัตว์ได้มีโครงการสร้างโคพันธุ์ตาก เพื่อเป็นโคที่ให้เนื้อคุณภาพสูง มีการเจริญเติบโตดี โดยการนำเอาข้อดีของโคทั้ง 2 พันธุ์เข้ามารวมไว้ในพันธุ์เดียวกัน พันธุ์แรกที่ใช้คือ "โคพันธุ์ชาร์โรเลส์(Charolais)" ซึ่งเป็นโคยุโรปที่มีอัตราการเจริญเติบโตสูง ให้เนื้อคุณภาพดี เปอร์เซ็นต์ซากสูง พันธุ์ที่ 2 คือ "โคพันธุ์ไทยบราห์มัน(Thai Brahman)" ซึ่งเป็นโคเลือดอินเดียที่มีความดีเด่นเรื่องการทนร้อน ทนโรค และแมลงได้ดี โดยคาดหวังว่าโคพันธุ์ตากจะเป็นโคพันธุ์ใหม่ ที่ช่วยเพิ่มศักยภาพการผลิตโคเนื้อของประเทศไทย โดยเฉพาะในธุรกิจโคขุนได้เป็นอย่างดี |
|
| ดังนั้น กรมปศุสัตว์ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จึงได้มอบหมายให้ศูนย์วิจัยและบำรุงพันธุ์สัตว์ตากเป็นผู้รับผิดชอบดำเนินโครงการ ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2529 เป็นต้นมา ดดยมาสถานีวิจัยทดสอบพันธุ์สัตว์ในภาคเหนือตอนล่าง ได้แก่ สถานีฯ พิษณุโลก และ สถานีฯ นครสวรรค์ ร่วมดำเนินการ |
|
|
|
| โคพันธุ์ตากเป็นพันธุ์โคเนื้อที่สร้างขึ้นใหม่จากการผสมพันธุ์และปรับปรุงพันธุ์ให้เป็นโคที่เติบโตเร็วในสภาพแวดล้อมการเลี้ยงดูของประเทศไทย มีสายเลือดโคพันธุ์ชาร์โรเลส์ 62.5% โคพันธุ์ไทยบราห์มัน 37.5% ให้เนื้อคุณภาพดีที่สามารถสนองความต้องการของตลาดเนื้อโคชั้นสูง ได้แก่ ภัตตาคารและโรงแรมชั้นนำ ทำให้ทดแทนการนำเข้าเนื้อโคคุณภาพดีจากต่างประเทศได้ |
|
|
| ลักษณะประจำพันธุ์ |
เป็นโคที่มีขนาดใหญ่ปานกลาง อกกว้างและลึกมาก หลังตรง สะโพกใหญ่ ไหล่หนา คอสั้น ลำตัวมองดูเป็นสี่เหลี่ยมผืนผ้า มีกล้ามเนื้อมาก ขนมีลักษณะสั้นเกรียน สีขาวครีมหรือน้ำตาลอ่อน หูกางขนาดเล็กและสั้นพอสมควร มีตะโหนกเพียงเล็กน้อย เหนียงคอหย่อนยานพอสมควร หนังสะดือหย่อนยานเล็กน้อย |
| น้ำหนักแรกเกิด |
29-32 กิโลกรัม |
| น้ำหนักหย่านมปรับที่อายุ 200 วัน |
เฉลี่ย 190 กิโลกรัม |
| อัตราการเจริญเติบโตเมื่อขุน |
1,400 กรัม/วัน |
| น้ำหนักเพศผู้เมื่อโตเต็มที่ |
800-1,000 กิโลกรัม |
| น้ำหนักเพศเมียเมื่อโคเต็มที่ |
500-600 กิโลกรัม |
| อายุเมื่อให้ลูกตัวแรก |
36 เดือน |
| ช่วงห่างการให้ลูก |
500 วัน |
| เปอร์เซ็นต์ซาก |
60-63 % |
|
|
|
|
|