การฝึกโคเนื้อเพื่อส่งเข้าประกวด
กรมปศุสัตว์ได้ส่งเสริมให้เลี้ยงโคบราห์มันเป็นพันธุ์พื้นฐานหลัก แต่มีการตื่นตัวในการเลี้ยงโคเนื้อพันธุ์ดีอื่นๆ ด้วย เช่น โคพันธุ์ตาก, โคพันธุ์กำแพงแสน, โคพันธุ์กบินทร์บุรี เป็นต้น ซึ่งใช้โคพันธุ์บราห์มันเป็นพันธุ์พื้นฐานทั้งสิ้น สำหรับโคบราห์มันในอเมริกาได้มีการปรับปรุงพันธุ์และคัดเลือกพันธุ์มานานแล้ว ในแต่ละปีเจ้าของฟาร์มโคบราห์มัน ซึ่งอยู่ในความควบคุมดูแลของสมาคมผู้บำรุงพันธุ์โคบราห์มันแห่งสหรัฐอเมริกา (AMERICAN BRAHMAN BREEDERS ASSOCIATION, ABBA) จะจัดส่งโคบราห์มันเพศผู้และเพศเมียเข้าร่วมประกวดตามงานประกวดโคที่จัดขึ้นในรัฐต่างๆ
หากโคบราห์มันของฟาร์มใด ได้รับรางวัลชนะเลิศมากๆ ก็ทำให้ฟาร์มนั้นมีชื่อเสียงมากขึ้น ซึ่งเป็นผลที่เกิดขึ้นโดยตรงจากการเข้าร่วมแข่งขันประกวดโค ฉะนั้น ทุกฟาร์มจึงพยายามปรับปรุงโคบราห์มันในฟาร์มของตนให้ดีขึ้นทั้งทางด้านพันธุกรรม ด้านการจัดการฟาร์มหรือปัจจัยอื่นๆ  ที่เกี่ยวข้องกับการเลี้ยงโค ปัจจุบันการเลี้ยงโคเนื้อในบ้านเรานั้นได้เริ่มตื่นตัวกันมากขึ้น หน่วยราชการและเอกชนบางรายได้มีการสั่งซื้อโคเข้ามาจากต่างประเทศจำนวนมาก ซึ่งเป็นปัจจัยหนึ่งที่ช่วยทำให้เกษตรกรผู้เลี้ยงโคสามารถปรับปรุงพันธุ์โคเนื้อของบ้านเราให้ดีและมีคุณภาพได้เร็วยิ่งขึ้น
จากเหตุผลดังกล่าวจะทำให้การประกวดโคในประเทศไทยต่อไปในอนาคตนั้นมีรูปแบบที่เป็นสากลมากขึ้น ดังนั้นเมื่อจะมีการประกวดโคเจ้าของฟาร์มแต่ละฟาร์มต้องมีการฝึกโคของตนให้เชื่อง เพื่อสามารถบังคับให้โคเดินหรือยืนในลักษณะต่างๆ ในสนามประกวด (SHOW RING) ได้อย่างสง่างามเพื่อให้กรรมการตัดสินสามารถใช้สายตา (EYE APPRAISAL) ตรวจสอบคุณลักษณะของโคแต่ละตัวได้ชัดเจนและถูกต้อง ขณะเดียวกันผู้เข้าชมการประกวดก็จะได้เรียนรู้และรับทราบลักษณะที่ดีของโคแต่ละตัวไปพร้อมกันด้วย นอกจากการแข่งขันการประกวดโคเองแล้วผลพลอยได้ในการจัดการประกวดโคคือการประกวดผู้ฝึกโค (SHOWMAN) ที่มีความสามารถในการบังคับโค ซึ่งในอนาคตจะเป็นอาชีพหนึ่งได้ต่อไป
 
อุปกรณ์ต่างๆ ที่ใช้ในการฝึกโค (TRAINING EQUIPMENT)
อุปกรณ์ต่างๆ ที่จำเป็น เช่น
1
ขลุมเชือก (ROPE HALTER)
6
เครื่องจี้บังคับโค (HOT – SHOT)
2
เชือกจูงโค (LEAD ROPE)
7
ขลุมโคโชว์ (SHOW LEATHER HALTER)
3
ไม้จัดท่าโค (SHOW STICK)
8
เครื่องพ่นอาบน้ำโค (SHOWER MACHINE) และสายยาง (WATER HOSE)
4
แปรง (BRUSH)
9
ห่วงจมูก (NOSE RING)
5
แปรงขดกลม (CURLY COMB)
10
สบู่เหลว (DETERGENT)
 
การฝึกโค (TRAINING)
การฝึกโคเนื้อ เพื่อที่จะทำให้เชื่องและจูงเดินได้นั้น ควรเริ่มตั้งแต่ลูกโคหย่านมเมื่ออายุ 6 – 7 เดือน หรือในกรณีที่เราเริ่มซื้อโครุ่นเพิ่งหย่านมเข้ามาเลี้ยงในฟาร์ม สำหรับต่างประเทศ เช่น สหรัฐอเมริกา ออสเตรเลีย นั้น มีการเลี้ยงโคเนื้อแบบปล่อยในทุ่งหญ้าตลอดเนื่องจากฟาร์มแต่ละฟาร์มมีพื้นที่มากและค่าแรงงานแพง ฉะนั้นจะเริ่มฝึกเมื่อนำลูกโคมาทำการหย่านม แล้วสำหรับในบ้านเรานั้น การเลี้ยงโคเนื้อค่อนข้างใกล้ชิดกว่า เราอาจสามารถสร้างความคุ้นเคยกับลูกโค ขณะที่อยู่กับแม่ได้
ในขั้นต้นเมื่อทำการหย่านมลูกโคแล้วก็ทำการใส่ขลุม (HALTER) แก่ลูกโคหลังจากนั้นปล่อยลูกโคเหล่านี้ไว้ในคอกปล่อยลานมีหญ้าและอาหารให้กิน ใช้เวลา 2-3 วัน ทั้งนี้เพื่อให้โคคุ้นเคยกับขลุมที่สวมและลดความเครียดที่เพิ่งหย่านมจากแม่ จากนั้นใช้เชือกจูง (LEAD ROPE) ผูกกับขลุม (HALTER) แล้วนำมาผูกตามเสาหรือรั้วในคอกควรเป็นที่ร่มเนื่องจากใช้เวลานานพอสมควร ใช้แปรงทำการแปรงขนโคเพื่อทำความสะอาดลำตัวและทำให้โคเชื่องขึ้น ขณะที่แปรงขนนี้ควรทำด้วยความนุ่มนวลและสงบ
ในระยะแรกนี้โคจะดิ้นและอาจไม่ค่อยยอมให้ถูกตัวมันบ้างแต่ต่อไปโคจะเริ่มเชื่องขึ้นและยอมให้แปรงขนเอง เมื่อแปรงขนเสร็จก็จะผูกโคทิ้งไว้วันละประมาณ 1 – 1.5 ชั่วโมง ใช้เวลาประมาณ 1 – 2 อาทิตย์ โคจะเริ่มเชื่องขึ้น พึงระลึกไว้ว่าการเข้าหาโคควรเข้าจากด้านซ้ายของลำตัวโคเนื่องจากเป็นด้านที่จะใช้เชือกผูกกับขลุมและจูงเดินได้ ถ้าเราจูงโคเดินทางด้านขวาของมันจะทำให้โคขัดขืน และไม่ยอมเดินได้
เริ่มนำโคออกมาฝึกเดินโดยจูงโคด้วยมือขวาของผู้ฝึกในระยะแรกโคอาจจะวิ่งบ้างเราต้องพยายามใช้มือทั้งสองข้างจับปลายเชือกเพื่อตรึงโคไว้ โดยพยายามตรึงปลายเชือกให้ชิดกับสะโพกของผู้ฝึกไว้ซึ่งจะสามารถตรึงโคได้ดีขึ้น เมื่อโคขัดขืนแบบนี้ให้เรามาอยู่ด้านหน้าของโคตรึงปลายเชือกไว้แล้วใช้มือกระตุกปลายเชือกในจังหวะสั้นๆ อย่างรวดเร็วจะทำให้โคชะงักจังหวะลงและเป็นการลงโทษโคไปในตัว
เมื่อโคอยู่นิ่งแล้วก็เริ่มทำการฝึกโคต่อไปโดยจับเชือกให้มีระยะห่างจากศีรษะโคประมาณ 12 – 18 นิ้ว ในระยะแรกโคจะขัดขืนและอาจไม่เดินตามให้หาคนช่วยอีกคนหนึ่งอยู่ทางหลังโคฝึกเพื่อคอยกระตุ้นให้โคเดินตามคนที่จูงมัน การกระตุ้นโคควรทำอย่างนุ่มนวล เช่น ตบสะโพกเบาๆ หรือใช้มือโค้งหางมัน ในกรณีที่มีโคฝึกจำนวนหลายตัวเราอาจดัดแปลงโดยผูกโคติดกับท้ายรถยนต์แล้วค่อยขับเคลื่อนอย่างช้าๆ โคจะเดินตามไปเองโดยผู้ช่วยอีกคนหนึ่งเดินตามหลังโคฝึกเพื่อคอยกระตุ้น ในกรณีที่โคบางตัวขัดขืนไม่ยอมเดินให้ใช้ไม้เรียวตีที่ขาหรือสะโพกควรหลีกเลี่ยงการใช้เครื่องจี้บังคับโค (HOT – SHOT) จี้โคเพราะทำให้โคเจ็บปวดและอาจดื้อยิ่งขึ้น
หลังจากที่ฝึกโคเดินแล้วขั้นต่อไปจะทำการฝึกโคให้ยืนในท่าที่เหมาะสม โดยใช้ไม้จัดท่าโค (SHOW STICK) ยาวประมาณ 4 ฟุต (ขนาดสั้น) ช่วยในการจัดท่ายืน โดยนำโคมายืนบนพื้นที่เรียบหรือให้พื้นบริเวณเท้าหน้าสูงกว่าเท้าหลังเล็กน้อยใช้มือซ้ายจับเชือกดึงขลุมขึ้นโคจะเงยศีรษะตาม มือขวาถือไม้จัดท่าโคที่เป็นตะขอ (SMALL BLUNT NAIL) ของปลายไม้จัดท่าโค (SHOW STICK) เกาไปมาบริเวณเหนียงคอและพื้นอกซึ่งจะทำให้โคยืนได้อย่างสงบขึ้น
เริ่มจัดเท้าหน้าของโคโดยให้เท้าทั้งคู่ยืนตรงชิดกันและขนานกัน ใช้ปลายไม้จัดท่าโคและตะขอกดหรือสะกิดเพื่อให้เท้าทั้งคู่ยืนในตำแหน่งที่ถูกต้อง บางครั้งผู้ฝึกอาจใช้เท้าของตัวเองช่วยเพื่อให้โควางตำแหน่งเท้าหน้าทั้งคู่ได้อย่างถูกต้องและเหมาะสมโดยให้มีระยะห่างประมาณ 4 – 6 นิ้ว
หลังจากนั้นก็เริ่มจัดวางตำแหน่งเท้าหลังโดยขั้นแรกให้ใช้ส่วนของตะขอของปลายไม้จัดท่าทางโคพร้อมทั้งเกาบริเวณหนังท้องหรือโคนหนังหุ้มลึงค์  (DEW LAP or SHEATH) พร้อมกันนั้นมือซ้ายที่จับเชือกนั้นให้ดึงกลับมาด้านหลังพอสมควร เพื่อจะเป็นสัญญาณให้โคทราบว่าจะจัดท่ายืนเท้าหลังต่อไป ใช้ส่วนปลายของไม้จัดท่าโคกดเหนือร่องกีบ (TOES) ให้ดึงขาไปด้านหลังและส่วนของตะขอดึงบริเวณด้านหลังที่ใต้นิ้วเท้า (DEW CLAW) ให้โคดึงขามาด้านหน้า พยายามจัดวางให้เท้าหลังวางในตำแหน่งเหมาะสมขนานกันห่างกันประมาณ 10 – 12 นิ้ว และข้อเข่าหักมุมเล็กน้อย อย่าให้เท้าหลังยืดออกไปด้านหลังเกินไปหรือเขยิบมาด้านหน้าเกินไป เพราะจะทำให้โคยืนในตำแหน่งไม่สมดุล เป็นผลให้เสียคะแนนได้ขณะที่แข่งขันประกวดกันอยู่ 
ในระยะแรกนั้น โคยังวางเท้าไม่ค่อยถูกตำแหน่งนักแต่เมื่อฝึกต่อไปเรื่อยๆ จะทำให้โคยืนถูกตำแหน่งเอง ปกติแล้วการฝึกโคเนื้อเพื่อเตรียมเข้าประกวดจะใช้เวลาอย่างน้อยประมาณ 2 – 3 เดือน จึงจะสามารถนำโคเข้าร่วมการแข่งขันในสนามประกวด (SHOW RING) ได้ ระหว่างที่กำลังฝึกโคนั้นผู้ฝึกอาจให้บุคคลอื่นช่วยดูข้อบกพร่องได้โดยให้โคยืนห่างจากผู้ฝึกและโคฝึกพอสมควร
ถ้าโคยืนในตำแหน่งที่ถูกต้องแล้วก็ให้ส่วนของตะขอของไม้จัดท่าโคเกาเบาๆ บริเวณหน้าอก ใต้ท้อง หรือขั้วลึงค์ไปเรื่อยๆ เพื่อให้โคยืนสงบนิ่ง ถ้าโคฝึกมีลักษณะหลังไม่ตรงบริเวณสัน (LOIN) นูนสูง สะโพก (RUMP) ต่ำลง ให้ใช้ตะขอของไม้จัดท่าโคกดลงบริเวณสันจะทำให้โคหลังตรง (STRAIGHT TOP LINE) ขึ้นพยายามฝึกให้โคยืนในตำแหน่งที่ส่วนกลางของศีรษะ (POLL) สูงกว่าแนวหลัง (TOP LINE) และตะโหนก (HUMP) เล็กน้อย
ขณะที่ฝึกโคผู้ฝึกต้องไม่ยืนด้านหน้าของโค ให้ยืนทางด้านซ้ายของตัวโคในตำแหน่งขนานกับศีรษะโคหรือต่ำลงมาเล็กน้อย มือซ้ายที่กำลังจับเชือกให้ห่างจากศีรษะโคฝึกประมาณ 12 – 18 นิ้ว ถือไม้จัดท่าโค (SHOW STICK) ด้วยมือขวา ปกติขลุมโคฝึกจะทำด้วยเชือกไนล่อนนิ่มไม่แข็งแต่เหนียวเพื่อไม่ให้โคเจ็บและเกิดบาดแผลขณะที่ฝึกโคอยู่
แต่เมื่ออยู่สนามประกวดแล้วจะใช้ขลุมแบบหนัง (SHOW LEATHER HALTER) โดยมีสายโซ่ร้อยติดใต้คางของโคและติดกับสายหนัง (LEAD STRAP) หรับดึงหรือจูงโคขณะประกวดดังนั้นจึงควรฝึกให้โคฝึกใส่ขลุมแบบหนังก่อนถึงเวลาประกวดบ้างอย่างน้อยประมาณ 1 เดือน ก่อนถึงฤดูการแข่งขัน
 

การแต่งกีบ (FOOT TRIMMING)

กีบเท้าโคจะเป็นสิ่งบ่งบอกลักษณะท่ายืนที่ถูกต้องเช่นกันตัวโคฝึกมีกีบเท้ายาวไม่ได้รูปหรือกีบทั้งสองข้างเบียดกันทำให้เวลาเดินอาจดูเหมือนว่าเท้าบิด เวลายืนจะทำให้การวางเท้าไม่เหมาะสม เนื่องจากกีบเท้าแต่ละข้างรับน้ำหนักไม่เท่ากันจึงควรแต่งกีบเท้าโคประมาณ 2 – 3 อาทิตย์ ก่อนถึงเวลาประกวดถ้าเราแต่งกีบเท้าช่วงเวลาประกวดอาจทำให้โคเดินไม่สะดวกเนื่องจากอาจเป็นแผลขึ้นและหายไม่ทัน นอกจากนี้การแต่งกีบควรใช้ผู้มีประสบการณ์และมีความรู้ในการแต่งกีบเท่านั้น เพราะไม่เช่นนั้นอาจทำให้โคฝึกมีบาดแผลขึ้นมาได้
 

การอาบน้ำ (WASHING)

การอาบน้ำโคฝึกเป็นสิ่งจำเป็นมากเพราะทำให้โคมีผิวหนังที่สะอาดไม่เป็นรังแค ขนเป็นมันและช่วยให้การสร้างขนได้ดีขึ้น ปกติโคฝึกควรอาบน้ำสัปดาห์ละ 1 – 2 ครั้ง แล้วแต่จะสะดวก ในต่างประเทศจะมีเครื่องสำหรับอาบน้ำ (SHOWER MACHINE) แก่โคโดยเฉพาะ ซึ่งจะสามารถอาบน้ำให้โคได้อย่างรวดเร็วและสะดวกมากยิ่งขึ้น เนื่องจากสามารถพ่นน้ำยาและผงซักฟอกได้ด้วย ผงซักฟอกจะมีลักษณะคล้ายสบู่เหลว ควรอาบน้ำแก่โคก่อนเข้าประกวดประมาณ 8 – 10 ชั่วโมง เพื่อให้โคขนสะอาดเป็นมัน
 

การทำความสะอาดและตกแต่งขน (GROOMING)

โคโชว์ควรได้รับการแปรงขนเพื่อทำความสะอาดทุกวันและเวลาแปรงขนควรเป็นเวลาเดียวกันทุกวัน แปรงขดกลม (CURLY COMB) จะช่วยขจัดรังแค สิ่งสกปรก และขนเก่าออกจากร่างกาย ใช้แปรงธรรมดา (BRUSH) แปรงขนสลับแปรงขดกลมไปด้วย ถ้าหากไม่มีแปรงขดกลมอาจใช้แปรงขนแข็ง (STIFF BRUSH) แทนได้ สำหรับโคที่มีขนสั้น เช่น โคบราห์มัน โคแซนต้า เกอร์ทรูดิส ฯลฯ ให้แปรงขนไปตามแนวของขน ส่วนโคที่มีขนยาว เช่น โคเฮียร์ฟอร์ด, แองกัส ฯลฯ การแปรงขนให้แปรงขนทวนแนวของขน ทั้งนี้เพื่อช่วยให้ขนโค้งเป็นลอนหรือหยัก (CURL) ขึ้น โดยหลังจากอาบน้ำหรือทำให้ขนเปียกแล้วใช้แปรงขดกลมแปรงซิกแซ็กตามแนวดิ่ง (VERTICAL ZIG ZAG MARKS) จากเส้นแนวหลังมายังแนวพื้นท้องไปจนถึงข้อเข่าหรือข้อเท้าหลังจากนั้นใช้แปรงธรรมดาแปรงทวนขนขึ้นมาแล้วใช้แปรงขดกลมแปรงขึ้นอีกครั้ง รอยซิกแซ็กนี้จะถูกยกขึ้นมาทำให้ขนฟูและเป็นหยักโค้งขึ้นนอกจากนี้ควรมีการตัดขลิบแต่งขน (CLIPPING) โดยทำการตัดแต่งขนอย่างน้อยประมาณ 10 วัน ก่อนถึงวันแข่งขัน การตัดแต่งขนให้ตัดทวนแนวขนเพื่อให้เรียบสม่ำเสมอกัน

 

การดูแลโคโชว์เมื่อเข้าประกวด (ATTENDING THE SHOW)

ปกติก่อนถึงวันประกวดประมาณ 2 – 3 วัน ผู้ส่งโคเข้าประกวดจะต้องนำโคโชว์ไปยังคอกกั้นของโรงเลี้ยงโคซึ่งปกติจะอยู่ติดกับเวทีประกวดที่คณะกรรมการจัดไว้ให้สำหรับฟาร์มต่างๆ นำโคโชว์เข้าประกวดเพื่อให้โคมีโอกาสพักฟื้นและไม่เครียด พื้นที่ที่โคนอนควรปูด้วยฟางแห้งหรือหญ้าแห้งเพื่อไม่ให้สกปรกเมื่อโคโชว์ถ่ายมูลให้ใช้ส้อมโกยหญ้าตักเอามูลออก ต้องพยายามรักษาความสะอาดพื้นที่ของแต่ละฟาร์มตลอดเวลาจนกระทั่งหมดการแข่งขัน เนื่องจากงานโชว์บางแห่งจะมีการให้รางวัลแก่ผู้ส่งโคเข้าประกวดด้วย นอกจากนี้ควรนำโคโชว์ออกมาเดินออกกำลังกายทุกวันในตอนเช้ามืดซึ่งจะช่วยลดความเครียดและใช้เวลานี้ทำความสะอาดพื้นคอกและปูฟางแห้งหรือหญ้าแห้งเพิ่มเติมเพื่อไม่ให้สกปรก
 
การเตรียมอุปกรณ์เมื่อไปประกวดโค (EQUIPMENT NEEDED)
อุปกรณ์ต่างๆ ที่จำเป็นต้องใช้เมื่อไปประกวดโคควรจัดเตรียมให้พร้อมก่อนออกจากฟาร์มและแน่ใจว่าของมีครบแล้ว ได้แก่
1
แปรง ซึ่งมีทั้งแปรงขนแข็ง และแปรงขนอ่อน
10
ถังน้ำ (WATER BUCKET)
2
แปรงขดกลม (CIRCULAR CURLY COMB)
11
สายยาง (HOSE)
3
หวีแปรงหาง (TAIL COMB)
12
เครื่องอาบน้ำ (SHOWER MACHINE)
4
หวีตกแต่ง (DRESSING COMB)
13
ที่ให้อาหาร (FEED PAN)
5
ไม้จัดท่าโค (SHOW STICK)
14
เชือกดึงโค (LEAD LOPE)
6
น้ำมันแต่งขน (HAIR DRESSING OIL)
15
ส้อมโกยหญ้าและส้อมตักมูลโค (MANURE FORK AND DURO FORK)
7
ขลุมโคโชว์ (LEATHER SHOW HOLTER)
16
พลั่วเหล็ก (SHOVEL)
8
สบู่เหลว (DETERGENT)
17
แผ่นป้ายเบอร์โคแต่ละตัว
9
ห่วงจมูก (NOSE RING)
วันประกวด (SHOW DAY)
เมื่อถึงวันประกวดให้อาบน้ำ แปรงขน ตามที่กล่าวมาแล้วข้างต้น จากนั้นใช้น้ำมันหรือน้ำยาต่างๆ สำหรับแต่งขนโคโชว์ให้สวยงาม โดยเฉพาะโคบราห์มันจะใช้น้ำยา (WHITE LIGHTING) ช่วยตกแต่งขน น้ำมันหรือน้ำยาต่างๆ เหล่านี้อาจใส่กระป๋องสเปรย์แล้วฉีดพ่นส่วนต่างๆ ของลำตัวโคจะทำให้โคมีขนเป็นเงางาม เด่นสะดุดตา นอกจากนี้จะใช้แอลกอฮอล์เข้มข้น 70% (70% ISOPROPYL ALCOHOL) พ่นตามส่วนต่างๆ ของร่างกายที่สกปรก แล้วเช็ดด้วยผ้าสะอาดจะช่วยลบรอยสกปรกได้ ปกติการประกวดโคแต่ละพันธุ์ในต่างประเทศนั้นจะแบ่งเป็นหลายรุ่น (CLASSES) ฉะนั้นเจ้าของโคจะต้องทราบว่าโคตัวใดของฟาร์มอยู่ในรุ่นไหน เมื่อถึงเวลาก็สามารถนำโคเข้าสู่สนามประกวดได้อย่างถูกต้อง ในช่วงนี้โคแต่ละตัวจะถูกเปลี่ยนจากขลุมโคธรรมดาเป็นขลุมโคโชว์เพื่อเตรียมจูงโคเข้าสนามประกวด
เมื่อเข้าสู่สนามประกวดให้จูงโคด้วยมือขวาโดยถือสายหนังที่ต่อจากขลุมโคโชว์ประมาณ 1.5 – 2 ฟุต มือซ้ายถือไม้จัดท่าโค (SHOW STICK) ไว้ โคแต่ละตัวถูกจัดอันดับก่อนหลัง โคตัวแรกจะถูกจัดทางด้านซ้ายมือของสนามประกวดและเรียงอันดับตามกันมาหลังจากนั้นผู้นำโคเข้าประกวด (EXHIBITOR, SHOWMAN) จะเปลี่ยนมาใช้มือซ้ายถือสายหนังขลุมโคโชว์ มือขวาจะถือไม้จัดท่าโค เริ่มจัดให้โคโชว์ของตนเองยืนในตำแหน่งและท่าทางที่เหมาะสมเพื่อให้กรรมการ (RINGMASTER, JUDGEMAN) เริ่มพิจารณาโคแต่ละตัว สำหรับบางสนามประกวดที่มีโคเข้าประกวดมากตัวในแต่ละรุ่นนั้นจะมีผู้ช่วยกรรมการ (RANCH STEWART) คอยช่วยเหลือในการจัดลำดับโคให้ถูกต้อง การชี้แนะตำแหน่งของโคโชว์และผู้นำโคเข้าประกวดรวมทั้งการประสานงานอื่นๆ ในสนามประกวด
ขณะที่กรรมการกำลังมองดูโค ผู้โชว์จะต้องมองทั้งกรรมการและวัวของตัวเองพยายามให้กรรมการมองโคของตัวเองอยู่ในท่าที่เหมาะสม เท้าทั้งสี่ขนาดกัน หลังตรง ศีรษะอยู่ในระดับเหนือกว่าแนวหลังนิดหน่อย ลักษณะนี้กรรมการตัดสินจะพิจารณาโคได้ในด้านหน้าและด้านหลัง ต่อมากรรมการตัดสินจะให้ผู้โชว์จูงโคเดินรอบสนามประกวดโดยโคตัวแรกจะถูกจูงเดินไปทางขวามือ (ตามเข็มนาฬิกา, CLOCKWISE MANNER) ของสนามประกวด ทั้งนี้เพื่อให้กรรมการพิจารณาลักษณะการเดินและรูปด้านข้างเมื่อกรรมการสั่งหยุดผู้โชว์ก็จะจัดให้โคโชว์ยืนในท่าที่เหมาะสมพร้อมทั้งพยายามสังเกตกรรมการตัดสินไปด้วยจนกว่ากรรมการจะเดินผ่านโคโชว์ของตนเองไปยังตัวอื่น หลังจากนั้นกรรมการตัดสินจะคัดเลือกโคที่ได้รับรางวัลลำดับที่หนึ่ง, สอง และสาม ตามลำดับ พร้อมทั้งประกาศเหตุผลว่าโคแต่ละตัวมีข้อดีหรือข้อจำกัดอย่างไร จากนั้นจะนำโคออกจากสนามประกวดเพื่อให้กรรมการตัดสินโครุ่นอื่นต่อไป

แสดงภาพการนำโคเข้าประกวด

1. ผู้เข้าประกวดนำโครุ่นเดียวกัน (CLASS) เข้าสนามประกวด
2. ผู้เข้าประกวดจัดท่าโคของตนเองให้ยืนในท่าทางที่ถูกต้องและเหมาะสมเพื่อให้กรรมการได้พิจารณาโคแต่ละตัว
3. กรรมการ (และผู้ช่วยกรรมการ) ให้ผู้เข้าประกวดจูงโคเดินไปทางขวาของสนามประกวด
4. กรรมการกำลังพิจารณาโคแต่ละตัว  เพื่อตัดสินโคที่ได้รับลำดับที่หนึ่ง, สอง และสาม ตามลำดับ
5. กรรมการตัดสินโคที่ได้ลำดับที่หนึ่ง, สอง และ สาม โดยให้โคยืนเรียงหน้าจากซ้ายไปขวา  และประกาศผลการตัดสิน
การแบ่งชั้นโคโชว์ที่ส่งเข้าประกวด
  การแบ่งชั้นโคที่ส่งเข้าประกวดแตกต่างกันบ้างในแต่ละพันธุ์ปกติเจ้าของฟาร์มแต่ละฟาร์มต้องกรอกรายชื่อโคของตนพร้อมวันเดือนปีเกิด ส่งให้กรรมการทราบก่อนเพื่อให้กรรมการได้จัดอันดับโคแต่ละตัวเข้าตามชั้นหรือรุ่น (CLASSES) ต่าง ๆ ต่อไปนี้จะเป็นการยกตัวอย่างการแบ่งชั้นของโคบราห์มันซึ่งกำหนดโดยสมาคมผู้บำรุงพันธุ์โคแห่งสหรัฐอเมริกา (AMERICAN BRAHMAN DREEDERS ASSOCIATION, ABBA) ในงาน HOUSTON LIVESTOCK SHOW AND RODEO ซึ่งจัดประกวดโคบราห์มัน เมื่อวันที่ 21 – 22 กุมภาพันธ์ 2533 โดยมีทั้งหมด 41 ชั้นดังนี้ คือ

โคเพศเมีย (FEMALE CLASSES)

1
โคเพศเมีย เกิดไม่เกินวันที่ 1 เมษายน 2532 (FEMALES, Apr. 1 – or YOUNGER)
2
โคเพศเมีย เกิดระหว่างวันที่ 1 มีนาคม – 31 มีนาคม 2533 (FEMALES, Mar. 1 – Mar.31, 1989)
3
โคเพศเมีย เกิดระหว่างวันที่ 1 มกราคม – 28 กุมภาพันธ์ 2532 (FEMALES, Jan. 1 – Feb. 28, 1989)
4
โคแชมป์รุ่นเล็ก (CALF CHAMPION FEMALE) โดยนำโคที่ชนะประเภทที่ 1, 2 และ 3 มาแข่งกัน ตัวโคได้ที่ 1 จะได้แชมป์รุ่นเล็ก
5
โครองแชมป์รุ่นเล็ก (RESERVE CALF CHAMPION FEMALE) คือ โคที่ได้ลำดับที่ 2 จากการแข่งขันของชั้นที่ 4
6
โคเพศเมีย เกิดระหว่างวันที่ 1 พฤศจิกายน – 31 ธันวาคม 2531 (FEMALES, Nov. 1 – Dec. 31, 1988)
7
โคเพศเมีย เกิดระหว่างวันที่ 1 กันยายน – 31 ตุลาคม 2531 (FEMALES, Sep. 1 – Oct. 31, 1988)
8
โคเพศเมีย เกิดระหว่างวันที่ 1 พฤษภาคม – 31 สิงหาคม 2531 (FEMALES, May. 1 – Aug. 31, 1988)
9
โคแชมป์รุ่นกลาง (JUNIOR CHAMPION FEMALE) โคที่ชนะจากประเภทที่ 6, 7 และ 8 มาแข่งขันกัน ตัวใดได้ที่ 1 จะได้แชมป์รุ่นกลาง
10
โครองแชมป์รุ่นกลาง (RESERVE JUNIOR CHAMPION FEMALE) ลำดับที่ 2 จากการแข่งขันของชั้นที่ 9
11
โคเพศเมีย เกิดระหว่างวันที่ 1 มีนาคม – 30 เมษายน 2531 (FEMALES, Mar. 1 – Apr. 30, 1988)
12
โคเพศเมีย เกิดระหว่างวันที่ 1 มกราคม – 29 กุมภาพันธ์ 2531 (FEMALES, Jan.1 – Feb. 29, 1988)
13
โคเพศเมีย เกิดระหว่างวันที่ 1 กันยายน – 31 ธันวาคม 2530 (FEMALES, Sep. 1 – Dec. 31, 1987)
14
โคเพศเมีย เกิดระหว่างวันที่ 1 พฤษภาคม – 31 สิงหาคม 2530 (FEMALES, May. 1 – Aug. 31, 1987)
15
โคเพศเมีย เกิดระหว่างวันที่ 1 มกราคม – 30 เมษายน 2530 (FEMALES, Jan. 1 – Apr. 30, 1987)
16
โคแชมป์รุ่นใหญ่ (SENIOR CHAMPION FEMALE) โดยนำโคที่ชนะจากประเภทที่ 11, 12, 13, 14 และ15 มาแข่งขันกัน โคตัวใดได้ที่ 1 จะได้แชมป์รุ่นใหญ่
17
โครองแชมป์รุ่นใหญ่ (RESERVE SENIOR CHAMPION FEMALE) โคที่ได้ลำดับที่ 2 จากการแข่งขันของชั้นที่ 16
18
แกรนด์แชมป์เปี้ยนโคเพศเมีย (GRAND CHAMPION FEMALE) เป็นการนำโคแชมป์รุ่นเล็ก (CALF) รุ่นกลาง (JUNIOR) และรุ่นใหญ่ (SENIOR) มาแข่งขันกัน ตัวใดชนะเลิศจะได้แกรนด์แชมป์เปี้ยนโคเพศเมีย
19
รองแกรนด์แชมป์เปี้ยนโคเพศเมีย (RESERVE GRAND CHAMPION FEMALE) โคตัวที่ชนะเป็นลำดับที่ 2 จากการแข่งขันของชั้นแกรนด์แชมป์
 

โคเพศผู้ (BULL CLASSES)

1
โคเพศผู้ (BULLS) เกิดไม่เกินวันที่ 1 เมษายน 2532
2
โคเพศผู้ (BULLS) เกิดระหว่างวันที่ 1 มีนาคม – 31 มีนาคม 2532
3
โคเพศผู้ (BULLS) เกิดระหว่างวันที่ 1 มกราคม – 28 กุมภาพันธ์ 2532
4
โคแชมป์รุ่นเล็ก (CALF CHAMPION BULL)
5
โครองแชมป์รุ่นเล็ก (RESREVE CALF CHAMPION BULL)
6
โคเพศผู้ (BULLS) เกิดระหว่างวันที่ 1 พฤศจิกายน – 31 ธันวาคม2531
7
โคเพศผู้ (BULLS) เกิดระหว่างวันที่ 1 กันยายน – 31 ตุลาคม 2531
8
โคเพศผู้ (BULLS) เกิดระหว่างวันที่ 1 พฤษภาคม – 31 สิงหาคม 2531
9
โคแชมป์รุ่นกลาง (JUNIOR CHAMPION BULL)
10
โครองแชมป์รุ่นกลาง (RESERVE JUNIOR CHAMPION BULL)
11
โคเพศผู้ (BULLS) เกิดระหว่างวันที่ 1 มีนาคม – 30 เมษายน 2531
12
โคเพศผู้ (BULLS) เกิดระหว่างวันที่ 1 มกราคม – 29 กุมภาพันธ์ 2531
13
โคเพศผู้ (BULLS) เกิดระหว่างวันที่ 1 กันยายน – 31 ธันวาคม 2530
14
โคเพศผู้ (BULLS) เกิดระหว่างวันที่ 1 พฤษภาคม – 31สิงหาคม 2530
15
โคเพศผู้ (BULLS) เกิดระหว่างวันที่ 1 มกราคม – 30 เมษายน 22530
16
โคแชมป์รุ่นใหญ่ (SENIOR CHAMPION BULL)
17
โครองแชมป์รุ่นใหญ่ (RESERVE SENIOR CHAMPION BULL)
18
แกรนด์แชมป์เปี้ยนโคเพศผู้ (GRAND CHAMPION BULL)
19
รองแกรนด์แชนป์เปี้ยนโคเพศผู้ (RESERVE GRAND CHAMPION BULL)
ประเภทกลุ่ม (GROUP CLASSES)
1
PRODUCE – OF – DAM เป็นการนำโคสองตัว ไม่จำกัดเพศ ซึ่งเกิดจากแม่ตัวเดียวกัน เป็นโคที่ผู้ส่งเข้าแข่งขัน เป็นเจ้าของเท่านั้น และเกิดจากแม่ตามธรรมชาติ (NATURAL BORN)
2
EMBRYO – PRODUCE – OF – DAM เป็นการนำโคสองตัว ไม่จำกัดเพศ ซึ่งเกิดจากแม่เดียวกัน เป็นโคที่ผู้ส่งเข้าแข่งขันเป็นเจ้าของเท่านั้น เป็นลูกที่เกิดจากการย้ายฝากตัวอ่อน              (EMBRYO PRODUCE) ทั้งสองตัว หรือเกิดจากการย้ายฝากตัวอ่อน 1 ตัว และเกิดจากธรรมชาติ 1 ตัว
3
GET – OF – SIRE เป็นการนำโคสี่ตัวที่เกิดจากพ่อเดียวกัน มีทั้งเพศผู้และเพศเมีย เป็นโคที่ผู้ส่งเข้าแข่งขันเป็นเจ้าของเท่านั้น และโคทั้งสี่ตัว ต้องเกิดจากแม่โคในฟาร์มตั้งแต่สองตัวขึ้นไป
 
แผนภาพประกอบการประกวดโคบราห์มันแต่ละชั้น
 
บทสรุป
กล่าวได้ว่าการฝึกโคเป็นงานที่ต้องใช้ศาสตร์ และศิลป์ รวมทั้งกำลังกายเข้าช่วยด้วยกัน เนื่องจากการฝึกโคเนื้อเพื่อเตรียมเข้าประกวดนั้นเป็นงานที่ทำอย่างไม่มีที่สิ้นสุดและไม่สามารถทำให้สำเร็จในระยะเวลาอันสั้นทุกสิ่งทุกอย่างตั้งแต่การให้อาหาร การเริ่มฝึกโคซึ่งยังเปรียวอยู่ให้เชื่องนั้นจำเป็นต้องใช้ระยะเวลา เหน็ดเหนื่อย และอดทน ต้องใช้ความรู้ การสังเกต และเข้าใจอุปนิสัยของโคแต่ละตัวในอันที่จะสามารถทำให้โคเชื่องได้ สิ่งที่ทำให้ผู้ฝึกโคประสบความสำเร็จได้นั้นเกิดจากความอดทนต่อความเหนื่อยยาก ความตั้งใจอย่างแน่วแน่ในการปรับปรุงโคฝึกของตนอย่างสม่ำเสมอ การมีนิสัยรักสัตว์ ใจเย็น สิ่งเหล่านี้จะนำไปสู่ประสบความสำเร็จของผู้ฝึกโคเอง
 
แหล่งที่มา :: นายอนันต์ สุขลิ้ม และ นายเสถียร  ทองอุทุม. 2548. การฝึกโคเนื้อเพื่อส่งเข้าประกวด. กรมปศุสัตว์ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์, กรุงเทพมหานคร. 16 น.
 
 
กลับหน้าหลัก