Home บทความโคนม บทความโคนม การเสริมไขมันเป็นอาหารโคเพื่อเพิ่มความสมบูรณ์พันธุ์และการผสมติดในโคนม

สถิติผู้เข้าชม

mod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_counter
mod_vvisit_counterวันนี้34
mod_vvisit_counterเมื่อวานนี้96
mod_vvisit_counterสัปดาห์นี้379
mod_vvisit_counterสัปดาห์ก่อน574
mod_vvisit_counterเืดือนนี้1919
mod_vvisit_counterเดือนก่อน2933
mod_vvisit_counterรวม223444

Designed by:
FTP hosting Joomla Templates
Web space hosting
การเสริมไขมันเป็นอาหารโคเพื่อเพิ่มความสมบูรณ์พันธุ์และการผสมติดในโคนม

“การเสริมไขมันในอาหารโคนมสามารถเพิ่มความสมบูรณ์พันธุ์และการผสมติดได้จริงหรือไม่” เป็นคำถามที่มักมีการพูดถึงบ่อยครั้งในปัจจุบัน สำหรับในที่นี้ขอสรุปบทบาทของไขมันต่อโคนมจากความรู้ในอดีตสู่ความรู้เกี่ยวกับงานวิจัยในปัจจุบัน 

 

 ซึ่งสามารถสรุปได้ 3 ข้อ ได้แก่

1.การเสริมไขมันในอาหารเพื่อใช้เป็นแหล่งพลังงานแก่โค เนื่องจากไขมันเมื่อถูกย่อยในลำไส้เล็กให้พลังงาน 2.25 เท่าของคาร์โบไฮเดรต ลดปัญหาการขาดพลังงานในแม่โคหลังคลอด ทำให้คะแนนความสมบูรณ์ของร่างกายไม่ลดลงอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้โคมีความสมบูรณ์พันธุ์ มีการพัฒนาของระบบสืบพันธุ์เร็วขึ้นทำให้แม่โคเป็นสัดและผสมติดในช่วงเวลาที่เหมาะสม

2.การเสริมไขมันในอาหารโคทำให้มีการผลิตฮอร์โมน Progesterone จาก Corpus luteum (CL)  ที่รังไข่มากขึ้น   ซึ่งฮอร์โมนนี้มีหน้าที่ในการดำรงชีพของตัวอ่อน  โดยเฉพาะในระยะแรกของการตั้งท้อง    รวมทั้งยับยั้งการผลิตฮอร์โมน Prostaglandin F2α ของมดลูก   ซึ่งมีหน้าที่ในการสลาย CL ทั้งสองเหตุผลทำให้ลดการตายของตัวอ่อนในระยะแรก (Early embryonic death)

3.การเสริมไขมันช่วยเพิ่มความสมบูรณ์พันธุ์ การผสมติดของโค โดยเฉพาะไขมันไม่อิ่มตัวที่เป็นโซ่ยาว (Polyunsaturated  Fatty Acids)  เช่น Linoleic acid, Linolenic acid, EPA และ DHA  มีรายละเอียดดังนี้

 

ความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับไขมัน

          คำว่า “ไขมัน” ภาษาอังกฤษบางครั้งก็มักใช้รวมๆ กันว่า “Fat” หรือ “Lipid” แต่เมื่อศึกษาในรายละเอียดทางเคมีของไขมัน  พบว่ามีความหมายแตกต่างกันดังนี้

           Lipid หมายถึง กลุ่มของสารประกอบอินทรีย์ ที่มีไฮโดรคาร์บอนต่อกันเป็นโซ่ยาวซึ่งรวมทั้งกลุ่มของ Fats (ชื่อทางเคมี คือ Triglyceride) Oils, Waxes, Sterols  เป็นต้น  มีคุณสมบัติคือไม่ละลายน้ำแต่ละลายในตัวทำละลายอินทรีย์  สำหรับ Lipid แบ่งออกได้เป็น 3 กลุ่มใหญ่ๆ คือ

           1.Simple Lipid ได้แก่ กลุ่มของ Fat, Waxes

           2.Compound Lipid ได้แก่ Phospholipids
           3.Derived Lipid ได้แก่ Fatty acid, Steroids เป็นต้น

 สำหรับในที่นี้ขอพูดถึงกรดไขมัน (Fatty acids) ที่เกี่ยวข้อง Fatty acid ประกอบด้วย Chain ของกรดคาร์บอน (Carbon  acid)  มีส่วนปลายเป็น carboxyl group  โดยกรดไขมันแบ่งออกเป็น 2 กลุ่ม ได้แก่

- กรดไขมันชนิดอิ่มตัว (Saturated fatty acid) ได้แก่ ไขสัตว์ชนิดต่างๆ โครงสร้างทางเคมีไม่มี double bond  

- กรดไขมันชนิดไม่อิ่มตัว(Unsaturated fatty acid)  ได้แก่ น้ำมันพืชต่างๆ  แบ่งออกเป็น  Monounsaturated Fatty  Acids   คือ มีจำนวน double bond  ในโครงสร้างสูตร 1 แห่ง  ส่วนกรดไขมันที่มี double bond  มากกว่า 1 แห่งเรียกว่า  Polyunsaturated Fatty Acids (PUFAs)   โดยมักจะแสดงจำนวนอะตอมของคาร์บอนและจำนวน double bond  ต่อท้ายชื่อด้วย  เช่น  Linoleicacid (18 : 2),  Linolenic acid (18 : 3)  ซึ่งกรดไขมันทั้งสองชนิดเป็นกรดไขมันที่จำเป็นต่อสัตว์ (Essential fatty acid)  สัตว์จะขาดไม่ได้จำเป็นต้องได้รับจากอาหาร  สำหรับ  Linoleicacid  มีมากในเมล็ดพืชต่างๆ  เช่น  เมล็ดทานตะวัน เมล็ดข้าวโพด โดย α – linolenic acid   มีมากในพืชสีเขียวและต้นถั่ว  เป็นต้น  ส่วนปลาป่นจะมี EPA และ DHA มากสามารถไหลผ่านกระเพาะหมักได้ดีและไปย่อยในลำไส้เล็ก  ดูดซึมไปใช้ประโยชน์ด้านความสมบูรณ์พันธุ์และการผสมติด

บทบาทของไขมันต่อความสมบูรณ์พันธุ์และการผสมติดในโค

    กรดไขมันที่ไม่อิ่มตัว (Polyunsaturated Fattyacids,PUFAs) ได้แก่ Linoleicacid, Linolenic acid, Eicosapentaenoic acid (EPA) และ Docosahexaenoic acid (DHA)  มีบทบาทต่อระบบการสืบพันธุ์ดังต่อไปนี้

    1.บทบาทต่อต่อมใต้สมอง (Pituitary gland) ในการพัฒนาไข่ (Follicle)

    2.ยับยั้งการผลิตฮอร์โมน Prostaglandin F2α จากเซลผนังมดลูกของแม่โค (Uterine endometrial cell)  ทำหน้าที่ในการสลาย CL (Corpus luteum) ที่รังไข่ เพื่อให้โคแสดงการเป็นสัดในรอบต่อมา ซึ่งการที่มีปริมาณ  Prostaglandin F2α  น้อยลงทำให้ลดการตายของตัวอ่อนได้ โคจึงมีการผสมติดสูงขึ้น ในปัจจุบันมีรายงานการวิจัยที่สนับสนุนแนวคิดนี้มากขึ้น

    3.การกระตุ้น Corpus luteum (CL)  ให้ผลิตฮอร์โมน Progesterone  มากขึ้น ทำหน้าที่ในการคุ้มครองตัวอ่อน โดยเฉพาะในระยะแรกของการตั้งท้อง 

แนวทางการนำไปปฏิบัติในฟาร์ม

                ถ้ามีการเสริมกรดไขมันที่ไม่อิ่มตัว (PUFAs) ในอาหารโค  เช่น น้ำมันพืช  กรดไขมันเหล่านี้ส่วนใหญ่จะถูกจุลินทรีย์ในกระเพาะหมักเปลี่ยนไปเป็นกรดไขมันอิ่มตัว  ซึ่งไม่มีประโยชน์ต่อความสมบูรณ์พันธุ์และการผสมติด   ดังนั้นกรดไขมันที่ไม่อิ่มตัวที่นิยมใช้อยู่ในรูปไขมันไหลผ่าน (protected fat)  เพราะจะไม่ถูกจุลินทรีย์ย่อยเป็นกรดไขมันชนิดอื่นๆในกระเพาะหมัก (Rumen) รวมทั้งไม่ไปรบกวนการทำงานของจุลินทรีย์ในการย่อยเยื่อใยในอาหารหยาบ   ตามปกติอาหารโคนมต้องมีไขมันสูงสุดไม่เกิน 6% ของน้ำหนักแห้ง (ประมาณ 3%, NRC 1989)  เมื่อกรดไขมันจากอาหารผ่านไปลำไส้เล็กจะถูกย่อยและถูกดูดซึมไปใช้ประโยชน์ต่อไป   ดังนั้นวัตถุดิบที่เป็นแหล่งกรดไขมันที่ไม่อิ่มตัวที่ควรนำไปใช้ในฟาร์มโคนม ได้แก่

 1.ปลาป่น (Fish  meal)  ใช้เป็นวัตถุดิบผสมในอาหารข้นในปริมาณไม่เกิน  5  %  เนื่องจากราคาแพง  หรือ  อาจใช้โรยบนอาหารข้นให้แม่โครีดนมกินในปริมาณวันละ  0.5 - 0.7  กก./ตัว/วัน    ปลาป่นเป็นแหล่งไขมันไม่อิ่มตัวที่สำคัญได้แก่ Eicosapentaenoic acid (EPA)  และ  Docosahexaenoic acid (DHA)  ส่วนใหญ่สามารถไหลผ่านกระเพาะหมักโดยไม่ถูกย่อยโดยจุลินทรีย์   แต่ถูกย่อยในลำไส้เล็ก  อีกทั้งยังเป็นแหล่งโปรตีนไหลผ่านคุณภาพดี (Bypass  protein)  อีกด้วย

2.ไขมันไหลผ่าน (Protected fat)  มีชื่อการค้าต่างๆ  มีขบวนการผลิตเหมือนกับขบวนการเตรียมสบู่ คือ นำไขมันจากพืชหรือสัตว์ (ปัจจุบันต้องใช้ไขมันจากพืชเท่านั้นเพื่อป้องกันโรคสมองฝ่อ) มาทำปฏิกิริยากับแคลเซียมไฮดรอกไซด์  ปกติใช้ให้โคกินวันละประมาณ 0.5 กก. ตั้งแต่แม่โคคลอดลูกจนถึงประมาณ 3 เดือนหลังคลอด เพื่อเป็นแหล่งพลังงาน และ linoleic acid  ไขมันชนิดนี้เรียกว่า Calcium Soaps

3.ใช้เมล็ดพืช เช่น เมล็ดฝ้าย เมล็ดทานตะวัน เป็นต้น ให้โคกินวันละประมาณ 1-2 กิโลกรัม  ซึ่งนอกจากเป็นแหล่ง  essential fatty acid แล้วยังเป็นแหล่งโปรตีนอีกด้วย

 

ผลเสียหรือประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ

                ความสมบูรณ์พันธุ์และการผสมติด  มีปัจจัยหลายอย่างมาเกี่ยวข้องตามรายละเอียดในหัวข้อปัจจัยที่มีผลต่อการผสมติด  สำหรับปัจจัยด้านอาหารต้องจัดสัดส่วนอาหารสำหรับแม่โคตามความต้องการ โดยเฉพาะโปรตีน พลังงาน  และควรตั้งแร่ธาตุไว้ให้โคกินเสริมตลอดเวลา ส่วนวิตามิน เบต้าแคโรทีน มีมากในกระถิน รวมทั้งกรดไขมันที่ไม่อิ่มตัวล้วนมีความสำคัญแต่อาจไม่เห็นผลชัดเจนในกลุ่มแม่โคที่มีพันธุกรรมผลผลิตน้ำนมต่ำ หรือแม่โคขาดโภชนะอาหารพื้นฐาน เช่น โปรตีน และพลังงาน  ถึงแม้จะเสริมกรดไขมันที่ไม่อิ่มตัวก็อาจไม่แสดงผลใดๆ

 

โดย : สมเพชร ตุ้ยคำภีร์

 

 

 

 
dld.go.th/breeding/dairy, Powered by Joomla! and designed by SiteGround web hosting

กลุ่มวิจัยและพัฒนาโคนม สำนักพัฒนาพันธุ์สัตว์ กรมปศุสัตว์
Dairy research and Development Section, Bureau of Animal Husbandry and Genetic Improvement, Department of Livestock Development
ถนนพญาไท เขตราชเทวี กรุงเทพมหานคร 10400
Phayathai Road, Rachatewi, Bangkok 10400
Tel. 0 2653 4451 : Fax 0 2653 4922 :: e-mail : breeding2@dld.go.th, dairydld@hotmail.com