Home บทความโคนม บทความโคนม การเสริมโปรตีนราคาถูกโดยใช้ Urea Molasses Solution Wheel

สถิติผู้เข้าชม

mod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_counter
mod_vvisit_counterวันนี้16
mod_vvisit_counterเมื่อวานนี้89
mod_vvisit_counterสัปดาห์นี้188
mod_vvisit_counterสัปดาห์ก่อน563
mod_vvisit_counterเืดือนนี้1645
mod_vvisit_counterเดือนก่อน2933
mod_vvisit_counterรวม223170

Designed by:
FTP hosting Joomla Templates
Web space hosting
การเสริมโปรตีนราคาถูกโดยใช้ Urea Molasses Solution Wheel

  โคนมเป็นสัตว์ 4 กระเพาะ ได้แก่  กระเพาะผ้าขี้ริ้ว (Rumen)  กระเพาะรังผึ้ง (Recticulum) กระเพาะสามสิบกลีบ (Omasum) และกระเพาะสุดท้าย คือ กระเพาะแท้ (Abomasum)  สำหรับกระเพาะ  3  ส่วนแรกจะย่อยและสังเคราะห์อาหารโดยจุลินทรีย์  โดยเฉพาะโปรตีนในอาหาร

ส่วนใหญ่จะถูกเปลี่ยนให้เป็น NH3 แล้วมีการใช้ N   เพื่อสังเคราะห์โปรตีนขึ้นมาใหม่เป็น  Microbial  protein  ซึ่งจะถูกย่อยและดูดซึมในกระเพาะแท้และลำไส้เล็กต่อไป

สำหรับสารประกอบ ไนโตรเจนที่ไม่ใช่โปรตีน (Non protein nitrogen) เช่น ยูเรีย มักถูกนำมาใช้ให้โคกินโดยผสมในรูปแบบต่างๆ เช่น ผสมในอาหารข้น   ยูเรียผสมกับกากน้ำตาลแล้วอัดเป็นก้อน (Urea  Molasses Block)  สำหรับในกรณีที่ไม่สามารถผสมยูเรียในอาหารได้  เนื่องจากโคไม่ได้กินอาหารข้น หรือเครื่องผสมอาหารเป็นชนิดแกนตั้ง   ซึ่งไม่เหมาะสมในการผสมยูเรียและกากน้ำตาลให้ทั่วถึงได้เท่าเทียมกับเครื่องผสมอาหารแบบแกนนอน   ดังนั้นในที่นี้จึงแนะนำการใช้สารละลายยูเรียกากน้ำตาลแก่โค

 

แนวทางการนำไปปฏิบัติในฟาร์ม

            นำเอายูเรีย  กากน้ำตาล  แร่ธาตุผง  กำมะถัน และ รำละเอียด หรือ กากถั่วเหลืองมาผสมกันตามสูตรในอ่างคอนกรีต หรือ อ่างเหล็ก ที่มีฝาปิดให้สนิท  ตรงกลางฝาเจาะใส่วงล้อที่ทำจากไม้ หรือใช้วงล้อจักรยานเก่าวางบนแกนเหล็กที่มีตะลับลูกปืน  ให้วงล้อหมุนได้อิสระโดยมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อให้โคได้รับยูเรียทีละน้อยๆ ตามวงล้อที่หมุนอย่างช้าๆ   เนื่องจากความหนืดของสารละลายยูเรีย

สูตรยูเรียผสมกับกากน้ำตาล (Urea  Molasses Block)  มีดังนี้

1.กากน้ำตาล                       78  กิโลกรัม

2.ยูเรีย (46-0-0)                   6  กิโลกรัม

3.เกลือป่น                           3.5 กิโลกรัม

                                                                                      4.กำมะถันผง                        0.2 กิโลกรัม

                                                                                      5.แร่ธาตุผง                          2.3 กิโลกรัม

                                                                                      6.รำละเอียด หรือ กากถั่วเหลือง  10  กิโลกรัม

                                                                                                      รวม                    100  กิโลกรัม

สำหรับกากน้ำตาลใช้เพื่อลดความเฝื่อนของยูเรียและเป็นแหล่งพลังงานที่ย่อยได้ง่าย        ทำให้จุลินทรีย์เพิ่มจำนวนมากขึ้นและมีการนำ  N  จากยูเรียไปสังเคราะห์เป็นโปรตีน (Microbial  protein)  ส่วนแร่ธาตุผง    กำมะถัน  เกลือ    เป็นแหล่งแร่ธาตุให้กับโคและจุลินทรีย์โดยเฉพาะกำมะถัน  ทำให้จุลินทรีย์สามารถสังเคราะห์กรดอะมิโนที่จำเป็นที่มีกำมะถันเป็นองค์ประกอบ เช่น  Methionine ,  Cystine และ Cysteine  เป็นต้น   สำหรับรำละเอียด หรือ กากถั่วเหลือง ใช้เพื่อเพิ่มความหนืดของสารละลายทำให้วงล้อหมุนช้าๆ รวมทั้งเป็นแหล่งโปรตีนธรรมชาติแก่โค

วิธีการผสมสารละลาย  Urea  Molasses

1.ละลาย ยูเรียในน้ำเปล่า   โดยใช้น้ำปริมาณน้อย และทำให้ยูเรียละลายหมด

2.นำกำมะถันผงที่บดให้ละเอียด หรือ ผ่านตะแกรงละเอียดไปผสมกับเกลือและแร่ธาตุผงที่เตรียมไว้

3.รำละเอียดหรือกากถั่วเหลือง  ควรผสมน้ำก่อนให้ชุ่ม   เพื่อง่ายต่อการนำไปผสมกับกากน้ำตาลซึ่งค่อนข้างหนืด

4.เทส่วนผสมทั้งหมดลงในอ่างกากน้ำตาล    คนผสมให้ทั่ว  อาจเติมน้ำเล็กน้อย   เพื่อให้สารละลายไม่หนืดแต่อย่าให้เหลวเกินไป

5.ปิดฝาให้สนิทเพื่อป้องกันไม่ให้โคเปิดฝาเองและดูดกินสารละลายอย่างรวดเร็ว อาจทำให้โคตายได้  รวมทั้งวงล้อสามารถล็อคไม่ให้หมุนได้บางช่วงเวลา  เพื่อให้โคกินช้าๆได้ตลอดวัน

6.โคจะเลียกินสารละลายที่ติดกับล้ออย่างช้าๆ ประมาณวันละ  600 - 1,000  กรัม  ขึ้นกับขนาดของโค  ปริมาณสารละลายที่ให้     ทั้งนี้ให้ถือหลักว่ายูเรียที่โคได้รับต่อวันอย่างช้าๆ ในระดับที่ปลอดภัยไม่ควรเกิน 30 กรัมต่อน้ำหนักโค  100  กิโลกรัม  เช่น ฝูงโคสาวน้ำหนักประมาณ 250  กิโลกรัม  ควรได้รับสารละลายยูเรียไม่เกินวันละ  1.2  กิโลกรัม  เป็นต้น

7.การเริ่มให้โคกินควรเพิ่มจำนวนยูเรียอย่างช้าๆ  จาก  1 - 6  %  ประมาณ  10 -15 วัน  เพื่อให้จุลินทรีย์ในกระเพาะหมักได้มีการปรับตัว

8.ไม่ควรใช้ยูเรียกับโคที่มีอายุน้อยกว่า  4  เดือน  เนื่องจากกระเพาะหมักยังไม่มีการพัฒนาอย่างเต็มที่

9.ควรระวังเรื่องความประมาทของคนงานในการผสมสารละลาย  เช่น  ลืมปิดฝา   เปิดให้โคดูดกินสารละลาย Urea  Molasses  ตามชอบ  ผสมยังไม่เสร็จแต่พักเที่ยงกลับไปกินข้าว โคบางตัวกลับมาจากแปลงหญ้าและดูดกินสารละลาย Urea Molasses จำนวนมาก  ซึ่งล้วนเป็นอันตรายอาจทำให้โคตายได้    หากเกิดเหตุการณ์ข้างต้นให้ใช้น้ำส้มสายชูผสมน้ำครึ่งต่อครึ่งประมาณ  1  ลิตรกรอกปากโค  ส่วนกรณีที่โคได้รับยูเรียจำนวนมากและดูดซึมเข้ากระแสเลือดแล้วให้น้ำเกลือแร่แก่โคเข้าเส้นเลือดที่คอ

ผลเสียหรือประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ

                ยูเรียเป็นสารประกอบที่มีไนโตรเจน  ซึ่งจุลินทรีย์ในกระเพาะหมักสามารถนำมาสังเคราะห์เป็นโปรตีนได้    ทำให้สามารถลดต้นทุนการผลิตจากการใช้วัตถุดิบแหล่งโปรตีนโดยตรง  ซึ่งเหมาะสำหรับโคในระยะเจริญเติบโต  เช่น โคสาว  เนื่องจากโปรตีนของหญ้าแต่ละแปลงอาจมีความผันแปรตั้งแต่  4 - 8 %   ดังนั้นเพื่อให้โคได้รับโปรตีนพอเพียงและสม่ำเสมอ   การใช้สารละลายกากน้ำตาลยูเรียเสริมจะทำให้โคได้รับโปรตีนพอเพียงในแต่ละวัน     ส่วนการใช้เสริมในฝูงแม่โครีดนมควรพิจารณาตามความเหมาะสม    โดยเฉพาะฟาร์มที่มีการใช้อาหารผสมอัดเม็ด หรือแบบผงจากบริษัทมักมีจำนวนยูเรียผสมอยู่แล้วในอาหาร     ส่วนฝูงโคเนื้อมีความเหมาะสมมากเนื่องจากมีความต้องการโปรตีนและพลังงานน้อยกว่าโคนมมาก    ถ้าหากให้กินสารละลายยูเรียเสริมหลังจากแทะเล็มในแปลงหญ้า   โดยอาจจะเสริมหรือไม่เสริมอาหารข้นขึ้นกับคุณภาพแปลงหญ้า

สำหรับข้อเสียมีเพียงประการเดียว คือ  หากผู้เลี้ยงโคมีความประมาทปล่อยให้โคดูดกินสารละลาย  Urea  Molasses  โดยตรงจากอ่าง  จะทำให้โคได้รับยูเรียมากเกินไป  อาจทำให้โคตายได้เพราะการใช้ยูเรียในรูปของเหลวถือว่ามีความเสี่ยงมากกว่าผสมในอาหารข้น หรือ ทำเป็นก้อนให้โคเลีย

 

โดย : สมเพชร ตุ้ยคำภีร์

 
dld.go.th/breeding/dairy, Powered by Joomla! and designed by SiteGround web hosting

กลุ่มวิจัยและพัฒนาโคนม สำนักพัฒนาพันธุ์สัตว์ กรมปศุสัตว์
Dairy research and Development Section, Bureau of Animal Husbandry and Genetic Improvement, Department of Livestock Development
ถนนพญาไท เขตราชเทวี กรุงเทพมหานคร 10400
Phayathai Road, Rachatewi, Bangkok 10400
Tel. 0 2653 4451 : Fax 0 2653 4922 :: e-mail : breeding2@dld.go.th, dairydld@hotmail.com