Home
โครงการเลี้ยงสัตว์ปีกสร้างอาชีพและรายได้ให้เกษตรกร
หลักการและเหตุผล

          ปัจจุบันไก่พื้นบ้านได้รับความนิยมเพิ่มสูงขึ้นมาก เป็นเพราะไก่พื้นบ้านมี เนื้อ รสชาติอร่อยและเนื้อแน่น เป็นที่ถูกปากของผู้บริโภคทั่วไป จนมีแนวโน้มว่า จะสามารถส่งเนื้อไก่พื้นบ้านออกไปจำหน่ายยังต่างประเทศ แต่ปัญหาปริมาณไก่บ้านยังไม่เพียงพอต่อความต้องการ เพราะเกษตรกร ส่วนมากประมาณร้อยละ 70 - 80 เปอร์เซ็นต์ จะเลี้ยงไก่พื้นบ้านแบบหลังบ้านประมาณ 10 - 20 ตัวต่อครัวเรือน ซึ่งการเลี้ยงก็เป็นการเลี้ยงแบบปล่อยตามยถากรรม จึงเป็นเหตุให้เกิดความสูญเสีย พอสมควร แต่ถ้าเกษตรกรสามารถปรับใช้เทคนิคการเลี้ยงแบบเรือนโรงมาผสม ผสานกับการเลี้ยงแบบพื้นบ้านและมีการปรับปรุงพันธุ์ลูกผสมระหว่างไก่บ้านกับไก่ พันธุ์แท้แล้วย่อมส่งผลทำให้จำนวนไก่บ้านที่จะออกสู่ตลาดมีปริมาณที่สูงขึ้นอย่างแน่นอน

วัตถุประสงค์
          1. เพื่อพัฒนาความรู้ในการประกอบอาชีพ
          2. เพื่อพัฒนาอาชีพการเลี้ยงสัตว์ให้แก่เกษตรกร
          3. ให้สามารถลดต้นทุนการผลิตได้อย่างเหมาะสมและเพิ่มผลผลิตในอาชีพหลัก
          4. ใช้เป็นอาหารสำหรับเกษตรกรทั้งไข่และเนื้อ
          5. เพิ่มรายได้ให้แก่เกษตรกร
          6. ประหยัดแรงงานเพราะสามารถปล่อยสัตว์ให้หาอาหารกินเองตามธรรมชาติได้

 วิธีดำเนินการ
          1. จัดหาพันธุ์สัตว์จากหน่วยงานของกรมปศุสัตว์ โดยกองบำรุงพันธุ์สัตว์ซึ่งมีหน่วยงานที่ผลิตสัตว์ปีกในส่วนภูมิภาค จำนวน 27 แห่ง เลี้ยงไก่พื้นเมืองและไก่ลูกผสมเป็นหลัก
          2. ให้หน่วยงานผลิตลูกไก่และเลี้ยงจนมีอายุ 1 เดือน ทำแผนการผลิตให้กับเกษตรกรผู้เดือดร้อนจากภัยพิบัติอุทกภัยน้ำท่วม รายละ 12 ตัว พร้อมอาหารสำเร็จรูป ยาและเวชภัณฑ์ สำหรับป้องกันโรคมูลค่า 50 บาทต่อราย
ระยะเวลา
          กำหนดการดำเนินงานเริ่มตั้งแต่วันที่ 20 พฤศจิกายน 53 และสามารถดำเนินการกระจายพันธุ์สัตว์สู่เกษตรกรได้ประมาณวันที่ 20 ธันวาคม 2553

งบประมาณ  2,390,000 บาท
          1. ค่าพันธุ์สัตว์ (คิดที่อายุ 1 วัน) เป็นเงิน 270,000 บาท 
               1.1 ไก่พื้นเมืองและไก่ลูกผสม 30,000 ตัวราคาตัวละ 12 บาท เป็นเงิน 360,000 บาท
          2. ค่าอาหารสัตว์ รวมค่าอาหาร เป็นเงิน 772,000 บาท
               2.1 ไก่พื้นเมืองและไก่ลูกผสม 30,000 ตัว กินตัวละ 0.055 กก. อาหารกก.ละ 17.16 กิน 30 วัน เป็นเงิน 772,200บาท ( รวมอาหารจำนวน 45,000 กก. หรือ 1,500 ถุง หรือตัวละ 1.5 กก. )
          3. ค่ายาและเวชภัณฑ์ รายละ 50 บาท รวม 2,500 ราย เป็นเงิน 125,500 บาท
          4. ค่าวัสดุสำหรับใส่อาหารและน้ำ สำหรับเกษตรกร จำนวน 2,500 รายๆละ 55 บาท เป็นเงิน 137,500 บาท
          5.รวมงบประมาณทั้งสิ้น 1,304,700 บาท /1 เดือน
          6.งบประมาณค่าอาหารเพิ่มอีก 1 เดือน (รวมเป็นเงิน 772,200 บาท)
               6.1 ไก่พื้นเมือง จำนวน 30,000 ตัว รวมอาหารจำนวน 45,000 กก. หรือ 1,500 ถุง หรือตัวละ 1.5 กก. อาหารกก.ละ 17.16 บาท รวมเป็นเงิน 772,200 บาท
          7. ค่าขนส่ง เป็นเงิน 223,500 บาท
รวมงบประมาณทั้งสิ้น 2,390,000 บาท
สรุป การดำเนินงาน

          1. ไก่พื้นเมือง ให้เกษตรกรจำนวน 2,500 ตัว รายละ 12 ตัว

          2. อาหารจำนวน 30 กก. หรือ 1.5 ถุง /ราย

          3. กระติกใส่น้ำ 1 อัน/ ราย

ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ
          1. เกษตรกรได้รับอาหารโปรตีน เนื้อและไข่
          2. เป็นการสร้างอาชีพและรายได้ให้เกษตรกรในระยะสั้น
          3. สร้างขวัญและกำลังใจให้แก่เกษตรกรรายย่อย
          4. เป็นแนวทางเลือกต่อไปสำหรับใช้ประกอบอาชีพ
          5. ประหยัดแรงงานและเวลาให้เกษตรกร

โครงการครอบครัวข่าว 3 ช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย 53 ร่วมกับกรมปศุสัตว์
มอบสัตว์ปีกเพื่อสร้างอาชีพสร้างรายได้ให้เกษตรกร

ชื่อโครงการ : ปรับปรุงโรงเรือนเกษตรกรผู้เลี้ยงไก่พื้นเมืองหลังน้ำลด

หลักการและเหตุผล
          ตามที่ประเทศไทยได้ประสบอุทกภัย ในทั่วทุกภูมิภาคของประเทศ ก่อให้เกิดความเดือดร้อนต่อเกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์อย่างกว้างขวาง ซึ่งกรมปศุสัตว์ได้ให้ความช่วยเหลือเกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์เฉพาะหน้า ทั้งในส่วนของพืชอาหารสัตว์ ยาและเวชภัณฑ์ต่างๆ แร่ธาตุก้อน รวมถึงการตรวจเยี่ยมดูแลสุขภาพสัตว์ และรัฐบาลได้กำหนดหลักเกณฑ์เพื่อช่วยเหลือชดเชยความเสียหายที่เกิดขึ้นให้แก่เกษตรกรเป็นกรณีพิเศษ
          ทั้งนี้ ในปี ๒๕๕๓ ได้เกิดเหตุอุทกภัยครั้งร้ายแรงของประเทศ เกษตรกรผู้เลี้ยงไก่พื้นเมืองได้รับความเสียหายจำนวนมาก จึงมีการให้ความช่วยเหลือ ฟื้นฟูและเยียวยาเกษตรกรหลังน้ำลด ดังที่โครงการครอบครัวข่าว ๓ ได้ให้ความช่วยเหลือด้วยการมอบพันธุ์สัตว์ปีกและอุปกรณ์ในการเลี้ยงสัตว์ เพื่อสร้างอาชีพและรายได้ให้เกษตรกร ในการนี้ กรมปศุสัตว์ จึงได้เสนอโครงการปรับปรุงโรงเรือเกษตรกรผู้เลี้ยงไก่พื้นเมืองหลังน้ำลด เพื่อเป็นการส่งเสริม และสนับสนุนให้เกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์ปีกปรับปรุงเล้า-โรงเรือนให้อยู่ในสภาพดี แยกสัดส่วนพื้นที่เลี้ยงสัตว์ และพื้นที่อยู่อาศัยของคนออกจากกัน ซึ่งจะเป็นการป้องกันพาหะนำโรคต่างๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ปลอดภัยจากโรคติดต่อระหว่างสัตว์ และโรคสัตว์ติดต่อสู่คน
          ดังนั้น การมอบตาข่ายให้เกษตรกรเพื่อใช้ในการปรับปรุงเล้าหรือโรงเรือนเลี้ยงไก่พื้นเมืองของเกษตรกรที่ประสบอุทกภัย จะเป็นการส่งเสริมสุขภาพสัตว์ ลดอุบัติการณ์ของโรคที่อาจเกิดในไก่พื้นเมือง หลังน้ำลดได้เป็นอย่างดี

วัตถุประสงค์
          1. เพื่อเป็นการให้ความช่วยเหลือ ฟื้นฟูและเยียวยาเกษตรกรที่ได้รับความเดือดร้อน
          2. เพื่อเป็นการส่งเสริมสุขภาพ ลดอุบัติการณ์ของโรคในไก่พื้นเมือง ประกอบกับการที่เล้าหรือโรงเรือนมีการล้อมตาข่าย เป็นการป้องกันนก หรือพาหะนำโรค จัดการดูแลด้านสุขภาพสัตว์ เช่น การทำวัคซีน เป็นต้น

เป้าหมาย
          - เกษตรกรที่ประสบปัญหาอุทกภัย จำนวน 2,500 ราย (พื้นที่จังหวัดนครสวรรค์ จังหวัดชัยนาท จังหวัดอยุธยา และจังหวัดลพบุรี)

ระยะเวลาดำเนินการ
          ตามแผนการจัดสรรไก่พื้นเมือง

 วิธีดำเนินการ
          - มอบตาข่าย/มุ้งไนลอน (มุ้งเขียว) ให้เกษตรกรที่ประสบอุทกภัยรายละ 1 ม้วน เพื่อใช้ล้อมเล้าหรือโรงเรือนที่ไก่นอนตอนกลางคืน

งบประมาณ
          - มุ้งไนล่อน (มุ้งเขียว) จำนวน 2,500 ม้วนๆ ละ 300 บาท รวมเป็นเงิน 750,000 บาท (เจ็ดแสนห้าหมื่นบาทถ้วน)
* โดยทำจากเชือกไนล่อนขนาด 16 ตาต่อตารางเซนติเมตร และถักเป็นตาข่าย ขนาดกว้าง 1.2 เมตร ยาว 30 หลา

ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ
          1. เป็นการสร้างขวัญและกำลังใจให้กับเกษตรกรที่ได้รับความเดือดร้อนจากน้ำท่วม
          2. เป็นการส่งเสริมสุขภาพสัตว์ ลดอุบัติการณ์ของโรคในไก่พื้นเมือง หลังน้ำลด
          3. เป็นการปรับปรุงเล้าหรือโรงเรือนไก่พื้นเมืองที่ได้รับความเสียหาย และเป็นการส่งเสริมอาชีพการเลี้ยงไก่พื้นเมือง เพื่อการบริโภคหรือจำหน่าย

เกษตรกรได้รับอะไรบ้าง
          1. ไก่ จำนวน 12 ตัว
          2. อาหารสัตว์จำนวน 15 กก./ราย
          3. ที่ให้อาหาร และ น้ำ อย่างละ 1 อัน
          4. วิตามินและยาปฏิชีวนะ อย่างละ 1 ซอง
          5. คู่มือการเลี้ยงไก่พื้นเมืองและการป้องกันโรค 1 เล่ม
          6. ตาข่ายสำหรับปรับปรุงโรงเรือนเลี้ยงสัตว์ปีก ขนาด 1.2 เมตร X 30 หลา คนละ 1 ม้วน

เมื่อครบกำหนดการเลี้ยงไก่
          1. เกษตรกรได้ไก่ที่พร้อมจำหน่ายได้ เมื่อไก่มีอายุ 3 เดือน หรือ 12 สัปดาห์ มีน้ำหนักประมาณ 1.2 กิโลกรัม
เกษตรกรมีรายได้จากการขายไก่ 70 บาทต่อตัว
          2. เกษตรกรได้มีอาหารโปรตีนจากไข่ เมื่อเลี้ยงไก่ครบอายุ 6 เดือน หรือ 24 สัปดาห์
          3. เกษตรกรได้มีอาชีพการเลี้ยงไก่ เมื่อขยายพันธุ์สัตว์ปีกเพื่อเป็นอาชีพสร้างรายได้ให้กับตนเองและครอบครัว

งบประมาณ  3,140,000 บาท
          - พันธุ์สัตว์ปีก ยา เวชภัณฑ์ 2,390,000.- บาท
          - ตาข่าย 750,000.- บาท

แผนการมอบพันธุ์ไก่
เกษตรกร 2,500 ราย สัตว์ปีก 30,000 ตัว คิดเป็นงบประมาณ 3,140,000 บาท
          - ชัยนาท 622 ราย วันที่ 23 ธันวาคม 2553
          - นครสวรรค์ 428 ราย วันที่ 23 ธันวาคม 2553
          - อยุธยา 700 ราย วันที่ 7 มกราคม 2554
          - ลพบุรี 750 ราย วันที่ 10 มกราคม 2554

 กลุ่มเป้าหมายของการแจกพันธุ์ไก่
เกษตรกรที่เลี้ยงสัตว์ปีกในพื้นที่จังหวัด นครสวรรค์ ชัยนาท ลพบุรี และอยุธยา ซึ่งเป็นพื้นที่ได้รับความเสียหายจากน้ำท่วม

                 แผนการส่งมอบไก่ โครงการเลี้ยงสัตว์ปีกสร้างอาชีพและรายได้ให้เกษตรกร                 

หน่วยงานผลิต

23 ธ.ค. 53

29 ธ.ค. 53

5 ม.ค. 54

12 ม.ค. 54

19 ม.ค. 54

26 ม.ค. 54

รวม

ศูนย์ฯทับกวาง

 400

 

400 

280 

 

 

1,080

ศูนย์ฯกบินทร์บุรี

 

600 

1,300 

2,450 

1,300 

1,200 

6,850 

สถานีฯสระแก้ว

 320

 

 

 

 300

 

620 

ศูนย์ฯลำพญากลาง

 1,000

 

 

 

 

 

 1,000

ศูนย์ฯสุรินทร์

 

 

 400

 

 400

 

800 

สถานีฯบุรีรัมย์

 500

 

 

 

 

 

 500

ศูนย์ฯท่าพระ

 270

 

 250

 

 

 

 520

สถานีฯสกลนคร

 600

360 

 

 

 

 

 960

สถานีฯเลย

 

 

 

 

 

 500

 500

สถานีฯอุดรธานี

 436

 150

 

 

 

 

 586

สถานีฯนครพนม

220

260

480

ศูนย์ฯเชียงใหม่

1,700

1,600

1,500

1,000

940

6,740

สถานีฯแพร่

500

150

150

400

400

400

2,000

สถานีฯพะเยา

700

800

1,500

สถานีฯแม่ฮ่องสอน

500

500

ศูนย์ฯตาก

700

260

960

สถานีฯนครสวรรค์

600

600

สถานีฯพิษณุโลก

480

400

880

ศูนย์ฯหนองกวาง

324

636

960

สถานีฯสุพรรณบุรี

500

500

500

500

2,000

รวม

 5,426

4,304

5,200 

5,130 

5,636

4,340 

30,036

การพัฒนาพันธุ์ไก่พื้นเมือง
          กรมปศุสัตว์ได้ร่วมมือกับสำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) สร้างฝูงไก่พื้นเมืองไทยพันธุ์แท้จำนวน 4 พันธุ์ ได้แก่ ไก่ประดู่หางดำ, เหลืองหางขาว, แดง และชี ที่ศูนย์วิจัยและบำรุงพันธุ์สัตว์เชียงใหม่, กบินทร์บุรี, สุราษฏร์ธานี และ ท่าพระตามลำดับ ทำให้ลูกไก่ที่เกิดของแต่ละพันธุ์มีลักษณะภายนอกตรงตามพันธุ์ (Breed true) ไม่หลากหลากสีขนเช่นลูกไก่ที่เกิดจากไก่พื้นเมืองของไทยทั่วๆไป ปัจจุบันมีกำลังการผลิตแต่ละศูนย์วิจัยฯ ประมาณ 25,000 ตัว/ปี รวมประมาณ 100,000 ตัว/ปี

ผลที่ได้จากพัฒนาพันธุ์ไก่พื้นเมือง
          ได้ฝูงไก่พื้นเมืองพันธุ์แท้ (Pure breed) ของประเทศไทย ที่มีการสร้างพันธุ์ขึ้นมาอย่างเป็นทางวิทยาศาสตร์/วิชาการ มีลักษณะประจำพันธุ์ทั้งลักษณะทางคุณภาพ และลักษณะทางปริมาณ (ลักษณะภายนอกของพันธุ์, ลักษณะทางเศรษฐกิจ) เช่นเดียวกับสัตว์พันธุ์แท้ของนานาชาติ, เลี้ยงได้ดีในสภาพชนบท และมีความสามารถของพันธุ์ ในการผลิตไก่พันธุ์แท้ และลูกผสมที่ดีในระดับอุตสาหกรรม
การนำไปใช้ประโยชน์และผลกระทบต่างๆจากการพัฒนาพันธุ์
           1. มีการนำพันธุ์ไก่ ไปใช้ประโยชน์ในกิจการที่เกี่ยวข้องกับการเลี้ยง และจำหน่ายไก่พื้นเมือง/ลูกผสมพื้นเมืองฯ ทั้งในระดับฟาร์มเอกชนที่เป็นอุตสาหกรรม ฟาร์มของรัฐบาล จนถึงระดับเกษตรกร
           2. ก่อให้เกิดอาชีพที่เกี่ยวกับไก่พื้นเมือง ทั้งผู้เลี้ยงไก่พื้นเมือง, ผู้เชือดชำแหละ และผู้ขายไก่ในตลาด โดยได้สร้างเครือข่ายฟาร์ม, เกษตรกร และเครือข่ายผู้จำหน่ายไก่สด ซึ่งในอนาคตคาดว่าจะมีการขยายไปในวงกว้างขึ้นเรื่อยๆ
          3. สร้างการอนุรักษ์พันธุ์โดยให้ไก่ประดู่หางดำกลับไปสู่ถิ่นกำเนิดเดิม ในรูปเครือข่ายเกษตรกรเลี้ยงไก่ประดู่หางดำของกรมปศุสัตว์ คือนอกจากเก็บรักษาพันธุ์แท้ไว้ในเป็นฝูงต้นพันธุ์แล้ว ก็มีการกระจายไก่พันธุ์แท้เหล่านี้ กลับไปสู่หมู่บ้านต่างๆ
          4. มีมูลค่าเพิ่มที่เกิดจากการเลี้ยงไก่พันธุ์แท้ จากขั้นตอนการผลิตไก่ จนไปสู่ผู้บริโภค ดังนี้
               - ผู้เลี้ยงไก่ขุน ตั้งแต่แรกเกิด ถึงน้ำหนักจำหน่ายที่อายุ 12 สัปดาห์ (น้ำหนัก 1.2 กก.) ต้นทุนการผลิต
56 บาท/กก. จำหน่าย 70 บาท/กก. มีกำไรตัวละ 16.8 บาท คิดเป็นมูลค่าเพิ่ม 25 เปอร์เซ็นต์
               - ผู้ชำแหละไก่ ไก่หลังชำแหละมีน้ำหนักเหลือพร้อมจำหน่ายเหลือประมาณร้อยละ 88, ต้นทุน 70 บาท/กก. จำหน่าย 95 บาท/กก. มีกำไรตัวละ 16.3 บาท คิดเป็นมูลค่าเพิ่ม 19 เปอร์เซ็นต์
               - ผู้ขายไก่สดในตลาด จำหน่าย 120 บาท/กก. มีกำไรตัวละ 26.4 บาท คิดเป็นมูลค่าเพิ่ม 26 เปอร์เซ็นต์
               - ฟาร์มเครือข่าย ผู้ผลิตลูกไก่แรกเกิด ต้นทุนการผลิต 11 บาท/ตัว ราคาจำหน่าย 15 บาท/ตัว มีกำไรตัวละ 4 บาท คิดเป็นมูลค่าเพิ่ม 36 เปอร์เซ็นต์
          5. สร้างอาชีพที่มีความยั่งยืนในชนบท โดยอาศัยหลักเศรษฐกิจพอเพียงที่เกษตรกรสามารถผลิตพันธุ์ได้เอง ใช้อาหาร และวิธีการเลี้ยงแบบท้องถิ่น บนพื้นฐานพันธุ์ไก่ที่ถูกพัฒนาให้สามารถอยู่ได้ในสภาพการเลี้ยงของประเทศไทย ทำให้เกิดความเข้มแข็งของชุมชนมากขึ้นในอนาคต

 นโยบายของกรมปศุสัตว์ด้านไก่พื้นเมือง
การอนุรักษ์ไก่พื้นเมือง
          การอนุรักษ์จะเน้นทั้งที่อยู่ในถิ่นกำเนิดเดิม และนำออกจากแหล่งเดิมไปวิจัยและพัฒนาใช้ประโยชน์ โดยเมื่อนำมาใช้ประโยชน์แล้ว แหล่งพันธุกรรมนั้นจะต้องไม่สูญหาย สามารถนำกลับมาใช้ใหม่ได้ตลอด แต่การนำไก่พื้นเมืองออกมาอนุรักษ์ โดยหน่วยราชการหรือแม้แต่เอกชนอย่างเดียวจะประสบผลสำเร็จยาก และในระยะยาวมักจะขาดความหลากหลายทางพันธุกรรม เนื่องจากต้องจัดจำนวนประชากรไก่ให้ต่ำสุด เพื่อประหยัดงบประมาณค่าใช้จ่าย ฉะนั้นการอนุรักษ์ที่ดีที่สุดคือการอนุรักษ์ให้สัตว์เหล่านั้นอยู่ในถิ่นกำเนิดเดิม ดังนั้นเมื่อได้ไก่พื้นเมืองพันธุ์แท้แล้ว นอกจากเก็บรักษาพันธุ์ไว้ในเป็นฝูงต้นพันธุ์แล้ว ก็ต้องมีการกระจายไก่พันธุ์แท้เหล่านี้ กลับไปสู่ถิ่นกำเนิดคือในหมู่บ้านต่างๆของไทย
          ดังนั้นนโยบายการอนุรักษ์ฯ ในระยะสั้นคือในช่วงประมาณอีก 2 - 3 ปี จะทำให้ไก่พื้นเมืองทั้ง 4 พันธุ์ที่กรมปศุสัตว์พัฒนาพันธุ์มา ให้มีลักษณะภายนอกนิ่ง และมีมาตรฐานของลักษณะต่างๆทางเศรษฐกิจ เพื่อให้เป็นไก่พันธุ์แท้ตามหลักสากลทั่วไป และจะมีการกระจายพันธุ์กลับไปสู่เกษตรกรในหมู่บ้าน ส่วนในระยะยาวหากไม่มีปัญหาด้านงบประมาณ จะมีการสร้างฝูงไก่พื้นเมืองพันธุ์อื่นๆของไทย เช่นไก่เขียว, ไก่เทา, ไก่สาของภาคเหนือ เป็นต้น เพราะหากไม่มีการรวบรวมพันธุ์ไก่พื้นเมืองของไทยเหล่านี้ มาสร้างเป็นฝูงไก่พันธุ์แท้ของประเทศ ในอนาคตจะเป็นเรื่องที่ทำได้ยากขึ้น เนื่องจากยิ่งนานไปการปนเปื้อนของพันธุกรรมของแต่ละพันธุ์ในถิ่นกำเนิดจะมากขึ้นตามกาลเวลา

การนำผลงานวิจัยการพัฒนาพันธุ์ไปสู่การใช้ประโยชน์ของประชาชน
          มีการต่อยอดโครงการวิจัยการสร้างฝูงไก่พื้นเมือง ในรูปแบบการนำผลงานวิจัยจากหิ้งไปสู่ห้าง หรือจากฟาร์มไปสู่ผู้บริโภค (From farm to table) โดยมีขั้นตอนการดำเนินงานคือ

          1. ศูนย์วิจัยและบำรุงพันธุ์สัตว์ ผลิตไก่พ่อแม่พันธุ์ (Parent stock)
          2. สร้างฟาร์มเครือข่ายเลี้ยงไก่พื้นเมืองพันธุ์แท้/ลูกผสมฯ
          3. สร้างเกษตรกรเครือข่ายเลี้ยงไก่พื้นเมืองพันธุ์แท้
          4. สร้างเครือข่ายผู้ชำแหละไก่ และผู้จำหน่ายไก่สดในชุมชน
          การดำเนินงานทั้งหมด จะทำให้มีการพัฒนาไปสู่ระบบการผลิตในรูปแบบฟาร์ม/เกษตรกรเครือข่ายของกรมปศุสัตว์ เพื่อให้ได้จำนวนไก่พื้นเมือง/ลูกผสมพื้นเมืองฯ เพียงพอกับความต้องการของประชาชน และยังเป็นการผลักดันภารกิจการผลิตจากหน่วยงานวิจัยไปสู่เกษตรกรหรือเอกชน ซึ่งจะทำให้มีการใช้ประโยชน์ในไก่พื้นเมืองพันธุ์เหล่านี้ อย่างเต็มประสิทธิภาพของพันธุ์ และอย่างถาวร
การตลาดไก่พื้นเมือง
          ส่วนใหญ่ของไก่สดพื้นเมืองและลูกผสมฯ จะมีจำหน่ายในตลาดชุมชน ซึ่งเป็นตลาดสดระดับอำเภอ และระดับตำบล โดยปัจจุบันทุกๆตำบลจะมีตลาดชุมชนประจำตำบล จำหน่ายสินค้าบางตลาดเปิดทั้งตอนเช้า (04.00 - 08.00 นาฬิกา) และตอนเย็น (13.00 - 18.00 นาฬิกา) หรือบางตลาดเปิดเฉพาะตอนเช้าหรือเย็น สำหรับจำนวนไก่พื้นเมืองและลูกผสมฯที่จำหน่ายอยู่ในช่วง 30 - 100 ตัว/วัน/ตลาด และจากข้อมูลการวิจัยของนักวิชาการ ในตลาดเหล่านี้พบว่า ปัจจุบันจำนวนไก่พื้นเมือง/ลูกผสมฯมีจำนวนไม่เพียงพอกับความต้องการของผู้บริโภค ทำให้ผู้ขายไก่สดต้องนำไก่โต้ง (ไก่ไข่ตัวผู้) มาจำหน่ายแทน ซึ่งผู้บริโภคจะนิยมซื้อไก่เรียงตามลำดับคือ ไก่พื้นเมือง, ไก่ลูกผสมพื้นเมือง และไก่โต้งตามลำดับ ดังนั้นการพัฒนาการตลาดไก่พื้นเมืองยังเป็นไปได้อีกมาก
          ในส่วนของกรมปศุสัตว์ ได้เริ่มพัฒนาระบบการจำหน่ายไก่พื้นเมืองในตลาดชุมชนให้เข้าสู่ระบบมาตรฐานเช่นอาหารชนิดอื่นๆ จากการที่ในตลาดชุมชนมีไก่สดจำหน่ายหลายชนิด ผู้บริโภคส่วนใหญ่จะแยกไม่ค่อยออกระหว่างไก่พันธุ์ต่างๆ แม้ว่าไก่เนื้อและไก่โต้งจะมีหงอนแบบหงอนจักรซึ่งมีขนาดใหญ่และแตกต่างกับหงอนไก่พื้นเมืองที่เป็นหงอนถั่วหรือหงอนหินที่เล็กแนบติดหัว ก็จะมีการตัดหงอนไก่เนื้อ/ไก่โต้งให้เล็กคล้ายกับไก่พื้นเมือง จึงได้เริ่มโครงการการรับรองพันธุ์ไก่พื้นเมือง/ลูกผสมฯ ของกรมปศุสัตว์ที่มีจำหน่ายในตลาดชุมชน โดยนำร่องด้วยไก่ประดู่หางดำของกรมปศุสัตว์ก่อน มีการนำโดยมีการนำป้ายพลาสติกไปติดที่แผง/ร้านที่มีการจำหน่ายไก่สด และมีถุงพลาสติกที่ใช้บรรจุไก่สดขายเป็นตัว โดยระบุถึงชื่อพันธุ์ไก่และหน่วยงานรัฐที่สร้างพันธุ์ ซึ่งจะสร้างการรับรู้ไก่พื้นเมือง/ลูกผสมฯพันธุ์นี้ และไก่พื้นเมืองพันธุ์อื่นๆต่อไปอีกในอนาคต ซึ่งการเริ่มพัฒนาการจำหน่ายไก่พื้นเมือง/ลูกผสมฯ ชำแหละโดยบรรจุในถุงพลาสติกโดยเริ่มจากการรับรองพันธุ์ไก่ที่จำหน่ายแล้ว จะนำไปสู่การพัฒนาการจำหน่ายไก่พื้นเมืองในถุงพลาสติกที่มีการรับรองคุณภาพโดยหน่วยงานของรัฐเช่นอาหารทางการเกษตรชนิดอื่นๆ

 
View My Stats
dld.go.th/breeding/poultry, Powered by Joomla! and designed by SiteGround web hosting

กลุ่มวิจัยและพัฒนาสัตว์ปีก สำนักพัฒนาพันธุ์สัตว์ กรมปศุสัตว์
Poultry Research and Development Section, Bureau of Animal Husbandry and Genetic Improvement, Department of Livestock Development
ถนนพญาไท เขตราชเทวี กรุงเทพมหานคร 10400
Tel./Fax 0 2653 4454