เงื่อนไขการนำม้าเข้าในราชอาณาจักร
1.จะต้องมีหนังสือรับรองสุขภาพสัตว์
(health certificate)
เป็นภาษาอังกฤษที่ลงนามรับรองโดยสัตวแพทย์ผู้มีอำนาจหน้าที่ของรัฐบาลประเทศผู้ส่งออก
โดยมีรายละเอียดการรับรองดังนี้
1.1 จำนวน ชนิดสัตว์
1.2 พันธุ์ เพศ อายุ และสี
1.3 รูปพรรณสัณฐานสัตว์
1.4 ชื่อและที่อยู่เจ้าของหรือผู้ส่งออก
และหลักฐานแสดงแหล่งกำเนิด
1.5 การรับรองตามเงื่อนไขตั้งแต่ข้อ 3
ถึงข้อ 12
2.สมุดทะเบียนประวัติสายพันธุ์ม้าแข่ง หรือใบรับรองพันธุ์ประวัติหรือสายพันธุ์
(stud-book, silhouette หรือ
pedigree certificate) กำกับมาพร้อมกับสัตว์ที่นำเข้า
3.สัตว์ต้องมาจากแหล่งที่มีการควบคุมโรคสัตว์ และต้องมีสุขภาพสมบูรณ์ไม่มีอาการหรือวิการของโรคติดเชื้อ
หรือโรคติดต่อ หรือพยาธิภายนอกใด ๆ ในขณะที่ส่งออก และเหมาะสมสำหรับการขนส่งหรือเดินทาง
4. ประเทศ หรือเขต หรือพื้นที่ที่เป็นแหล่งกำเนิดต้องปลอดจากโรค African
Horse Sickness, โรค
Equine Encephalomyelitis (Eastern, Western
และ Venezuelan Encephalomyelitis และ
Borna Disease), โรค Vesicular
stomatitis, โรค Dourine และ
โรค Epizootic Lymphangitis
5. บริเวณหรือพื้นที่ในรัศมีหนึ่งร้อยกิโลเมตรรอบบริเวณที่เลี้ยงสัตว์ที่จะส่งออก
ต้องไม่มีประวัติของการเกิดโรคแอนแทรกซ์,โรค Equine
Infectious Anemia, โรค Equine Viral Arteritis,
โรค Equine Viral Rhinopneumonitis,
โรคพิษสุนัขบ้า, โรค Equine Influenza,
โรค Equine Herpes Virus (abortion and neurological
disease), โรค Trypanosomiasis (T. evansi) และ โรค
6. สถานที่หรือฟาร์มเลี้ยงสัตว์ที่จะส่งออกต้องไม่มีประวัติของการเกิดโรคที่กล่าวในข้อ
5 ในช่วงระยะเวลาสองปีก่อนการส่งออก
7. สถานที่หรือฟาร์มเลี้ยงสัตว์ที่จะส่งออก ต้องไม่มีประวัติของการเกิดโรค
Glanders, โรค Strangle, โรค Equine
Paratyphoid (S. abortus equi infection), โรค
Equine Coital Exanthema, โรค Equine Piroplasmosis, โรค Surra,
โรค Contagious Equine Metritis (CEM),
โรค Epizootic Lymphangitis และ โรคเรื้อน
(Mange) ในช่วงระยะเวลาหนึ่งปีก่อนการส่งออก
8. ภายใต้การตรวจสอบของสัตวแพทย์ผู้มีอำนาจหน้าที่ของรัฐบาลประเทศผู้ส่งออก
สัตว์ดังกล่าวจะต้องไม่ปรากฏความผิดปกติทางพันธุกรรม เช่น pigeon
toed และ undershot jaw เป็นต้น
9. สัตว์ทุกตัวที่จะส่งออกมายังประเทศไทยจะต้องถูกกักกันเป็นเวลาสามสิบวันก่อนการส่งออก
ณ สถานที่กักกันที่ได้รับการรับรองและอยู่ภายใต้การควบคุมดูแลของสัตวแพทย์ผู้มีอำนาจหน้าที่ของรัฐบาลประเทศผู้ส่งออก
10. ในช่วงระยะเวลาสามสิบวันที่ถูกกักกันก่อนส่งออก สัตว์ทุกตัวต้องผ่านการทดสอบโรคต่างๆ
ด้วยวิธีการทดสอบโรคที่ได้รับการรับรองจากสำนักงานโรคระบาดสัตว์ระหว่างประเทศ
(OIE) และผลการทดสอบดังกล่าวต้องเป็นลบ
(negative) ดังนี้
10.1 โรค Equine
Infectious Anemia โดยวิธี agar gel immunodiffusion
test (Coggins' test)
10.2 โรค Equine
Viral Arteritis โดยวิธี virus neutralization
test
10.3 โรค Contagious
Equine Metritis (สำหรับพ่อพันธุ์และแม่พันธุ์ม้า) โดยวิธี agent
identification
10.4 โรค Glanders
โดยวิธี complement fixation test
10.5 โรค Equine
Piroplasmosis โดยวิธี agent identification
10.6 โรค Dourine
โดยวิธี complement fixation test
10.7 โรค Equine
Trypanosomiasis (T. evansi) โดยวิธี agent identification
11. นอกจากนี้จะต้องได้รับการรับรองดังนี้
11.1 สัตว์ดังกล่าวจะต้องแสดงผลการทดสอบเป็นลบต่อการทดสอบโรค
Glanders, โรค Equine Piroplasmosis,
โรค Trypanosomiasis, โรค Equine Lymphangitis
และ โรค Contagious Equine Metritis โดยต้องทำการทดสอบภายในสามสิบวันก่อนการส่งออก
โดยวิธีการทดสอบโรคต้องได้รับการรับรองจากสำนักงานโรคระบาดสัตว์ระหว่างประเทศ
(OIE) หรือ
11.2 โดยการรับรองแหล่งต้นทางว่าปลอดจากโรคที่กล่าวในข้อ
11 ในช่วงเวลาสามปี ก่อนการส่งออก
หมายเหตุโรคดังกล่าวในข้อ
10 และข้อ11 อาจทำการทดสอบโดยวิธีอื่นที่กำหนดโดยสำนักงานโรคระบาดสัตว์ระหว่างประเทศ
(The Office International des Epizooties (OIE))
12. สัตว์ต้องได้รับการถ่ายพยาธิด้วยยาถ่ายพยาธิชนิดกว้าง (broad
spectrum) ที่ได้รับการรับรองให้ใช้ได้ และกำจัดพยาธิภายนอกในช่วงที่จะส่งออก
13. พาหนะและภาชนะที่ใช้ในการขนส่งสัตว์เพื่อการส่งออกต้องได้รับการทำความสะอาดและฆ่าเชื้อโดยทั่วทันทีก่อนที่จะใช้บรรทุกสัตว์ที่จะส่งออก
การดำเนินการดังกล่าวให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ของ OIE
International Animal Health Code
14. สถานที่ที่จัดไว้สำหรับสัตว์ในระหว่างการขนส่งต้องได้รับการออกแบบในลักษณะที่ไม่มีความเสี่ยงต่อการบาดเจ็บหรือทรมานโดยไม่จำเป็น
การดำเนินการดังกล่าวให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ของ OIE
International Animal Health Code
15. ภายหลังที่ออกเดินทางจากประเทศต้นทางแล้ว เรือ เครื่องบิน หรือพาหนะใดๆ
ที่ใช้บรรทุกสัตว์อาจแวะที่ท่าซึ่งผ่านการรับรองแล้วเท่านั้น ขณะที่แวะสัตว์นั้นจะต้องไม่มีการสัมผัสกับสัตว์อื่นที่มีภาวะทางสุขภาพแตกต่างกัน
การนำสัตว์ลงจากพาหนะหรือการเคลื่อนย้ายสัตว์อาจกระทำได้โดยต้องอยู่ในการดูแลและรับรองโดยเจ้าหน้าที่สัตวแพทย์ผู้มีอำนาจหน้าที่ของประเทศที่แวะ
16. ห้ามนำม้าหรือสัตว์อื่นที่มีภาวะทางสุขภาพแตกต่างกัน รวมทั้งอาหารสัตว์
ฟางหรือหญ้าแห้งขึ้นมาบนเรือหรือเครื่องบินภายหลังจากที่ออกจากประเทศต้นทาง
17. เมื่อสัตว์มาถึงท่าเข้าของประเทศไทยจะต้องถูกกักกันภายหลังการนำเข้า
ณ สถานกักกันที่ได้รับการรับรองเป็นเวลาไม่น้อยกว่าสามสิบวัน สัตว์ที่อยู่ในระหว่างการกักกันจะถูกตรวจสอบและหรือ
รักษาตามที่เห็นสมควรและจำเป็น ผู้นำเข้าหรือเจ้าของเป็นผู้ควบคุมดูแลรับผิดชอบและออกค่าใช้จ่ายเองทั้งหมดที่เกิดขึ้นในระหว่างการกักกันสัตว์
18. การไม่ปฏิบัติตามขั้นตอนการนำเข้าอาจส่งผลให้ต้องดำเนินการส่งกลับไปยังประเทศต้นทางหรือทำลายซึ่งสัตว์ดังกล่าวโดยไม่มีค่าชดใช้
|