 |

ก ร ม ป ศุ สั ต ว์
ก ร ะ ท ร ว
ง เ ก ษ ต ร แ ล ะ ส ห ก ร ณ์ |
|
|
| ห
ลั ก ก า ร
|
| โดยที่เป็นการสมควรให้มีกฏหมายว่าด้วยการส่งเสริมและอนุรักษ์พันธุ์สัตว์
|
| เ
ห ตุ ผ ล |
| ประเทศไทยเป็นประเทศหนึ่งที่มีความหลากหลายทางชีวภาพโดยเฉพาะอย่างยิ่งพันธุ์สัตว์พื้นเมือง
รัฐจำเป็นที่จะต้องส่งเสริมและอนุรักษ์พันธุ์สัตว์เหล่านี้ให้ธำรงไว้ซึ่งมรดกของชาติสืบไป
ดังนั้น เพื่อเป็นการป้องกันมิให้ผู้ใดนำพันธุ์สัตว์พื้นเมืองของไทยไปแสวงหาประโยชน์ในทางการค้าโดยมิได้รับอนุญาต
รวมทั้งป้องกันมิให้พันธุ์สัตว์ต่างถิ่นบางชนิดเข้ามาปะปนกับพันธุ์สัตว์พื้นเมืองของไทย
อันอาจก่อให้เกิดผลกระทบซึ่งเป็นอันตรายต่อพันธุ์สัตว์พื้นเมือง ตลอดจนสุขภาพและสวัสดิภาพของประชาชนได้
และเพื่อเป็นการอนุรักษ์พันธุ์สัตว์พื้นเมืองของไทยจึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้ |
| โดยที่เป็นการสมควรให้มีกฏหมายว่าด้วยการส่งเสริมและอนุรักษ์พันธุ์สัตว์
พระราชบัญญัตินี้ มีบทบัญญัติบางประการเกี่ยวกับการจำกัดสิทธิและเสรีภาพของบุคคลซึ่งมาตรา
๒๙ ประกอบกับมาตรา ๕๐ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย บัญญัติให้กระทำได้โดยอาศัยอำนาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมาย |
 |
|
|
| |
มาตรา
๑
พระราชบัญญัตินี้เรียกว่า พระราชบัญญัติส่งเสริมและอนุรักษ์พันธุ์สัตว์
พ.ศ.... |
|
 |
|
|
 |
|
|
| |
มาตรา
๒
พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับเมื่อพ้นกำหนดหนึ่งปีนับแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป |
|
 |
|
|
 |
|
|
| |
มาตรา
๓
ในพระราชบัญญัตินี้
สัตว์ หมายความถึงสิ่งมีชีวิตที่มิใช่พรรณไม้และมนุษย์ แต่ทั้งนี้ไม่รวมถึงจุลชีพ
พันธุ์สัตว์ หมายความว่า กลุ่มของสัตว์ที่มีพันธุกรรมและลักษณะทางสัตวศาสตร์เหมือนหรือคล้ายคลึงกัน
มีคุณสมบัติเฉพาะตัวที่สม่ำเสมอ คงตัว และแตกต่างจากกลุ่มอื่นในสัตว์ชนิดเดียวกัน
ทั้งนี้ตามที่กำหนดไว้ในกฎกระทรวง
พันธุ์สัตว์พื้นเมือง หมายความว่า พันธุ์สัตว์ที่มีกำเนิดในราชอาณาจักรหรือมีอยู่ในราชอาณาจักร
คณะกรรมการ หมายความว่า คณะกรรมการส่งเสริมและอนุรักษ์พันธุ์สัตว์
อธิบดี หมายความว่า อธิบดีกรมปศุสัตว์ อธิบดีกรมประมงในส่วนที่เกี่ยวกับสัตว์น้ำ
และอธิบดีกรมป่าไม้ในส่วนที่เกี่ยวกับสัตว์ป่า
รัฐมนตรี หมายความว่า รัฐมนตรีผู้รักษาการตามพระราชบัญญัตินี้ |
|
 |
|
|
 |
|
|
| |
มาตรา
๔
ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์รักษาการตามพระราชบัญญัตินี้และให้มีอำนาจออกกฏกระทรวง
ประกาศ กำหนดค่าธรรมเนียม ตลอดจนแต่งตั้งพนักงานเจ้าหน้าที่และกำหนดกิจการอื่นเพื่อปฎิบัติการตามพระราชบัญญัตินี้
กฎกระทรวงและประกาศนั้น เมื่อประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้วให้ใช้บังคับได้
|
|
 |
|
|
หมวด ๑
คณะกรรมการส่งเสริมและอนุรักษ์พันธุ์สัตว์
 |
|
|
| |
มาตรา
๕
ให้มีคณะกรรมการคณะหนึ่งเรียกว่า คณะกรรมการส่งเสริมและอนุรักษ์พันธุ์สัตว์
ประกอบด้วยปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เป็นประธานกรรมการ อธิบดีกรมปศุสัตว์
อธิบดีกรมประมง อธิบดีกรมป่าไม้ และผู้ทรงคุณวุฒิอีกไม่น้อยกว่า ๕ คน
แต่ไม่เกิน ๙ คนเป็นกรรมการ
ให้คณะรัฐมนตรีแต่งตั้งกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิโดยระบุตัวบุคคลจากผู้ซึ่งมีความเชี่ยวชาญในสาขาที่เกี่ยวข้องกับการส่งเสริมและอนุรักษ์พันธุ์สัตว์
แต่ผู้นั้นต้องไม่เป็นผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง
ให้ประธานกรรมการแต่งตั้งข้าราชการของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เป็นเลขานุการและผู้ช่วยเลขานุการ
|
|
 |
|
|
 |
|
|
| |
มาตรา
๖
ให้กรรมการซึ่งคณะรัฐมนตรีแต่งตั้งมีวาระการดำรงตำแหน่งคราวละสามปี กรรมการซึ่งพ้นจากตำแหน่งอาจได้รับการแต่งตั้งอีกก็ได้
ในกรณีที่กรรมการพ้นจากตำแหน่งตามวาระแต่ยังมิได้แต่งตั้งกรรมการใหม่
ให้กรรมการนั้นปฏิบัติหน้าที่ไปพลางก่อน จนกว่าจะได้แต่งตั้งกรรมการใหม่
|
|
 |
|
|
 |
|
|
| |
มาตรา
๗
นอกจากการพ้นจากตำแหน่งตามวาระตามมาตรา ๖ กรรมการซึ่งคณะรัฐมนตรีแต่งตั้งพ้นจากตำแหน่งเมื่อคณะรัฐมนตรีมีมติให้ออกหรือเมื่อมีเหตุหนึ่งเหตุใด
ดังต่อไปนี้
(๑) ตาย
(๒) ลาออก
(๓) เป็นบุคคลล้มละลาย
(๔) เป็นคนไร้ความสามารถหรือคนเสมือนไร้ความสามารถ
(๕) ได้รับโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก เว้นแต่เป็นโทษสำหรับความผิดที่กระทำโดยประมาท
หรือความผิดลหุโทษ
(๖) มีเหตุต้องพ้นจากตำแหน่งก่อนครบวาระตามกฎหมายว่าด้วยการนั้น
ในกรณีที่กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิพ้นจากตำแหน่งก่อนวาระ ให้คณะรัฐมนตรีแต่งตั้งผู้อื่นเป็นกรรมการแทน
เว้นแต่วาระการดำรงตำแหน่งของกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิเหลือไม่ถึงเก้าสิบวันจะไม่แต่งตั้งก็ได้
และให้ผู้ได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งแทนอยู่ในตำแหน่งเท่ากับวาระที่เหลืออยู่ของผู้ซึ่งตนแทน
|
|
 |
|
|
 |
|
|
| |
มาตรา
๘
ให้คณะกรรมการมีอำนาจหน้าที่ดังต่อไปนี้
(๑) เสนอแนะรัฐมนตรีในการออกกฎกระทรวงและประกาศตามพระราชบัญญัตินี้
(๒) ให้ความเห็นหรือคำแนะนำแก่รัฐมนตรีเกี่ยวกับการปฎิบัติการตามพระราชบัญญัตินี้
(๓) วางระเบียบเกี่ยวกับการศึกษา ทดลอง วิจัย และปรับปรุงหรือพัฒนาที่เกี่ยวข้องกับการส่งเสริม
และอนุรักษ์พันธุ์สัตว์ ทั้งนี้ โดยคำนึงถึงจรรยาบรรณในการใช้สัตว์และสวัสดิภาพของสัตว์ด้วย
(๔) วางระเบียบเกี่ยวกับการบริหารกองทุนส่งเสริมและอนุรักษ์พันธุ์สัตว์
(๕) กำหนดชนิดและประเภทของพันธุ์สัตว์พื้นเมืองที่จะได้รับการส่งเสริมและอนุรักษ์
เพื่อให้รัฐมนตรีประกาศในราชกิจจานุเบกษา
(๖) กำหนดหน่วยงานหรือสถาบันให้มีอำนาจหน้าที่ตรวจสอบประเมินผลกระทบด้านความปลอดภัยทางชีวภาพและสิ่งแวดล้อม
(๗) ปฏิบัติการอื่นตามที่คณะรัฐมนตรีหรือรัฐมนตรีมอบหมาย |
|
 |
|
|
 |
|
|
| |
มาตรา
๙
การประชุมของคณะกรรมการต้องจัดประชุมอย่างน้อยปีละหนึ่งครั้ง และมีคณะกรรมการมาประชุมไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนกรรมการทั้งหมดจึงจะเป็นองค์ประชุม
ถ้าประธานกรรมการไม่อยู่ในที่ประชุม หรือไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้
ให้กรรมการซึ่งมาประชุมเลือกกรรมการคนหนึ่งขึ้นทำหน้าที่แทน
การวินิจฉัยชี้ขาดในที่ประชุมให้ถือเสียงข้างมาก กรรมการคนหนึ่งมีเสียงหนึ่งในการลงคะแนน
ถ้าคะแนนเสียงเท่ากัน ให้ประธานในที่ประชุมออกเสียงเพิ่มขึ้นอีกเสียงหนึ่งเป็นเสียงชี้ขาด
ในกรณีที่กรรมการเป็นผู้มีส่วนได้เสียไม่ว่าโดยตรงหรือโดยอ้อมในเรื่องใด
ห้ามมิให้คณะกรรมการผู้นั้นเข้าร่วมประชุม |
|
 |
|
|
 |
|
|
| |
มาตรา
๑๐
ในการปฏิบัติหน้าที่ตามพระราชบัญญัตินี้ คณะกรรมการมีอำนาจแต่งตั้งคณะอนุกรรมการ
เพื่อปฏิบัติการตามที่คณะกรรมการมอบหมายได้
คณะอนุกรรมการตามวรรคหนึ่งมีอำนาจหน้าที่ตามที่คณะกรรมการมอบหมาย โดยให้นำมาตรา
๙ มาบังคับใช้แก่การประชุมของคณะอนุกรรมการโดยอนุโลม |
|
 |
|
|
หมวด
๒
กองทุนส่งเสริมและอนุรักษ์พันธุ์สัตว์
 |
|
|
| |
มาตรา
๑๑
ให้จัดตั้งกองทุนขึ้นกองทุนหนึ่งเรียกว่า กองทุนส่งเสริมและอนุรักษ์พันธุ์สัตว์
ในกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เพื่อเป็นกองทุนใช้จ่ายในการช่วยเหลือและอุดหนุนกิจการที่เกี่ยวกับการอนุรักษ์
การวิจัย และการพัฒนาพันธุ์สัตว์ ประกอบด้วยเงินและทรัพย์สินดังต่อไปนี้
(๑) เงินรายได้จากข้อตกลงแบ่งปันผลประโยชน์ตามมาตรา ๑๗
(๒) เงินอุดหนุนจากรัฐบาล
(๓) เงินหรือทรัพย์สินที่มีผู้อุทิศให้
(๔) ดอกผลและผลประโยชน์อื่นใดที่เกิดจากกองทุน
เงินและทรัพย์อื่นตามวรรคหนึ่ง ให้ส่งเข้ากองทุนโดยไม่ต้องนำส่งคลังเป็นรายได้แผ่นดิน |
|
 |
|
|
 |
|
|
| |
มาตรา
๑๒
เงินกองทุนให้ใช้จ่ายเพื่อกิจการดังต่อไปนี้
(๑) ช่วยเหลือและอุดหนุนกิจการใดๆของนิติบุคคล ซึ่งมีวัตถุประสงค์ในการส่งเสริมและอนุรักษ์พันธุ์สัตว์
(๒) เป็นค่าใช้จ่ายในการบริหารกองทุน
การบริหารกองทุนและการควบคุมการใช้จ่ายเงินกองทุน ให้เป็นไปตามระเบียบที่คณะกรรมการกำหนดโดยความเห็นชอบของกระทรวงการคลัง |
|
 |
|
|
 |
|
|
| |
มาตรา
๑๓
ให้มีคณะกรรมการกองทุนคณะหนึ่งประกอบด้วย ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เป็นประธานกรรมการ
และกรรมการอื่นซึ่งคณะกรรมการแต่งตั้งไม่เกินเจ็ดคนเป็นกรรมการ
ให้ประธานกรรมการกองทุนแต่งตั้งข้าราชการของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เป็นเลขานุการและผู้ช่วยเลขานุการ |
|
 |
|
|
 |
|
|
| |
มาตรา
๑๔
ให้คณะกรรมการกองทุนมีอำนาจหน้าที่ดังต่อไปนี้
(๑) เสนอแนวทาง หลักเกณฑ์ เงื่อนไข และลำดับความสำคัญของการใช้จ่ายเงินกองทุนตามวัตถุประสงค์ที่กำหนดไว้ในมาตรา
๑๒ ต่อคณะกรรมการ
(๒) กำหนดระเบียบเกี่ยวกับหลักเกณฑ์และวิธีการขอจัดสรร ขอเงินช่วยเหลือหรือขอเงินอุดหนุนจากกองทุน
(๓) พิจารณาจัดสรรเงินกองทุนเพื่อใช้ตามวัตถุประสงค์ที่กำหนดไว้ในมาตรา
๑๒ ทั้งนี้ตามแนวทาง หลักเกณฑ์ เงื่อนไข และลำดับความสำคัญที่คณะกรรมการกำหนด
(๔) พิจารณาอนุมัติคำขอรับการส่งเสริมและช่วยเหลือตามมาตรา ๑๒
(๕) ปฏิบัติการอื่นใดตามที่คณะกรรมการมอบหมาย |
|
 |
|
|
 |
|
|
| |
มาตรา
๑๕
ให้นำความในมาตรา ๖ และมาตรา ๗ มาใช้บังคับแก่วาระการดำรงตำแหน่งและการพ้นจากตำแหน่งของคณะกรรมการกองทุนโดยอนุโลม
ให้นำความในมาตรา ๙ มาใช้บังคับแก่การประชุมของคณะกรรมการกองทุนโดยอนุโลม
|
|
 |
|
|
 |
|
|
| |
มาตรา
๑๖
ภายในหนึ่งร้อยยี่สิบวันนับแต่วันสิ้นปีปฏิทิน ให้คณะกรรมการกองทุนเสนองบดุลและรายงานการรับจ่ายเงินกองทุนในปีที่ล่วงมาแล้วต่อสำนักงานตรวจเงินแผ่นดินเพื่อตรวจสอบรับรอง
และเสนอต่อคณะกรรมการ
งบดุลและรายงานการรับจ่ายเงินดังกล่าว ให้คณะกรรมการเสนอต่อรัฐมนตรีและให้รัฐมนตรีเสนอต่อคณะรัฐมนตรีเพื่อทราบและจัดให้มีการประกาศในราชกิจจานุเบกษา |
|
 |
|
|
หมวด
๓
การคุ้มครองพันธุ์สัตว์พื้นเมือง
 |
|
|
| |
มาตรา
๑๗
บุคคลหรือนิติบุคคลใดนำพันธุ์สัตว์พื้นเมืองหรือส่วนหนึ่งส่วนใดของพันธุ์สัตว์ดังกล่าว
ไปปรับปรุงพันธุ์ ศึกษา ทดลอง หรือวิจัยเพื่อประโยชน์ทางการค้า จะต้องได้รับอนุญาตจากคณะกรรมการและทำข้อตกลงแบ่งปันผลประโยชน์
โดยให้นำเงินรายได้ตามข้อตกลงแบ่งปันผลประโยชน์ส่งเข้ากองทุนส่งเสริมและอนุรักษ์พันธุ์สัตว์
ทั้งนี้ ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กำหนดในกฎกระทรวง
ในกรณีที่บุคคลหรือนิติบุคคลตามวรรคหนึ่งเป็นผู้ซึ่งมิได้ถือสัญชาติไทย
คณะกรรมการอาจออกข้อกำหนดหรือข้อตกลงอื่นใดเป็นพิเศษก็ได้ ทั้งนี้ ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์
วิธีการ และเงื่อนไขที่กำหนดในกฎกระทรวง |
|
 |
|
|
 |
|
|
| |
มาตรา
๑๘
ผู้ใดทำการศึกษา ทดลอง หรือวิจัยพันธุ์สัตว์พื้นเมือง หรือส่วนหนึ่งส่วนใดของพันธุ์สัตว์ดังกล่าวที่ไม่ได้มีวัตถุประสงค์เพื่อประโยชน์ในทางการค้า
จะต้องได้รับอนุญาตจากคณะกรรมการ และให้ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ วิธีการ
และเงื่อนไขที่กำหนดในกฎกระทรวง |
|
 |
|
|
 |
|
|
| |
มาตรา
๑๙
รัฐมนตรีโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการมีอำนาจประกาศห้ามมิให้ขยายพันธุ์
ขาย หรือจำหน่ายด้วยประการใดๆ หรือนำเข้ามาในราชอาณาจักร ซึ่งพันธุ์สัตว์ต่างถิ่นที่มิใช่พันธุ์สัตว์พื้นเมือง
เป็นระยะเวลาตามที่กำหนดไว้ในประกาศได้ เมื่อมีเหตุอย่างหนึ่งอย่างใด
ดังต่อไปนี้
(๑) เพื่อประโยชน์ในการรักษาความมั่นคงในราชอาณาจักร
(๒) เมื่อมีความจำเป็นในการป้องกันรักษาโรค
(๓) เพื่อส่งเสริมสุขภาพและรักษาสวัสดิภาพของประชาชน
(๔) เพื่อการรักษาและอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและความหลากหลายทางชีวภาพ
(๕) เพื่อประโยชน์สาธารณะอย่างอื่น
|
|
 |
|
|
 |
|
|
| |
มาตรา
๒๐
ในกรณีที่มีการฝ่าฝืนมาตรา ๑๗ หรือมาตรา ๑๘ หรือมาตรา ๑๙ แล้วแต่กรณี
ศาลมีอำนาจสั่งให้ผู้ฝ่าฝืนชดใช้ค่าเสียหาย ตามจำนวนที่ศาลเห็นสมควร
โดยคำนึงถึงความร้ายแรงของความเสียหายรวมทั้งการสูญเสียผลประโยชน์จากการที่ได้ฝ่าฝืนนั้น
|
|
 |
|
|
 |
|
|
| |
มาตรา
๒๑
ในการปฏิบัติการเพื่อส่งเสริมและอนุรักษ์พันธุ์สัตว์ตามพระราชบัญญัตินี้
หากมีเหตุอันควรเชื่อได้ว่า มีการฝ่าฝืนมาตรา ๑๗ หรือมาตรา ๑๘ หรือมาตรา
๑๙ ให้คณะกรรมการมีอำนาจยึดหรืออายัดพันธุ์สัตว์นั้นไว้ชั่วคราว มีกำหนดไว้ไม่เกินเก้าสิบวัน
ในกรณีจำเป็นหรือเร่งด่วน อธิบดีจะสั่งยึดหรืออายัดพันธุ์สัตว์ตามวรรคหนึ่งไปก่อน
แล้วรายงานต่อคณะกรรมการ
ผู้ซึ่งถูกยึดหรืออายัดพันธุ์สัตว์ จะแสดงหลักฐานว่าพันธุ์สัตว์นั้นมิใช่พันธุ์สัตว์ที่ฝ่าฝืนตามมาตรา
๑๗ หรือมาตรา ๑๘ หรือ มาตรา ๑๙ เพื่อให้มีคำสั่งเพิกถอนการยึดหรืออายัดก็ได้
ทั้งนี้ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดไว้ในกฎกระทรวง |
|
 |
|
|
 |
|
|
| |
มาตรา
๒๒
บรรดาพันธุ์สัตว์หรือสิ่งที่อยู่ในครอบครองของผู้กระทำการอันเป็นการฝ่าฝืน
มาตรา ๑๗ หรือมาตรา ๑๘ หรือ มาตรา ๑๙ แล้วแต่กรณีให้ศาลสั่งริบเสียทั้งสิ้น
บรรดาสิ่งที่ศาลสั่งริบ ให้ตกเป็นของแผ่นดิน และให้กรมปศุสัตว์ กรมป่าไม้
หรือกรมประมง แล้วแต่กรณี นำไปดำเนินการตามระเบียบที่อธิบดีกำหนด โดยความเห็นชอบของคณะกรรมการ |
|
 |
|
|
หมวด
๔
บทกำหนดโทษ
 |
|
|
| |
มาตรา
๒๓
ผู้ใดไม่ปฏิบัติตามมาตรา ๑๗ หรือ มาตรา ๑๘ หรือ มาตรา ๑๙ แล้วแต่กรณีต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสองปี
หรือปรับไม่เกินสี่แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ |
|
 |
|
|
 |
|
|
| |
มาตรา
๒๔
ผู้ใดปลอมแปลง หรือใช้เครื่องหมายเลียนแบบ หรือกระทำการใดๆเพื่อให้บุคคลอื่นหลงเข้าใจผิดว่า
พันธุ์สัตว์นั้นมิได้เป็นพันธุ์สัตว์ที่ได้รับการคุ้มครองตามพระราชบัญญัตินี้
ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหกเดือนถึงห้าปีและปรับตั้งแต่สองหมื่นถึงสองแสนบาท |
|
 |
|
|
 |
|
|
| |
มาตรา
๒๕
ในกรณีที่ผู้กระทำความผิดซึ่งต้องรับโทษตามพระราชบัญญัตินี้เป็นนิติบุคคล
ผู้แทนของนิติบุคคลนั้น ต้องได้รับโทษตามที่กฎหมายกำหนดไว้ สำหรับความผิดนั้นๆด้วย
เว้นแต่จะพิสูจน์ได้ว่าการกระทำของนิติบุคคลนั้นกระทำโดยตนมิได้รู้เห็นหรือยินยอมด้วย |
|
 |
|
|
|