มากำจัด Spam Mail ใน Hotmail กันเถอะ
 
        สแปมเมสล์เป็นปัญหาที่น่าหนักอกมากทีเดียวในปัจจุบัน เพราะจดหมายพวกนี้คืออะไรที่ผู้ใช้งาน เจ้าของอีเมล์แอดเดรสไม่ได้ต้องการเลยแม้แต่น้อย และที่สำคัญ ผู้ที่ใช้บริการฟรีอีเมล์ทั้งหลาย ต้องปวดหัวเพราะว่า อีเมล์พวกนี้มันมักจะทำให้ตู้จดหมาย หรือ Mailbox ของพวกเขาเต็มจนไม่สามารถส่งหรือรับอีเมล์ได้เลย (ผู้ให้บริการฟรีอีเมล์หลายรายตั้งกฎเอาไว้ว่า หาก Mailbox มีขนาดเกินกำหนด อาจจะทำให้ไม่สามารถรับหรือส่งอีเมล์ได้)
        Hotmail เป็นหนึ่งในผู้ให้บริการฟรีที่มีกฎในเรื่องของขนาดของ Mailbox ที่ค่อนข้างเข้มงวด ประกอบกับการให้พื้นที่สำหรับ Mailbox ที่น้อยมากทีเดียว ทำให้ผู้ใช้งานที่เจอปัญหาสแปมเมล์ต้องปวดหัว จึงไม่แปลกที่ Hotmail เองก็ต้องเสนอฟีเจอร์ในการกลั่นกรองสแปมเมล์ เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับผู้ใช้งาน และจะได้รักษาจำนวนผู้ใช้งานเอาไว้
        หลายๆ คนอาจจะไม่เคยสังเกตถึงฟีเจอร์นี้ และอีกหลายๆ คนก็อาจจะไม่รู้ว่าจะเซ็ตยังไง
        ก่อนอื่น เราก็ทำการล็อกอินเข้าไปยัง Mailbox ของเราตามปกติ แต่คราวนี้ให้เราคลิกที่ปุ่ม Option
 
        ในส่วน Option นั้น นอกจากจะเป็นเรื่องของการปรับแต่่งค่าต่างๆ ของอีเมล์ของเรา ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของข้อมูลส่วนตัว รหัสผ่าน ฯลฯ แล้ว มันยังมีส่วนของการจัดการอีเมล์อีกด้วย
 
 
        สังเกตว่า ส่วนของการจัดการกับอีเมล์ที่เข้ามานั้น ถูกแบ่งออกเป็น 5 หมวดหลัก ซึ่งหากเราต้องการที่จะกลั่นกรองสแปมเมล์ให้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ เราก็ต้องวุ่นอยู่ักับ 5 หมวดนี้แหละ
        ก่อนอื่นเลย ขอบอกว่าใครที่ต้องการให้แบบ Mailbox ของคุณ สะอาดปราศจากสแปมเมล์รบกวน ผมแนะนำให้ใช้หมวด Junk Mail Filter บวกกับ Safe List เข้าด้วยกัน
        ก่อนอื่นไปที่หมวด Junk Mail Filter แล้วตรง Choose your Junk Mail Filter level ให้เลือกหัวข้อที่ 3 ส่วนตรง Choose what to do with your junk mail ให้เลือกหัวข้อแรก การเลือกเช่นนี้จะทำให้เราได้รับเฉพาะอีเมล์ที่เรารู้จัก และบันทึกเก็บเอาไว้ในส่วนของ Safe List และ Contact List (Address Book) เท่านั้น อีเมล์ที่มาจากอีเมล์แอดเดรสอื่นนอกเหนือจากนี้ จะถูกคัดออกไปเป็น Junk Mail แล้วจะถูกลบไปในทันที
 
 
        อย่าลืมเพิ่มอีเมล์แอดเดรสของเพื่อนๆ ลงไปใน Sare List ด้วย ไม่อย่างนั้น อย่าหาว่าเขาลืมเราไม่ติดต่อมาล่ะ
        วิธีนี้สะดวกที่สุด เซ็ตค่าง่ายที่สุด แต่จะมีข้อเสียอย่างมาก ในกรณีที่ใครที่ไม่รู้จักจะส่งอีเมล์มาหาเรา หรือกรณีที่เพื่อนเปลี่ยนอีเมล์แอดเดรสแล้วจะใช้อีเมล์แอดเดรสใหม่ ส่งอีเมล์มาหาเรา เราจะไม่ได้รับเลยแม้แต่น้อย
        แต่หนทางที่ดูจะดีและยืดหยุ่นที่สุดก็คือ ในส่วนของ Choose your Junk Mail Filter level ให้เลือกเป็น Default และ ตรงส่วนของ Choose what to do with your junk mail ให้เลือกเป็นตัวเลือกที่สอง Delivery to Junk Mail folder and delete later
        เพราะว่า ตัวเลือก Default นั้น จะกลั่นกรองเฉพาะอีเมล์ที่เห็นได้ชัดๆ ว่าเป็นสแปมเท่านั้นเท่านั้น (เช่น อาจจะเป็นอีเมล์แอดเดรสที่ใช้ชื่อมั่วมากๆ หรือมี Subject เป็นข้อความที่ส่อว่าเป็น Junk Mail เห็นๆ โดยส่งไปหาคนจำนวนมาก หรือ ไม่ระบุอีเมล์แอดเดรสของผู้รับในช่อง To : เป็นต้น) ออกไปจาก Inbox หรือกล่องจดหมายขาเข้าของเรา ส่วนเมล์ที่ถูกกรองว่าเป็น junk mail นั้นก็จะถูกส่งไปยังโพลเดอร์สำหรับเก็บ junk mail โดยเฉพาะ เผื่อในกรณีที่ระบบทำการกรองผิดพลาดไป เราจะได้ เรียกเอาอีเมล์ฉบับนั้นๆ กลับมาได้ โดยไม่โดนลบไปในทันที
        จากนั้น หากเราพบอีเมล์ฉบับใด ถูกกลั่นกรองโดยระบบผิดพลาด (ซึ่งในความเป็นจริง โอกาสที่จะเกิดได้ ก็มีอยู่มาก) โดยที่อีเมล์ฉบับนั้นๆ ไม่ใช่สแปม แต่โดนกรองออก เราก็เอาที่อยู่อีเมล์นั้นๆ ไปใส่ใน Safe List ซะ เพื่อที่ต่อไป มันจะได้ไม่โดนกรองออกไปอีก... ส่วนกรณีที่เป็นสแปมเมล์ แต่ดันหลุดรอดระบบกรองมาได้ (ต้องทำใจเพราะเราตั้งระบบกรองไว้เพียงหยาบๆ เท่านั้น ดังนั้นย่อมมีโอกาสหลุดมาได้) เราก็เอาอีเมล์แอดเดรสที่ส่งมา ไปยัดลงในส่วนของ Block Sender ซะเลย จะได้ไม่ต้องรับอีเมล์จากมันอีกต่อไป
 
 
        Block Sender เมล์ไหนที่ไม่อยากได้รับอีก ก็บล็อคมันไปเลย
        การบล็อคอีเมล์โดยอาศัยหมวด Block Sender นั้น สามารถทำได้ทั้งการบล็อคเป็นรายอีเมล์แอดเดรสไป และเป็นรายโดเมน โดยทั่วไปแล้วแนะนำการบล็อคเป็นราโดเมนเพราะจะได้ผลมากกว่า เนื่องจากการทำเช่นนี้เราจะไม่ได้รับอีเมล์ใดๆ จากโดเมนนั้นอีกเลย ไม่ว่าคนส่งสแปมเมล์จะเปลี่ยนโดเมนเป็นอะไรมาก็ตาม แต่ในบางกรณีที่พวกสแปมเมอร์ (หมายถึงนักส่งสแปมเมล์) ใช้อีเมล์แอดเดรสของผู้ให้บริการฟรีอีเมล์ ในการส่ง เ่ช่น @yahoo.com หรือ @hotmail.com เราก็จำเป็นต้องบล็อคเป็นรายๆ ไป
        เพียงเท่านี้ เราก็สามารถบล็อคสแปมเมล์ไปได้มากพอดูแล้วแต่ก็ยังไม่หมด เรายังมีวิธีที่จะช่วยบล็อคเพิ่มขึ้นได้อีก นั่นก็คือ การใช้ Custom Filters เข้าช่วย
        Custom Filters คือ ฟีเจอร์ในการให้เราเป็นผู้กำหนดเงื่อนไขในการกลั่นกรองสแปมเมล์ และการกระทำต่ออีเมล์นั้นๆ ด้วยตนเอง ในการเพิ่มเงื่อนไขการกลั่นกรอง เราก็แค่ทำการ Create New ขึ้นมาในหน้าจอ Custom Filters เท่านั้นเอง นอกจากนี้เรายังสามารถลบเงื่อนไขที่ไม่ต้องการ หรือผิดพลาดออกไปได้อีกด้วย
 
 
 
        ในการสร้างเงื่อนไข เราสามารถใช้วิธีกลั่นกรองได้สองแบบคือ Basic Filter กับ Advanced Filter ซึ่ง Basic Filter นั้นดูจะง่ายกว่า เพราะเราแค่กำหนดเงื่อนไขในส่วน Subject ของอีเมล์ หรือ อีเมล์แอดเดรสผู้ส่ง ซึ่งหากอีเมล์ที่เข้ามา ตรงกับเงื่อนไขที่กำหนด มันก็จะถูกดำเนินการตามที่เราเลือกเลย (ซึ่งก็คือการเลือกเป็น Junk Mail หรือ Delete these messages ไปเลยนั่นเอง)
        วิธีนี้เหมาะกับพวกสแปมแบบ Work @ss Hole มากทีเดียว เพราะลองสังเกตสิ Subject ของมันแทบจะมาเป็นแนวทางเดียวกันเลย เพียงแต่เปลี่ยนอีเมล์ผู้ส่งเท่านั้นเอง  
ี        ส่วนตัวเลือก Advanced Filter นั้น เราจะเอาไว้สำหรับกรองพวกสแปมเมล์ที่เรารู้รูปแบบของพวก Subject ชัดเจน จะได้ผลที่สุด คือ ให้เราเลือกสร้างเงื่่อนไขแบบ Basic Filter แล้วตรง Step1 ให้กรอกข้อความส่วนหนึ่งของ Subject ของสแปมเมล์ลงไป เช่น "อ้วนเกินไปโรคถามหา" , "ลดน้ำหนัก" , "ทำงานง่ายๆ จากที่บ้าน" เป็นต้น (พยายามใช้ข้อความที่ยาวนิดนึง เพื่อป้องกันอีเมล์ทั่วๆ ไป ที่บังเอิญมีข้อความเหล่านี้ด้วย) จากนั้น Step2 ให้เลือกระบุว่าเป็น Junk Mail
        พอใส่ Subject ครบเท่าที่ต้องการ เราก็ปิดท้ายด้วยเงื่อนไขแบบ Advanced Filter โดยให้เลือกใน Step1 ว่า If To or Cc Lines does not contains แล้วตามด้วยอีเมล์แอดเดรสของเรา ให้ทำตาม Step ที่ 2 ก็คือ จับมันเป็น Junk Mail ซะ
 
 
        เท่านี้ สแปมเมล์แบบที่ส่งมาโดยไม่ระบุชื่อผู้รับ (ซึ่งมีจำนวนไม่น้อยทีเดียว) ก็จะถูกกลั่นกรองออกไปด้วย
 

 
ที่มา : Thaimisc.com