ข้อมูลองค์กร กรมปศุสัตว์
 
หน้าแรก | ข้อมูลองค์กร | โครงการสำคัญ | งานนโยบายเร่งด่วน | กฎระเบียบที่เกี่ยวข้อง | เว็บไซต์หน่วยงานในสังกัด | รวมลิงค์เว็บไซต์อื่น | จัดซื้อจัดจ้างกรมปศุสัตว์ | รับสมัครงาน

ข้อมูลองค์กร กรมปศุสัตว์
ข้อมูลองค์กร
ไฟล์ Presentation

นโยบายการปฏิบัติราชการของกรมปศุสัตว์ ปีงบประมาณ พ.ศ. 2553
โดย นายปรีชา สมบูรณ์ประเสริฐ อธิบดีกรมปศุสัตว์
ณ วันที่ 21 ตุลาคม 2552

เป้าหมาย

1. ปศุสัตว์เพื่อเกษตรกร

เพื่อลดต้นทุน เพิ่มรายได้ ขยายโอกาส ในการประกอบอาชีพด้านการปศุสัตว์ ดังนี้
  1. สนับสนุนโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ โดยน้อมนำปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาดำเนินงานร่วมกับทุกภาคส่วนและเชื่อมโยงกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อให้ครัวเรือนและชุมชนมีความมั่นคงด้านอาหารโปรตีนจากเนื้อ นม ไข่
  2. ส่งเสริมและสนับสนุนในการรวมกลุ่มเป็นวิสาหกิจชุมชน กลุ่มสหกรณ์ ตลอดจนสภาเกษตรกร
  3. พัฒนาอาหารสัตว์เพื่อลดต้นทุนการผลิต และเพิ่มทางเลือกการประกอบอาชีพให้กับเกษตรกร
  4. พัฒนาพันธุ์สัตว์ การกระจายสัตว์พันธุ์ดีที่เหมาะสมเพื่อเพิ่มผลผลิตให้เกษตรกร เช่น โคเนื้อตาก โคเนื้อกระบินทร์บุรี โคเนื้อบรามันห์ โคเนื้อไทย-แบล็ค แพะพันธุ์ลูกผสมแองโกลนูเบียน/พันธุ์บอร์ สุกรพันธุ์ปากช่อง 1-5 ไก่พื้นเมือง(ประดู่หางดำ เหลืองหางขาว และชี) ฯลฯ
  5. พัฒนาระบบการเฝ้าระวัง ป้องกัน ควบคุม บำบัด และชันสูตรโรคสัตว์ที่เป็นปัญหาทางเศรษฐกิจ เช่น FMD PRRS ฯลฯ ให้มีประสิทธิภาพได้มาตรฐาน ลดต้นทุนการเลี้ยงสัตว์ให้เกษตรกร
  6. ถ่ายทอดองค์ความรู้และเทคโนโลยีด้านปศุสัตว์เพื่อต่อยอดให้กับเกษตรกร
  7. สร้างและพัฒนาเครือข่ายด้านการปศุสัตว์ให้เข้มแข็ง
  8. ส่งเสริมการเพิ่มมูลค่า และราคาสินค้าปศุสัตว์
2. ปศุสัตว์เพื่อประชาชน

เพื่อให้ประชาชน มีเนื้อ นม และไข่บริโภคที่พอเพียง ปลอดภัยจากสารพิษ สารตกค้าง การปนเปื้อนเชื้อโรค และมีคุณค่าทางด้านโภชนาการเพียงพอสำหรับบริโภคภายในประเทศ และส่งออก รวมทั้งการเฝ้าระวัง ป้องกัน ควบคุมและแก้ไขปัญหาโรคติดต่อจากสัตว์สู่คน ดังนี้
  1. ส่งเสริมการผลิตเนื้อ นม ไข่และผลิตภัณฑ์ที่ปลอดภัย
  2. อำนวยความสะดวกในการตรวจสอบรับรองคุณภาพสินค้าปศุสัตว์ทุกขั้นตอนการผลิตให้มีความปลอดภัยอาหารและมาตรฐานสากล
  3. พัฒนาระบบการเฝ้าระวัง ป้องกัน ควบคุม และชันสูตรโรคติดต่อจากสัตว์สัตว์สู่คนให้มีประสิทธิภาพได้มาตรฐานสากล เช่น โรคไข้หวัดนก โรคพิษสุนัขบ้า โรคบรูเซลโลซีส โรคแอนแทรกซ์ การเฝ้าระวังโรควัวบ้า การเฝ้าระวังโรคนิปาห์ และโรคอุบัติใหม่ เป็นต้น
3. ปศุสัตว์เพื่อเศรษฐกิจ

เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับการปศุสัตว์ของประเทศโดยการพัฒนากำลังการผลิตที่มีประสิทธิภาพ โดยปรับโครงสร้างการผลิตให้เข้ากับตลาดการค้า และผลักดันสินค้าปศุสัตว์ไทยสู่ตลาดโลก ดังนี้
  1. ปรับโครงสร้างอุตสาหกรรมสัตว์ปีกและผลิตภัณฑ์เพื่อการส่งออก
  2. จัดทำเขตปลอดโรคปากและเท้าเปื่อยในภาคตะวันออกของประเทศไทยเพื่อการส่งออก
  3. พัฒนาระบบและศักยภาพห้องปฏิบัติการให้มีประสิทธิภาพมาตรฐานและทันสมัยเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันและสร้างความเชื่อมั่นของประเทศนำเข้า
  4. เน้นการวิจัยและพัฒนาด้านมาตรฐานการผลิตสินค้าปศุสัตว์และความปลอดภัยตามมาตรฐานสากลโดยร่วมกับสถาบันการศึกษา และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
  5. ร่วมประชุมข้อกำหนดหลักเกณฑ์ด้านความปลอดภัยสินค้าปศุสัตว์ระหว่างประเทศเพื่อรักษาผลประโยชน์ของประเทศ
  6. อำนวยความสะดวกภาคเอกชนและร่วมเจรจาขยายและเปิดตลาดสินค้าปศุสัตว์ไทยสู่ตลาดโลก

แนวทางในการบริหารงาน

  1. มุ่งเน้นผลลัพธ์ ประสิทธิภาพ และความคุ้มค่าของการทำงาน ให้ความสำคัญในการให้บริการที่มีคุณภาพ สร้างความเชื่อมั่น และพึงพอใจแก่ผู้รับบริการ
  2. การทำงานขอให้มีความรวดเร็ว ถูกต้องแม่นยำ ประหยัดค่าใช้จ่ายและทันเวลา
  3. ตรวจสอบย้อนกลับได้ และมีความโปร่งใสในการทำงาน
  4. การดำเนินงานภายใต้ระบบคุณธรรม จริยธรรม และความสามัคคี
  5. ประชาสัมพันธ์สร้างความเข้าใจอันดี และให้ทั่วถึงผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง
  6. สร้างเครือข่ายและความเข้มแข็งให้เกษตรกร และผู้ประกอบการด้านปศุสัตว์

ผลสำเร็จ และสิ่งที่ต้องการ ในปีงบประมาณ พ.ศ. 2553

1. ด้านการบริหารจัดการ
1.1. ให้สำนัก / กอง โอนเงินไปยังหน่วยงานในภูมิภาคให้มากที่สุด ตั้งแต่ต้นปีงบประมาณ โดยให้ กองคลังรายงานกรม และสำเนาให้กองแผนงานทราบด้วย
1.2. ให้ทุกหน่วยขับเคลื่อนงานตามแผนและเร่งรัดการใช้จ่ายเงินให้ได้ตามเป้าหมายของรัฐบาล ดังนี้
ไตรมาสที่ เป้าหมาย อัตราการเบิกจ่ายรายจ่าย
ลงทุนสะสม ณ สิ้นไตรมาส (%)
เป้าหมายอัตราการเบิกจ่ายรายจ่าย
ภาพรวมสะสม ณ สิ้นไตรมาส (%)
1
12
20
2
33
43
3
56
68
4
75
94

1.3. ให้ทุกหน่วยพัฒนาสถานที่ทำงานให้น่าอยู่น่าทำงาน มีสภาพแวดล้อมที่ดี สะอาด เป็นระเบียบ เรียบร้อยสวยงาม (Healthy Work Place : HWP) ทั้งส่วนกลางและส่วนภูมิภาค
1.4. จัดทำแผนพัฒนาบุคลากรทุกหน่วยงานให้ชัดเจน
1.5. ให้ผู้อำนวยการสำนักสุขศาสตร์สัตว์และสุขอนามัย ทำหน้าที่เสมือนเป็นผู้ตรวจราชการของกรมที่จะเชื่อมโยงการติดตามดำเนินงานโครงการที่สำคัญๆของกรมในระดับพื้นที่ ร่วมกับผู้ตรวจราช การของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ให้มากขึ้น เป็นผู้แทนกรมปศุสัตว์ เช่น การประชุมที่สำคัญ ติดตามผู้ตรวจกระทรวงฯ การรับเสด็จ หรือเป็นผู้แทนอธิบดี ไม่ควรมอบให้ผู้ใต้บังคับบัญชาไปแทน เพื่อส่วนกลางจะได้ทราบปัญหาและนำมาแก้ไขได้ทันท่วงที
1.6. ให้ทุกหน่วยงานดำเนินการจัดการหนี้สินของทุกโครงการในความรับผิดชอบที่ยังคงค้าง และเป็นปัญหาเรื้อรังให้เสร็จสิ้นโดยเร็ว
1.7. ให้ทุกหน่วย จัดทำปฏิทินการปฏิบัติงาน และโครงการต่างๆ ส่งให้กองแผนงาน ภายในเดือน พฤศจิกายน 2552

2. ด้านการพัฒนาการผลิตสัตว์

2.1. ให้กองบำรุงพันธุ์สัตว์ (กบส.) สำนักเทคโนโลยีชีวภาพการผลิตสัตว์ (สทป.) กองอาหารสัตว์ (กอส.) และสำนักพัฒนาการปศุสัตว์และถ่ายทอดเทคโนโลยี (สพท.) บูรณาการกันในการปรับปรุงพัฒนาพันธุ์สัตว์ และกระจายพันธุ์สัตว์และพืชอาหารสัตว์สู่เกษตรกรอย่างคุ้มค่า โดยเน้น ให้เกษตรกรเครือข่ายเป็นกลไกขับเคลื่อนให้เพิ่มมากขึ้น
2.2. ให้มีแผนการกระจายสัตว์พันธุ์ดีของกรมปศุสัตว์อย่างทั่วถึง และนำวิธีการ Auction มาใช้
2.3. ส่งเสริมสนับสนุนฟาร์มเลี้ยงสัตว์ดำเนินการกลไกการพัฒนาที่สะอาด (Clean Development on Livestock Sector) ให้มีระบบบำบัดน้ำเสียที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม และได้ก๊าซชีวภาพไปใช้ประโยชน์ และเปลี่ยนมูลสัตว์เป็นพลังงานไฟฟ้าและเชื้อเพลิงระดับครัวเรือนและชุมชน โดยการมีส่วนร่วมขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
2.4. อนุรักษ์และพัฒนาและใช้ประโยชน์จากความหลากหลายทางชีวภาพด้านการปศุสัตว์อย่างยั่งยืนให้เกิดมูลค่าทางเศรษฐกิจ โดยให้ความสำคัญแก่การใช้ภูมิปัญญาและวัฒนธรรมท้องถิ่นตลอดจนความปลอดภัยทางชีวภาพเพื่อสร้างความมั่นคงด้านอาหารและสุขภาพ และสร้างมูลค่าเพิ่มสู่เศรษฐกิจระดับประเทศและสากล ต่อไป โดยดำเนินงานร่วมกันทุกภาคส่วน รวมทั้งลดอัตราการสูญเสียความหลากหลายทางชีวภาพด้านการปศุสัตว์ลง โดยสามารถพัฒนาสายพันธุ์ที่เหมาะสม หรือธำรงรักษาไว้ซึ่งชนิดพันธุ์พืชอาหารสัตว์ ชนิดพันธุ์สัตว์ และเชื้อโรคด้านการปศุสัตว์(แบคทีเรีย ไวรัส เชื้อรา) แหล่งพันธุกรรมที่สำคัญ และการคุ้มครององค์ประกอบ ความหลากหลายทางชีวภาพด้านการปศุสัตว์ไว้ได้อย่างยั่งยืน
2.5. ให้สำนักเทคโนโลยีชีวภาพการผลิตปศุสัตว์ ศึกษาและพัฒนาการทำ Cloning ในโค โดยเฉพาะการทำCloning ในโคขาวลำพูนซึ่งจะนำมาเป็นพระโคในพระราชพิธีจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ
3. ด้านการส่งเสริมและถ่ายทอดเทคโนโลยี
3.1. ส่งเสริม สนับสนุนโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ
3.2. สนับสนุนส่งเสริมฟื้นฟูเกษตรรายย่อยและยากจน ตามภูมิสังคม โดยยึดอาชีพด้านการเลี้ยงสัตว์ ตามแนวปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงเป็นหลัก
3.3. ส่งเสริมการรวมกลุ่ม วิสาหกิจชุมชน กลุ่มสหกรณ์
3.4. ส่งเสริมขยายกระบวนการเรียนรู้ระบบปศุสัตว์อินทรีย์ครัวเรือน โดยการมีส่วนร่วมของเกษตรกรและชุมชน โดยเชื่อมโยงกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
3.5. ส่งเสริมในเกษตรกรรายใหญ่หรือการทำปศุสัตว์ในเชิงธุรกิจ จะเน้นการเข้าสู่ระบบมาตรฐาน โดยมีการปรับกฎระเบียบต่างๆของทางราชการ ให้สอดคล้องเหมาะสมและทันสมัย เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันให้สินค้าปศุสัตว์ ทั้งภายในประเทศ และในตลาดโลก
3.6. พัฒนาการจัดการองค์ความรู้ เทคโนโลยี และนวัตกรรม ด้านการผลิตและตรวจสอบสินค้าปศุสัตว์ ให้สะอาดปลอดภัยได้มาตรฐานตามความต้องการของผู้บริโภค
3.7. สร้าง และพัฒนาเครือข่ายด้านปศุสัตว์ ให้เข้มแข็งอย่างต่อเนื่อง
3.8. ส่งเสริมการใช้อาสาสมัครปศุสัตว์ ปราชญ์เกษตรกร วิทยากรชาวบ้าน ครูติดแผ่นดิน เพื่อเผยแพร่องค์ความรู้ด้านเทคโนโลยี และภูมิปัญญาท้องถิ่น
3.9. ประสานกับภาคการศึกษา ทั้งในโรงเรียน และนอกโรงเรียน เพื่อให้วิทยาการทางด้านปศุสัตว์ อยู่ในหลักสูตรการเรียนการสอน ในแต่ละท้องถิ่น
4. ด้านการพัฒนาสุขภาพสัตว์
4.1. บริการประชาชนในการขออนุญาตทำการค้าฯ หรือขออนุญาตเคลื่อนย้ายสัตว์และซากสัตว์ ด้วยระบบ E-service ให้ได้ทุกอำเภอ อย่างมีประสิทธิภาพ
4.2. จัดทำแผนแม่บทในการควบคุมโรคระบาด แต่ละโรค โดยเฉพาะโรคที่ร้ายแรงต่อการปศุสัตว์ และสร้างความเสียหายต่อประเทศ เช่น โรคปากและเท้าเปื่อย โรคไข้หวัดนก Swine Fever, PRRS, Newcastle, Brucellosis เป็นต้น เผยแพร่ให้หน่วยงานระดับสำนักงานปศุสัตว์จังหวัด / อำเภอ ใช้เป็นคู่มือการปฏิบัติงาน
4.3. พัฒนาห้องปฏิบัติการชันสูตรโรคเข้าสู่ระบบมาตรฐาน และทำ Ring Test ทุกห้องปฏิบัติการ
4.4. สร้าง และพัฒนาโรงงานผลิตวัคซีนป้องกันโรคสัตว์ ให้ได้วัคซีนที่มีคุณภาพมาตรฐาน มีปริมาณเพียงพอต่อจำนวนสัตว์ภายในประเทศ บริหารจัดการ และใช้วัคซีนของกรมปศุสัตว์ในการป้องกันควบคุมโรคสัตว์อย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งระบบ Cold- Chain ในการขนส่งวัคซีน และการกระจายวัคซีนให้เพียงพอทั่วถึง และเหมาะสม
4.5. การควบคุมโรคไข้หวัดนก ให้มีการทำงานเชิงรุก เตรียมความพร้อม ซ้อมแผน ต้องรู้โรคเร็วและควบคุมโรคเร็วที่สุด
4.6. เพิ่มประสิทธิภาพระบบการเฝ้าระวังและเตือนภัยโรคสัตว์ (โรคทั่วไป โรคระบาดสัตว์ โรคติดต่อจากสัตว์สู่คน และโรคอุบัติใหม่)
4.7. เร่งรัดการดำเนินงานสร้างเขตปลอดโรคปากและเท้าเปื่อยในพื้นที่ภาคตะวันออกของประเทศ-ไทย ตามหลักเกณฑ์ขององค์การโรคระบาดสัตว์ระหว่างประเทศ เพื่อการส่งออกเนื้อสุกร
4.8. สร้างเครือข่าย และสนับสนุนการดำเนินงานในการเฝ้าระวังและควบคุมโรคที่เข้มแข็ง ทั้งระดับ หมู่บ้าน ตำบล อำเภอ และจังหวัด รวมทั้ง กำหนดกิจกรรมพื้นฐานที่ต้องทำอย่างชัดเจน และการรายงานตามรอบเวลา โดยใช้ระบบ IT มาประมวลผลจัดทำฐานข้อมูล
4.9. พัฒนาปรับปรุงระบบการเฝ้าระวัง ป้องกัน ควบคุมและเตือนภัยโรคสัตว์ ที่เป็นปัญหาทางเศรษฐกิจ โรคสัตว์ติดต่อสู่คน โรคสัตว์ต่างถิ่น และหรือโรคสัตว์ที่เป็นปัญหาด้านสาธารณสุข โดยดำเนินงานร่วมกันทุกภาคส่วน และเชื่อมโยงกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ให้มีประสิทธิภาพรวดเร็ว เพื่อลดความสูญเสียทางเศรษฐกิจ และป้องกันบรรเทาความเดือดร้อนและ/หรือการเสียชีวิตของคน
5. ด้านความปลอดภัยอาหาร (FOOD SAFETY)
5.1. ให้มีเป้าหมายในการพัฒนา GAP / GMP / HACCP เพื่อการปฏิบัติที่ชัดเจน
5.2. เตรียมความพร้อมในการพัฒนาระบบ Traceability ในสุกร และโคเนื้อ
5.3. เร่งรัดดำเนินการ ระบบ Rapid Alert System
5.4. เร่งรัดดำเนินการ Food education
5.5. พัฒนาห้องปฏิบัติการสู่ระบบมาตรฐานและวางระบบ Ring Test Lab เพื่อ Harmonized Lab
5.6. ให้ทุกจังหวัดพัฒนาโรงฆ่าสัตว์ โดยศึกษารวบรวมข้อมูล Consumption / Production / Logistics ให้ชัดเจนรายงานกรมปศุสัตว์ ภายในเดือน มกราคม 2553 โดยให้ทาง สพส. ศึกษาและวางรูปแบบการรวบรวมและวิเคราะห์ข้อมูลเป็นแนวทางให้สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดดำเนินงาน
5.7. สนับสนุนให้มีการจัดตั้ง meat shop เพื่อเป็นสถานที่จำหน่ายเนื้อสัตว์สะอาดปลอดภัย ในระดับอำเภอ และจังหวัด และช่วยสร้างช่องทางเลือกซื้อเนื้อสัตว์สะอาดปลอดภัยให้ประชาชนเพิ่มขึ้น
5.8. ให้ทุกจังหวัด/เขตจัดทำข้อมูลเศรษฐกิจการปศุสัตว์ การบริโภค การผลิต การตลาด ในพื้นที่ความรับผิดชอบ โดยให้ทาง สพท. ศึกษาและวางรูปแบบการรวบรวมและวิเคราะห์ข้อมูลเป็นแนวทางให้สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดดำเนินงาน
5.9. ให้มีการทบทวนระบบการเลี้ยงสัตว์ปีก ทั้งระบบรายย่อย และระบบธุรกิจให้เหมาะสม ในปัจจุบันและอนาคต และเร่งปรับโครงสร้างระบบการผลิตสินค้าปศุสัตว์ให้สามารถพึ่งตนเอง มีปริมาณการผลิตที่เพียงพอ สอดคล้องรองรับความต้องการของผู้บริโภคตามกลไกแห่งตลาดและสามารถปรับตัว แข่งขันได้ในตลาดโลก
5.10. พัฒนาโรงฆ่าสัตว์ให้ได้มาตรฐานให้สำเร็จ ทั้งโรงฆ่าสัตว์ปีก โรงฆ่าสุกร โรงฆ่าสัตว์ใหญ่
5.11. ขยายผลโครงการเนื้ออนามัย ออกไปให้กว้างขวางทุกจังหวัด
5.12. ให้สถาบันสุขภาพสัตว์แห่งชาติ สำนักตรวจสอบคุณภาพสินค้าปศุสัตว์ และศูนย์วิจัยและพัฒนาการสัตวแพทย์ ทำการพัฒนาห้องปฏิบัติการให้ได้มาตรฐาน มีผลการตรวจถูกต้องแม่นยำและแจ้งผลรวดเร็วตามเกณฑ์มาตรฐานที่กำหนด รวมทั้งสร้างเครือข่ายห้องปฏิบัติการโดยเชื่อมโยงกับทางสถาบันการศึกษาหรือเอกชนในการตรวจวิเคราะห์บางชนิด เพื่อเป็นการแบ่งเบาภาระห้องปฏิบัติการของกรมปศุสัตว์
6. ด้านการวิจัย
6.1. กรอบการกำหนดโจทย์วิจัย
1.) วิจัยตอบโจทย์ภาวะโลกร้อน โรคสัตว์ที่เป็นปัญหาในพื้นที่ อาหารสัตว์ในพื้นที่ จะมี แนวทางการแก้ไขปัญหาอย่างไร รวมทั้ง ความมั่นคงของอาหาร วิกฤตการทางอาหาร และพลังงาน
2.) วิจัยเพื่อสร้างนวัตกรรมใหม่ๆ
3.) วิจัยพื้นฐาน และงานวิจัยในสาขาที่ยังขาดข้อมูลสนับสนุนการทำงาน
6.2 ให้กลุ่มพัฒนาวิชาการปศุสัตว์ และคณะทำงาน ทำ KM เพื่อรวบรวมองค์ความรู้ ไปสู่การใช้ประโยชน์ในการทำงานในพื้นที่ ให้รายงาน ความก้าวหน้าทุก 3 เดือน
6.3 ดำเนินงานส่งเสริมการวิจัยและพัฒนาให้กรมปศุสัตว์เป็นศูนย์กลางเทคโนโลยี ภูมิปัญญา และนวัตกรรม และปรับปรุงวิธีการใช้สื่อที่เหมาะสมในการเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ หรือให้บริการข้อมูลข่าวสารทางวิชาการไปสู่เกษตรกร ประชาชน และผู้ประกอบการ
7. ดำเนินงานโครงการตามแผนปฏิบัติการไทยเข้มแข็ง 2555
ให้ทุกหน่วยเร่งรัดดำเนินการ ให้เสร็จเรียบร้อยตามแผนงานอย่างถูกต้อง ทันเวลา และคุ้มค่า เพราะเป็นตัวชี้วัดของกรมปศุสัตว์ด้วย จะถูกติดตามการปฏิบัติงานอย่างเข้มข้น เนื่องจากเป็นเงินกู้เพื่อนำมาฟื้นฟูเศรษฐกิจ


สรุป

กรมปศุสัตว์ มุ่งบริหารจัดการองค์กรให้มีความพร้อม และสามารถปฏิบัติงานให้เกิดผลผลัพธ์ ตามเป้าหมายบริการของกรมปศุสัตว์โดยภาพรวมที่กำหนดไว้ เนื่องจาก ผลลัพธ์ตามเป้าหมายบริการของกรมปศุสัตว์ ยังต้องส่งผลต่อเป้าหมายบริการของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ที่ได้บรรจุไว้ในแผนบริหารราชการแผ่นดิน
จึงได้มอบนโยบายและแนวทางปฏิบัติงาน ไว้เป็นข้อเน้นย้ำในการปรับปฏิบัติให้เกิดผล ซึ่งประกอบด้วย เป้าหมาย ๓ ประการ แนวทางการบริหารงาน ๓ ประการ ผลสำเร็จและสิ่งที่ต้องการในปี พ.ศ.๒๕๕๓ ตามภารกิจ ๗ ด้าน ขอให้ทุกหน่วยงาน ทุกระดับ ไปทำการศึกษาทบทวนแผนงาน หรือแผนปฏิบัติงานที่รับผิดชอบ ให้ความสำคัญต่อการปฏิบัติ และรายงานผล อย่างมีประสิทธิภาพ โดยมีหน่วยงานบังคับบัญชา และสำนักสุขศาสตร์สัตว์และสุขอนามัย ช่วยติดตามและวิเคราะห์ผลการปฏิบัติงานตามรอบเวลาที่เหมาะสม ซึ่งกรมปศุสัตว์ จะทำการประชุมผู้บริหาร และผู้อำนวยการสำนัก, กอง เพื่อติดตามความคืบหน้าการดำเนินงานในภาพใหญ่ของกรมฯ เป็นประจำทุก ๆ 2 – 3 เดือน อย่างต่อเนื่อง
ดังนั้น ขอให้พวกเราชาวปศุสัตว์ ซึ่งอยู่ในหน่วยงานต่าง ๆ ได้ร่วมปฏิบัติงาน โดยมุ่งเน้นผลลัพธ์ อย่างมีประสิทธิภาพ และความคุ้มค่า ให้ความสำคัญในการให้บริการที่มีคุณภาพ สร้างความเชื่อมั่น และพึงพอใจแก่ผู้รับบริการ ทำงานให้มีความรวดเร็ว ถูกต้องแม่นยำ ประหยัดค่าใช้จ่ายและทันเวลา มีความโปร่งใสในการทำงาน และใช้พลังความสามัคคีในการทำงานร่วมกัน เพื่อให้งานของกรมปศุสัตว์ มีผลสำเร็จเป็นไปตามเป้าหมายต่อไป
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม ได้ที่
- กลุ่มนโยบายและยุทธศาสตร์ กองแผนงาน กรมปศุสัตว์ โทร.0-2653-4444 ต่อ 2241

ข้อมูลองค์กร กรมปศุสัตว์
Copyright 2008 Department of Livestock Development . All right reserved.
พัฒนาเว็บไซต์ โดย ศูนย์สารสนเทศ กรมปศุสัตว์   โทร. 0-2653-4444 ต่อ 2342 โทรสาร 0-2653-4925    อีเมล์ : info@dld.go.th
เริ่มพัฒนา 1  มกราคม  2546 ปรับปรุงล่าสุด 7 สิงหาคม 2551
หน้าจอจะแสดงผลได้ดีบน screen resolution 1024 * 768 pixels และ Internet Explorer ตั้งแต่ version 5.5 - 6.0
Managed by ContentBiz Solutions Co.,Ltd.
Level Double-A conformance icon, 
          W3C-WAI Web Content Accessibility Guidelines 1.0