เป็ดอี้เหลียง

- ลักษณะประจำพันธุ์
- การจัดการเป็ดไข่ที่อายุต่างๆ
- อาหาร / สูตรอาหารเป็ดที่อายุต่างๆ
- การจัดการอื่นๆ
- โรคเป็ดและการป้องกัน
- แหล่งผลิตและจำหน่ายพันธุ์เป็ด

เป็ดพันธุ์อี้เหลียง    Yi-Liang Duck
เป็ดพันธุ์อี้เหลียง เป็นเป็ดพันธุ์เนื้อของเมืองคุนหมิง  มณฑลยูนาน ประเทศสาธารณะรัฐประชาชนจีนซึ่งเป็นเป็ดที่มีลักษณะคล้ายเป็ดปักกิ่ง  คือ  ทั้งเพศผู้และเพศเมียจะมีขนสีขาวตลอดลำตัวปากและเท้ามีสีส้ม  แต่เป็ดอี้เหลียง จะมีอกกว้างและใหญ่กว่าเป็ดปักกิ่ง  นอกจากนี้ยังมีลักษณะพิเศษอีกหลายอย่างเช่น

  1. เลี้ยงง่าย  แข็งแรง  และมีความต้านทานโรคสูง
  2. โตเร็ว   หากกินอาหารเต็มที่  ใช้เวลาเลี้ยงเพียง  30  วันจากแรกเกิดจะได้น้ำหนักตัว  2  กิโลกรัม
  3. คุณภาพซากดี  ให้เนื้อมากไขมันใต้ผิวหนังต่ำ
  4. เนื้อมีกลิ่นหอม  รสชาติอร่อยนิยมนำไปทำเป็ดอบน้ำผึ้ง

การเลี้ยงและผลิตเป็ดพันธุ์อี้เหลียงในประเทศไทย
                การเลี้ยงเป็ดพันธุ์อี้เหลียง จะแบ่งการจัดการออกเป็น  3  ระยะคือ

  1. ระยะลูกเป็ด (0-3 สัปดาห์)  ให้อาหารประกอบด้วย  โปรตีน  19  %  พลังงาน  2,800  Kcal /Kg
  2. ระยะเป็ดรุ่น  (4-20  สัปดาห์ )  ให้อาหารที่ประกอบด้วย  โปรตีน  17% พลังงาน  2,750 Kcal /Kg
  3. ระยะเป็ดไข่ ( อายุมากว่า 5 เดือน ) ให้อาหารที่ประกอบด้วย  โปรตีน 18-19%  พลังงาน 2,600 Kcal /Kg

          เนื่องจากกรมปศุสัตว์ต้องการเลี้ยงเพื่อนำไปเป็นพ่อ-แม่พันธุ์จึงจำเป็นต้องจำกัดอาหารให้เป็ดกิน  เพื่อไม่ให้เป็ดพันธุ์อ้วนเกินไปจะทำให้ไขมันไปเคลือบตามระบบสืบพันธุ์ซึ่งจะทำให้แม่เป็ดให้ไข่น้อยลง  โดยมีผลการเลี้ยงและการขยายพันธุ์ดังนี้
                    การเปรียบเทียบอัตราการเจริญเติบโตเป็ดอี้เหลียงสำหรับเป็นพ่อ-แม่พันธุ์


อายุ (สัปดาห์ )

ประเทศจีน (กก.)

ประเทศไทย (กก.)

4

1.180-1.230

0.740-1.220

5

1.425-1.485

0.980-1.370

6

1.620-1.690

1.250-1.540

7

1.770-1.840

1.520-1.730

8

1.840-1.910

1.670-1.880

9

1.900-1.975

1720-1.900

10

1.995-2.035

1.840-2.010

11

2.030-2.120

1.840-2.060

12

2.110-2.220

2.010-2.200

อนึ่ง  ในการเลี้ยงเป็ดอี้เหลียงเพื่อใช้เป็นพ่อแม่พันธุ์สำหรับผลิตลูกเป็ดนั้นจะต้องจำกัดอาหาร และควบคุมน้ำหนักตัวไม่ให้อ้วนเกินไป  เพราะจะทำให้การผลิตลดลง  แต่อย่างไรก็ตามอากาศร้อนหรืออุณหภูมิสูงมากกว่า  29°c จะมีผลต่อการกินอาหาร และทำให้อัตราการเจริญเติบโตน้อยกว่ามาตรฐานของจีน ซึ่งหากเลี้ยงเพื่อเป็นพ่อ-แม่พันธุ์จะไม่มีปัญหา  แต่หากต้องการเลี้ยงให้โตเร็วเพื่อส่งตลาดแล้ว  จะโตช้ากว่ามาตรฐานของประเทศจีน  แต่ทั้งนี้ กรมปศุสัตว์จะได้ดำเนินโครงการเพื่อเพิ่มผลผลิตให้สูงขึ้นรวมถึงการศึกษาคุณภาพซากและการแปรรูปเนื้อเป็ดต่อไป

 

ลักษณะ

 

ผล

1. อายุเมื่อให้ไข่ฟองแรก (วัน)

138-152

2. น้ำหนักเมื่อแม่เป็ดให้ไข่ฟองแรก (กรัม)

2,580-2,958

3.น้ำหนักไข่ฟองแรก (กรัม)

50.17-61.14

4. อัตราการผสมติด (%Fertility)

46-76

5.อัตราการฟักออก (% Hatchability จากไข่ไม่มีเชื้อ)

82-89

6. อัตราการเจริญเติบโต (กรัม)

 

6.1  น้ำหนักแรกเกิด

41.17-45.70

6.2 อายุ (0-1 สัปดาห์)

126.1-135.3

6.3  อายุ (0-2 สัปดาห์)

377.2-495.0

6.4  อายุ (0-3 สัปดาห์)

788.0-798.3

6.5  อายุ (0-4 สัปดาห์)

1,434.0-1,436.0

6.6  อายุ (0-5 สัปดาห์)

1,808.0-1,830.0

6.7  อายุ (0-6 สัปดาห์)

2,172.0-2,287.0

7. ประสิทธิภาพการใช้อาหาร (FCR กก.อาหาร: กก./นน.ตัว)

 

7.1  อายุ (0-1 สัปดาห์)

1.08

7.2  อายุ (0-2 สัปดาห์)

1.30

7.3  อายุ (0-3 สัปดาห์)

1.76

7.4  อายุ (0-4 สัปดาห์)

1.81

7.5  อายุ (0-5 สัปดาห์)

2.11

7.6 (อายุ 0-6 สัปดาห์)

2.33

8.  ปริมาณพ่อ-แม่พันธุ์ (ตัว)

 

8.1  พ่อพันธุ์

14

8.2  แม่พันธุ์

48

9.  ปริมาณลูกเป็ดที่ผลิตได้ (ตัว)

466

9.1  อายุ (0-4 สัปดาห์)

160

9.2  อายุ ( 5-8  สัปดาห์)

169

9.3  อายุ (9-12  สัปดาห์)

111

9.4  อายุ มากกว่า 12 สัปดาห์

26

ผลผลิตไข่ของเป็ดอี้เหลียง    ให้ไข่รวม             167.69ฟอง/ปี

ซึ่งจากคุณสมบัติที่ดีดังกล่าวอีกทั้งประเทศสาธารณะรัฐประชาชนจีน เห็นความสำคัญ  และการดำเนินการของโครงการหลวงต่างๆ  ตามที่  สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถมีพระราชเสาวนีย์  จึงได้น้อมเกล้าฯ  ถวายลูกเป็ดพันธุ์ อี้เหลียง  (Yi-Liang)   จำนวน 65 ตัว เป็นเพศผู้ 15 ตัว และเป็นเพศเมีย 50 ตัว เพื่อนำไปเลี้ยงเป็นพ่อ-แม่พันธุ์      
และขยายพันธุ์ส่งเสริมแก่เกษตรกรในโครงการ ฟาร์มตัวอย่าง  ตามพระราชเสาวนีย์ต่อไป  โดยลูกเป็ดอี้เหลียงได้เดินทางมาถึงประเทศไทยในวันที่  11  ตุลาคม 2544  และมีพระราชเสาวนีย์ ให้กรมปศุสัตว์นำไปเลี้ยงอนุบาลที่สถาบันวิจัยและบำรุงพันธุ์สัตว์  อำเภอ กบินทร์ จังหวัดปราจีนบุรี ซึ่งต่อมากรมปศุสัตว์ได้แบ่งบางส่วนคือจำนวน 24 ตัว (เพศผู้ 4 ตัว เพศเมีย 20 ตัว )ไปเลี้ยงที่ศูนย์วิจัยและบำรุงพันธุ์สัตว์เชียงใหม่ อำเภอสันป่าตอง จังหวัดเชียงใหม่เพื่อจะได้ให้สามารถกระจายพันธุ์ได้รวดเร็วยิ่งขึ้น และส่งเสริมแก่เกษตรกรตามโครงการพระราชดำริในภาคเหนือต่อไป


     

ขั้นตอนการเลี้ยงเป็ดไข่
                    การเลี้ยงเป็ดไข่จะต้องปฏิบัติตามลำดับ  4  ขั้นตอน ซึ่งแต่ละขั้นตอนมีรายละเอียดของวิธีการจัดการต่างกัน  เพื่อส่งเสริมสนับสนุนซึ่งกันละกันอันจะนำมาซึ่งผลผลิตสูงสุดและต้นทุนต่ำ  
ขั้นตอนต่างๆมีดังนี้
                    การเลี้ยงลูกเป็ดอายุ                   0-2          สัปดาห์
                    การเลี้ยงลูกเป็ดอายุ                   3-8          สัปดาห์
                    การเลี้ยงลูกเป็ดอายุ                   9-20         สัปดาห์
                    การเลี้ยงลูกเป็ดอายุ                    21            สัปดาห์ขึ้นไปสัปดาห์
          
การเลี้ยงลูกเป็ดอายุ  0-2  สัปดาห์
                       การเลี้ยงลูกเป็ดจะสำเร็จหรือไม่นั้นมีความเกี่ยวข้องกับการเลี้ยงลูกเป็ดระยะ  2  สัปดาห์แรกเป็นอย่างยิ่ง เพราะว่าลูกเป็ดนั้น ถือว่าเป็นจุดเริ่มต้นของการทำฟาร์มที่อยู่ในความสนใจของเรา 
ถ้าลูกเป็ดแข็งแรง  เติบโตสม่ำเสมอสมบูรณ์มีภูมิคุ้นกันโรคระบาดและไม่อมโรคแล้วการเลี้ยงระยะต่อๆ  ไปจะไม่ประสบปัญหา  ดังนั้นทุกๆฟาร์มจึงเอาใจใส่ในระยะแรกอย่างยิ่ง  โดยปกติแล้วอายุ  0-2  สัปดาห์จะต้องจัดการในเรื่องต่างๆ  ดังนี้  คือการเตรียมพรอ้มก่อนนำลูกเป็ดเข้ามาเลี้ยง   ความอบอุ่น อาหารที่มีคุณภาพ  น้ำสะอาด  และการป้องกันโรค
                การเตรียมพร้อมก่อนนำลูกเป็ดไข่เข้ามาเลี้ยง   มีหลายสิ่งหลายอย่างที่เจ้าของฟาร์มจะต้องตระเตรียมไว้ล่วงหน้าก่อนที่จะนำลูกเป็ดเข้าฟาร์ม ไม่ใช่ว่าลูกเป็ดส่งมาถึงฟาร์มแล้วเราจึงไปหารางน้ำ  รางอาหารซึ่งไม่ถูกต้อง  เราจะต้องดำเนินการสิ่งต่อไปนี้คือ

    1. ทำความสะอาดโรงเรือนและอุปกรณ์ที่ใช้สำหรับลูกเป็ดระยะแรกโดยการล้างน้ำและนำออกตากแดด   การตระเตรียมกรงกก  หรือห้องสำหรับกกลูกเป็ดจะต้องตระเตรียมล่วงหน้าอย่างน้อย  2  สัปดาห์ถ้ากกลูกเป็ดบนพื้นคอกจะต้องเปลี่ยนวัสดุรองพื้นใหม่ ทุกๆครั้งที่นำลูกเป็ดเข้ากก
    2. การสั่งจองลูกเป็ด  ก่อนที่จะเลี้ยงเป็ดควรจะมีการวางแผนว่าควรจะเลี้ยงในช่วงเวลาใดจึงจะเหมาะสม   และเมื่อตัดสินใจแล้วควรจะสั่งจองลูกเป็ด ไว้ล่วงหน้า  อาจจะเป็นสัปดาห์หรืออาจจะเป็นเดือนก็ควรกระทำและควรสั่งจองจากโรงฟักที่มีชื่อเสียง
      ที่ผลิตลูกเป็ดที่มีคุณภาพและที่ๆ  สั่งจองนั้นจะต้องส่งลูกเป็ดให้ถึงฟาร์มในระยะเวลา  24  ชั่วโมง  ถ้าหากโรงฟักอยู่ไกลเกินไป  การขนส่งลูกเป็ดเกิน  24  ชั่วโมงจะทำให้ลูกเป็ดสูญเสียน้ำ
      โดยระเหยออกจากตัว  ทำให้ลูกเป็ดน้ำหนักลดลงมากซึ่งมีผลกระทบต่อความแข็งแรงของลูกเป็ด
      ในระยะต่อมา
    3.  การให้น้ำที่สะอาดลูกเป็ด ในระยะแรกที่ลูกเป็ดมาถึงฟาร์มน้ำที่เตรียมไว้ควรจะเป็นน้ำที่สะอาด   รวมทั้งภาชนะหรือกระติกน้ำสำหรับลูกเป็ดที่ต้องสะอาดด้วย
    4.  โรงเรือนและอุปกรณ์ก็ต้องตระเตรียมไว้ล่วงหน้าที่สำคัญๆ ได้แก่

-โรงเรือนที่ใช้กกลูกเป็ดควรจะเป็นโรงเรือนที่สามารถป้องกันลมและฝนได้  และจะต้องป้องกันสัตว์
ต่างๆ   ที่เป็นศัตรู    และพาหะนำเชื้อโรคมาสู่ลูกเป็ด  เช่น  แมว  หนู  สุนัข  นกต่างๆ
 -การระบายอากาศ โรงเรือนควรจะมีช่องระบายอากาศที่ดีส่วนใหญ่แล้วโรงกกลูกเป็ดมักจะโรงเรือนที่มีฝา   ประตูและหน้าต่างค่อนข้างจะมิดชิด เพื่อเก็บความอบอุ่นและป้องกันลมแรงด้วยเหตุนี้จึงต้องมีช่องระบายอากาศเพื่อไล่อากาศเสียออกไป แล้วให้อากาศบริสุทธิ์เข้ามาแทนที่การระบายอากาศนับว่ามีความสำคัญมากเพราะจะเกี่ยวเนื่องกับสุขภาพลูกเป็ด
ความชื้น และการแพร่เชื้อโรค นอกจากนี้ยังทำให้พื้นคอกแห้งเหมาะแก่การเลี้ยงลูกเป็ดอีกด้วย
             2.   การกก ลูก เป็ด การกกลูกเป็ดเป็นการทำให้เป็ดอบอุ่น  เราอาจจะกกบนพื้น ดินที่มีขี้เลื่อย  ฟาง 
หรือซังข้าวโพด หนาประมาณ  2-3  นิ้ว  หรืออาจจะเป็นพื้นดินทรายรอง พื้นก็ได้  การกกควรจะแบ่งลูกเป็ด
ออกเป็นคอกๆละประมาณ  1  ฟุต  กั้นระหว่างคอก  เพื่อ ป้องกันลูกเป็ดนอนสุมกันในเวลากลางคืนขนาดของคอกขึ้นอยู่กับอายุของลูกเป็ดโดยลูกเป็ด อายุ  0-1  สัปดาห์ 
พื้นที่  1  ตารางเมตร กกลูกได้  30  ตัว ถ้าอายุ  1-2  สัปดาห์  พื้นที่  1  ตารางเมตรกกได้  23  ตัว  และ
อายุ  2-3  สัปดาห์ใช้อัตราส่วน  15  ตัว/ พื้นที่  1  ตารางเมตร  แห่งของความร้อนที่ใช้กกลูกเป็ดอาจ
จะใช้หลอดไฟฟ้าขนาด  60  วัตต์ 2  หลอด/ ลูกเป็ด  200 ตัว  หรืออาจจะใช้โคมไฟสังกะสีที่มีหลอดไฟใต้โคม
แขวนสูงจากพื้น  1.52  ฟุต อยู่กลางคอกก็ได้  หรืออาจจะใช้กกที่ใช้แก๊สก็ยังได้ นอกจากนี้เรายังกกลูกเป็ดในตระกล้าไม้ไผ่หรือกล่องกระดาษ  หรือสุ่มไก่โดยใช้ผ้าหรือกระสอบคลุม
เพื่อความอบอุ่นให้กับลูกเป็ดได้  วิธีการกกลูกเป็ดอีกวิธีหนึ่งซึ่งสามารถลดปัญหาความเปียกชื้นของพื้นคอก
จากการที่ลูกเป็ดเล่นน้ำ และเกิดจากลูกเป็ดขี้ เหลวเป็นน้ำ นั่นคือการกก บนตาข่ายยก สูงจากพื้น  10-15  ซ.ม. ลวดตาข่ายหรือตาข่ายพลาสติก  หรือไม้ไผ่ขัดแตะปูไปบนไม้หน้า  2*4  นิ้ว ซึ่งวางเรียงกันบนพื้นซีเมนต์ที่ลาดเอียง  ลูกเป็ดจะเลี้ยงบนพื้นลวดตาข่ายและมี  รางน้ำรางอาหาร   และไฟกกอยู่พร้อมเมื่อลูกเป็ดถ่ายมูลออกมา และน้ำที่หกก็จะตกลงบนพื้นซีเมนต์แล้วเราก็ใช้น้ำฉีดล้างพื้นคอกได้ทุกวันเพราะพื้นคอกทำให้ลาดเอียงไว้อยู่แล้ว วิธีนี้นับว่านิยมกันมากในปัจจุบัน เรากกลูกเป็ดเพียง  1-2  สัปดาห์ เท่านั้น ก็พอ โดยเฉพาะฤดูร้อนอาจจะกกเพียง 
9-10  วัน  ฤดูหนวาอาจจะกก  10-21  วัน ในทางปฏิบัติกันทั่วๆไป  คือการลูกเป็ดในโรงกก  9-10  วันแล้วปล่อยออกไปเลี้ยงบริเวณรอบๆนอกโรงเลี้ยงเป็ด ที่มีชายคาหรือร่มไม้ ให้ร่มเงา หรือจะเลี้ยงปล่อยภายในคอกกักบริเวณโดยไม่จำเป็นจะต้องมีน้ำให้ลูกเป็ดเล่นก็ได้แต่ต้องมีน้ำสะอาดไว้ให้เป็ดกิน
ตลอดเวลา  อุณหภูมิที่ใช้กกลูกเป็ดขึ้นอยู่กับอายุของลูกเป็ดและอุณหภูมิ ของอากาศ ถ้าอากาศร้อนก็ไม่จำเป็น
เปิดไฟกกลูกเป็ด  สังเกตได้จากลูกเป็ดไม่อยู่ใต้กกจะกระจายอยู่รอบๆกก ถ้าอุณหภูมิพอดีลูกเป็ดจะนอนกระจายไม่สุมกันที่มุมใดมุมหนึ่งของห้อง  ถ้าอากาศร้อนลูกเป็ดจะหายใจหอบ
อ้าปากหายใจ กางปีก นอนสุมกันที่มุมห้อง  ห่างไฟกก  ผอม  ไม่กินอาหาร และอ่อนแอตายในที่สุด
      
            ตารางที่ 2  แสดงอุณหภูมิที่เหมาะสมในการกกลูกเป็ดอายุ  0-3  สัปดาห์


อายุ

อากาศร้อน

อากาศเย็น

องศา  F

องศา   C

องศา   F

องศา  C

1 วัน

95

35

95

35

2-7 วัน

95-90

35-32

95-90

35-32

1-2  สัปดาห์

90-80

32-26

90-80

32-26

2-3  สัปดาห์

หยุดกก

80-75

26-23

                                            
      2.1  วัสดุรองพื้นคอกกกถ้ากกบนพื้นดินควรรองพื้นวัสดุที่ดูดซึมความชื้นได้ดี   เช่น   แกลบ  ขี้เลื่อย   ดินทราย 
ซังข้าวโพด  การจัดการด้านวัสดุรองพื้น  นับว่าสำคัญมาก เช่นเดียวกัน กับการควบคุมความอบอุ่น 
วัสดุ รองพื้นที่เปียกชื้น  ควรนำออกไปทิ้งหรือไม่ก็เติมวัสดุใหม่ๆ ลงไปอีก  โดยเฉพาะวัสดุที่อยู่ใกล้ถาดน้ำ  มักจะเปียกน้ำจากการที่ลูกเป็ดชอบเล่นน้ำให้เปียกชื้นดังนั้นจึงต้องหาวิธีป้องกัน
      2.2 ความชื้นภายในคอกลูกเป็ดประมาณ  65-75% ถ้าหากความชื้นภายในคอกสูงเกินไป ควรจะต้องปรับช่องระบายอากาศให้กว้างขึ้น หรือทำให้ลมพัดเข้าออกให้มากขึ้น เพื่อลดความชื้น
ให้ลงมาอยู่ในระดับ ที่เหมาะสม ถ้าพื้นคอกเปียกและควรตักวัสดุรองพื้นออกหรือปูวัสดุรองพื้นเพิ่มเติม
เพื่อให้พื้นคอกแห้งอยู่เสมอ ซึ่งควรจะตรวจสอบเป็นประจำทุกวัน
      2.3 การปล่อยให้ลูกเป็ดเล่นน้ำในระยะแรกๆ  1-3  สัปดาห์ ลูกเป็ดยังไม่จำเป็นที่จะเล่นน้ำ  อาบน้ำ เราจึงกกไว้ในโรงกกก่อนทั้งนี้เพราะว่าเมื่อเล็กๆ อวัยวะที่เกี่ยวข้องกับการควบคุมการ.ใช้น้ำในร่างกายของลูกเป็ด
ยังไม่พัฒนา เราจึงเลี้ยงโดยไม่ให้เล่นน้ำ แต่ว่ามีบางกรณีที่ลูกเป็ดเปื้อนสกปรกจาก สาเหตุใดๆก็ตาม เราอาจจะให้ลูกเป็ดเล่นน้ำได้เพื่อล้างสิ่งสกปรก อาบน้ำโดยปล่อยให้ลงเล่นน้ำในเวลาที่มีแสงแดดจัด เช่น
ใกล้เที่ยง หรือบ่าย 1-2 โมง และจำกัดให้เล่นน้ำเพียง 5-10 นาที แล้วไล่ขึ้นตากแดดให้ขนแห้งแล้วค่อยต้อน
เข้าคอกกกต่อไป
      2.4 การให้แสงสว่าง  แสงสว่างนั้นมีความสำคัญ ต่อการเลี้ยงลูกเป็ดมาก ในระยะแรกเราจำเป็นต้องให้แสงสว่าง
ตลอดเวลา โดยอาศัยไฟจากกรงกกในเวลากลางคืน ส่วนกลางวันก็ แสงธรรมชาติ  การให้แสงสว่างอย่างต่อเนื่อง
ตลอดวันระยะอายุ  2 วันแรก  จะช่วยให้ลูกเป็ดได้กินน้ำและอาหารอย่างเพียงพอ ทำให้ลูกเป็ดแข็งแรง แสงสว่างที่ให้เวลากลางคืนเราใช้หลอดไฟนีออนขนาด  20  วัตต์  หรือหลอดแสงสว่างขนาด  60  วัตต์ต่อพื้นท
ี่คอกกก  30  ตารางเมตร
       3. การให้และอาหารลูกเป็ด  การให้น้ำและอาหารลูกเป็ดระยะ 2 วันแรก ควรให้อาหารผสมชนิดผงคลุกน้ำพอ
หมาดๆ ใส่ในภาชนะแบนๆ มีขอบเตี้ยๆ เช่น  ถาดสังกะสีหรือไม่ก็โรยบนกล่องกระดาษที่ส่งลูกเป็ดแต่ แกะกล่อง
กระดาษ ให้วางเรียบๆ บนพื้น  อาหารควรเป็นอาหารลูกเป็ดระยะอายุ  0-3 สัปดาห์  เป็นอาหารที่มีโปรตีน  17-18 %   
 พลังงาน ที่ใช้ประโยชน์ได้  2,890   กิโล แคลอรีหรือจะใช้อาหารสำเร็จ รูปก็ได้ รายละเอียดของสูตรอาหารและความต้องการของโภชนะของลูกเป็ดแสดงไว้ที่ ตารางที่ 4-5 อาหารและน้ำ
ควรจะวาง ไว้อยู่ใกล้ไฟกก ห่างประมาณ 30-50 ซม. เพื่อให้ลูกเป็ดกิน อาหารได้สะดวก  และขยับให้ห่างออกเรื่อยๆ เมื่อลูกเป็ดอายุมากขึ้น การให้น้ำใส่ในขวดพลาสติก สำหรับให้น้ำเป็ดและไก่ที่มีจำหน่ายในตลาด
ให้วางอยู่ใกล้อาหาร  น้ำที่ให้ควรเป็นน้ำที่สะอาดปราศจากสารเคมีคลอรีน  ภาชนะให้น้ำไม่ว่าจะเป็นถังน้ำ 
ขวดน้ำ  รางน้ำ ควรทำความสะอาดทุกๆ  วัน  วันละ 1-2 ครั้ง
    4 .  สิ่งที่ควรปฏิบัติ เมื่อลูกเป็ดมาถึงฟาร์ม  การวางแผนล่วงหน้าในเรื่อง ต่างๆ  ก่อนที่ลูกเป็ดจะมาถึงฟาร์ม
ซึ่งต้องเอาใจใส่เป็นพิเศษ ทั้งนี้เพราะว่าถ้าไม่ตระเตรียมการไว้ก่อนเมื่อลูกเป็ดมาถึงฟาร์มจะทำให้การทำงาน
ไม่เป็นขั้นตอน  และยุ่งเหยิงมีผลเสียต่อลูกเป็ดในภายหลัง  ลูกเป็ดควรจะมาถึงฟาร์มในเวลาเช้า  เพื่อให้มี
การสอนให้ลูกเป็ดกินน้ำ  กินอาหาร และอยู่ใกล้ไฟกก ถ้ามาเวลากลางคืน ลูกเป็ดจะไม่ได้กินน้ำกินอาหาร  อาจจะนอนหนาวสุมกันเป็นกอง และตายจำหนวนมากเมื่อลูกเป็ดมาถึงและนำออกมาวางในกรงกกเราควร
จะสำรวจดูว่าลูกเป็ด แข็งแรงดีหรือไม่มีตัวอ่อนแอก็ให้แยกต่างหาก
       ทันทีที่ลูกเป็ดปล่อยลงพื้นของคอกกกสิ่งแรกที่ควรจะสอนลูกเป็ดคือ  สอนให้ลูกเป็ดกินน้ำและจะต้อง
ให้ลูกเป็ด กินน้ำก่อนกินอาหาร  2-3  ชั่วโมง  เมื่อเห็นลูกเป็ดตัวใดกินน้ำไม่เป็น เราควรจะจับปากจุ่มลงในน้ำเพื่อให้ลูกเป็ดรู้ในทางปฏิบัตินอกจากเราจะเอาน้ำไว้ให้ลูกเป็ดกินอยู่ใกล้ๆ  เครื่องกกผู้เลี้ยงจะเตรียมอาหารสำหรับเป็ดเล็กไว้ด้วย โดยโปรยบนแผ่นภาชนะแบนๆ หรือกระกานแข็งใกล้ๆ 
เครื่องกกด้วย  เพื่อให้เป็นที่แน่ใจว่าลูกเป็ดทุกตัวได้กินน้ำกินอาหาร
  การเลี้ยงเป็ดอายุ  3-8  สัปดาห์
                 ลูกเป็ดอายุครบ 2 สัปดาห์  ความต้องการทางด้านกกเพื่อให้ความอบอุ่นจะลดลงหรือไม่ต้องกกเลยก็ได้  ทั้งนี้เพราะลูกเป็ดมีขนขึ้นเต็มลำตัว  และลูกเป็ดกินอาหารได้ดีจนสามารถสร้างความอบอุ่นขึ้นได้เองอย่างเพียงพอ
ลูกเป็ดอายุ  3-8  สัปดาห์จะมีการเจริญเติบโตสูง  ดังนั้นเกษตรกรหรือเจ้าของฟาร์มจึงเอาใจใส่ในด้านอาหารมีการให้อาหารและส่วนประกอบของอาหารที่ถูกต้อง จำนวนอาหารที่ให้เป็ดกินและการจัดการเลี้ยงดูที่เหมาะสม
                1.  การจัดการเลี้ยงดูที่เหมาะสม  การเลี้ยงดูลูกเป็ดระยะการเจริญเติบโตนี้ไม่ค่อยจะยุ่งยากเราสามรถเลี้ยงแบบปล่อยให้อยู่รวมกันเป็นฝูงๆ  บนพื้นดิน เราอาจจะเลี้ยงอยู่ในโรงเรือนมีหลังคาและกั้นห้องให้อยู่กันเป็นห้องๆ หรืออาจเลี้ยงปล่อยทุ่งไล่ต้อนกลับคอกใน
เวลาเย็นๆ หรืออาจจะเลี้ยงในโรงเลี้ยงเป็ดที่มีลานดินยื่นออกมานอกโรงเรือน ให้ลูกเป็ดเล่นน้ำและพักผ่อนในเวลา
กลางวัน ส่วนกลางคืนให้ขังไว้ในโรงเรือน  ข้อสำคัญของการเลี้ยงเป็ดระยะนี้  คือ  อย่าขังเป็ดรวมกันให้แน่นเกินไป ถ้าหากเป็ดแน่นแล้วลูกเป็ดจะจิกกัน โดยเฉพาะถ้าหากเราให้อาหารไม่เพียงพอหรืออาหารมีส่วนประกอบไม่ได
้สัดส่วน  ลูกเป็ดจะยิ่งจิกขนและกินขนกันมากยิ่งขึ้น  ข้อแนะนำคือ ให้ลูกเป็ดอยู่ระหว่าง   5-6 ตัวต่อพื้นที่ 1
ตารางเมตร  ในกรณีบางฟาร์มมีพื้นที่มีสระน้ำหรืออยู่ใกล้แหล่งธรรมชาติ ก็สามารถไล่เป็ดไปปล่อยให้เล่นน้ำ
ได้ตลอดทั้งวัน อย่างไรก็ตามหากไม่มีที่ให้เป็ดเล่นน้ำก็ไม่มีปัญหา  สำหรับการในปัจจุบันขอแต่เพียงมีน้ำที่สะอาดไว้ให้เป็ดกินอย่างพอเพียง  เพราะเป็ดสามารถเลี้ยงได้ตั้งแต่ในพื้นที่เป็นดอนจนถึงพื้นที่ลุ่มและตามแหล่งตามธรรมชาติทั่วๆไป
               2. การให้อาหาร   ลูกเป็ดในระยะนี้มีการเจริญเติบโตสูง ดังนั้นอาหารที่ใช้เลี้ยงจึงควรเป็นอาหารที่มีคุณภาพดีเหมาะกับอัตราการเจริญเติบโตและอายุของลูกเป็ดด้วย นอกจากคุณภาพของอาหารแล้ว เรายังต้องคำนึงถึงปริมาณที่ให้กินต่อวันและตรวจสอบน้ำหนักของลูกเป็ดให
้อยู่ในมาตรฐานด้วย ในตารางที่ 3
                โดยปกติแล้วเราจะให้อาหารลูกเป็ดอย่างน้อยวันละ   2  ครั้ง  คือเช้า 7-8 โมงเช้า  และบ่าย  2-3 โมง 
แต่อาจจะให้  3-4  ครั้งต่อวันก็ได้  อาหารที่ให้เป็นอาหารชนิดผงคลุกน้ำให้พอหมาดๆ  ไม่ถึงกับเปียกแฉะ 
ซึ่งจะทำให้ลูกเป็ดกินได้ง่าย  และไม่ตกหล่นมาก  อาหารที่คลุกกับน้ำแล้วจะถูกเทใส่ในรางไม้หรือถังใส่อาหารสัตว์ชนิดแขวนขนาดบรรจุ  4-5  กิโลกรัมก็ได้แล้วแต่สะดวกบางแห่งอาจจะทำแบบง่ายๆ  คือกองอาหารที่ผสมเสร็จ แล้วลงบนภาชนะ แบนๆ  วางอยู่กลางคอกและวางอยู่ใกล้น้ำดื่ม  ลูกเป็ดจะเดินมากินอาหารและวิ่งไปกินน้ำ อยู่ตลอด  เวลาการให้อาหารแต่ละครั้งให้พอกับที่ลูกเป็ดกินได้เต็มกระเพาะ  และมีเหลือติดรางไว้เล็กน้อย ไม่ควรผสม
ให้จำนวนมากๆ เพราะอาหารเหลือในรางจะบูดเน่าได้ง่าย  เนื่องจากเป็นอาหารที่เปียกน้ำแล้วจะเสียง่าย  หรืออาจใช้อาหารสำเร็จรูปสำหรับลูกเป็ดระยะนี้ก็ได้  เป็ด  100  ตัว  ต้องการรางอาหารที่เข้าได้ทั้ง  2  ข้างราง 
จำนวน  3  รางๆ ละ  1  เมตร ต้องการขวดน้ำขนาด  8  ลิตร  จำนวน  3  ขวด  จำนวนอาหารที่เป็ดกินแสดงไว้ที
ในตารางที่  3  พร้อมกันนี้จะต้องทำการสุ่มลูกเป็ดมาชั่งทุกๆ  สัปดาห์  โดยสุ่มชั่งประมาณ  10 % ของเป็ดทั้งหมด

แล้วเปรียบเทียบ น้ำหนักมาตรฐานใน ตารางที่ 3 ถ้าหากเป็ดผอมเกินไปก็ควรจะเพิ่มอาหารให้มากขึ้นหรือถ้าหากเป็ดอ้วนเกินไปก็ควรลดอาหารลงให้ พอเหมาะ
           ตาราง 3  แสดงน้ำหนักเฉลี่ยของลูกเป็ดพันธุ์กบินทร์บุรีเพศเมีย และปริมาณอาหารที่ให้แต่ละสัปดาห์


อายุ
( สัปดาห์ )

น้ำหนักตัว
( กรัม /ตัว )

ปริมาณอาหารที่ให้

(  กรัม /  ตัว / สัปดาห์ )

( กรัม /ตัว /วัน )

1

46

15

2.14

2

80

29

4.14

3

194

56

8.00

4

340

74

10.57

5

612

94

13.43

6

674

95

13.57

7

844

100

14.28

8

938

103

14.71

9

1013

250

35.71

10

1088

250

35.71

11

1163

290

41.43

12

1239

290

41.43

13

1245

300

42.86

14

1250

300

42.86

15

1255

320

45.71

16

1260

320

45.71

17

1335

400

57.14

18

1410

450

64.28

19

1485

500

71.43

20

1561

550

78.57

21

1502

600

85.71

    การเลี้ยงเป็ดอายุ  9-20  สัปดาห์
                      เมื่อลูกเป็ดระยะเจริญเติบโตที่เลี้ยงไว้เป็นฝูงๆ  นั้นอายุได้  8  สัปดาห์ก็ทำวัคซีนป้องกันโรคอหิวาต์เป็ด
ตัวละ  2  ซีซี  สำหรับผู้ที่ต้องการเลี้ยงเป็ดแบบขังกรงตับเดี่ยว  ก็ให้แยกเป็ดขึ้นกรงตับได้เมือเริ่มสัปดาห์ที่  8  กรงตับมีลักษณะและส่วนประกอบเช่นเดียวกับกรงตับสำหรับเลี้ยงไกไข่ ที่มีจำหน่ายทั่วไป  แต่กรงเป็ดมีขนาด  30* 30 *30
เซนติเมตร
                      การเลี้ยงเป็ดอายุ  9-20  สัปดาห์นี้ เราจำเป็นจะต้องเลี้ยงแบบจำกัดอาหารให้เป็ดกิน 
เพื่อประหยัดต้นทุนประการหนึ่ง และอีกประการหนึ่งคือเป็ดอายุ  9-20  สัปดาห์ เป็นช่วงที่ต้องการควบคุมน้ำหนักตัว
ไม่ให้อ้วนเกินไป ซึ่งถ้าอ้วนเกินไปจะทำให้เป็ดไข่น้อย  แต่ถ้าเราควบคุมปริมาณอาหารที่ให้จะทำให้เป็ดเริ่มไข่ใน
ช่วงที่เหมาะสม  ไข่ฟองโต และดก
                      ในการควบคุมปริมาณอาหารเพื่อให้น้ำหนักตัวเป็ดอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานน้ำหนักตัวและปริมาณ
อาหารที่แสดงไว้ในตารางที่  3  เป็นแนวทางการปฏิบัติเท่านั้น การพิจารณาควบคุมปริมาณอาหารหากน้ำหนักเป็ดต่ำกว่ามาตรฐานให้เพื่อปริมาณ
อาหารให้มากขึ้น  หากสูงกว่าน้ำหนักมาตรฐานก็ควรลดปริมาณอาหารที่ให้  แต่ไม่ควรต่ำกว่าปริมาณที่ให้ในสัปดาห์
ที่ผ่านมา  (ดูส่วนประกอบของสูตรอาหารในหน้า   28-30 )
แนวทางการปฏิบัติการเลี้ยงเป็ดอายุ  9-20  สัปดาห์
                     -  การให้น้ำ  น้ำที่ใช้เลี้ยงต้องเป็นน้ำที่สะอาด  ควรทำความสะอาดรางน้ำและเติมน้ำสะอาดก่อนให้
อาหาร  เพราะน้ำที่มี           อาหารตกค้างอยู่จะเน่าเสียง่าย  ถ้ามีตะไคร่น้ำ  หรือคราบอาหารติดอยู่  ควรทำความสะอาดให้เรียบร้อยก่อนเติมน้ำใหม่
                     -  รางอาหาร  ควรใช้แปรงถูรางอาหารให้สะอาดก่อนให้อาหาร  เนื่องจากอาหารที่ใช้เลี้ยงอาจติดตามรางอาหารเป็นแหล่งสะสมเชื้อโรคหรือเชื้อราได้ง่าย
                     -  การให้อาหาร  ถ้าเป็นอาหารผงควรคลุกน้ำพอหมาดๆ  ให้อาหารกระจายอย่างสม่ำเสมอตลอดราง  หลังให้อาหารเป็ดแล้วประมาณ  1  ชั่วโมง ควรใช้แปรงถูขอบ  รางอาหารเพื่อให้อาหารที่เกาะติดอยู่ร่วงหล่น  พร้อมทั้งเกลี่ยอาหารให้กระจายสม่ำเสมอ ซึ่งจะทำให้เป็ดไดรับอาหารในปริมาณที่ เท่าๆ  กัน ทำให้เป็ดมีขนาดสม่ำ
เสมอทั่วกันทั้ง ฝูง
                     เมื่อเป็ดอายุได้  17  สัปดาห์ขึ้นไปให้เป็ดกินอาหารอย่างเต็มที่เพื่อเป็ดจะได้มีความสมบรูณ์พรอ้มที่จะ
ให้ไข่ได้เมื่ออายุ  21  สัปดาห์

การจัดการในระยะเป็ดไข่อายุ  21  สัปดาห์ขึ้นไป
                     เมื่อเป็ดอายุได้   21  สัปดาห์ก็จะเริ่มไข่ ในระยะนี้เป็ดต้องการอาหารสำหรับเป็ดไข่ที่มีคุณค่าทางโภชนะค่อนข้างสูงปริมารณอาหารที่ให้ ขึ้นสูงอยู่กับผลผลิต
ที่เพื่อขึ้น  เมื่อเป็ดเริ่มไข่จะกินอาหารวันละประมาณ  100 กรัม /ตัว/วันก็เพียงพอ สำหรับการผลิตไข่ในช่วงแรก 
น้ำหนักประมาณ  45  กรัม  โดยขนาดไข่จะเพื่อขึ้นตามปริมาณอาหารที่ให้และตามอายุของเป็ด เมื่อเป็ดอายุมากขึ้นขนาดของไข่ก็ใหญ่ขึ้นตามไปด้วย  ปริมาณอาหารที่ให้จะอยู่ระหว่าง   140-160  กรัม/ตัว/วัน ถ้าให้อาหารไม่เหมาะสมขนาดของไข่ก็จะเล็กลง เช่นเดียวกัน  ทั้งนี้ เพราะปริมาณอาหารไม่เพียงพอต่อความ
ต้องการ  ผู้เลี้ยงจะต้องพิจารณา ว่าอาหารที่ใช้เลี้ยงมากน้อยเพียงใด  ถ้าอาหารหมดเร็วก็ให้อาหารเพื่อขึ้น ถ้าอาหารเหลือก็ลกปริมาณลง  และในบางครั้งจะมีการใช้อาหารมากเกินไปก็ทำให้ต้นทุนการผลิตเพื่อขึ้นโดย
ไม่จำเป็น  ซึ่งอาจมีสาเหตุต่างๆ  ดังนี้
       1.     หัวอาหารสำหรับเป็ดไข่ ที่ใช้ในการผสมกับวัตถุดิบอื่นๆ  ซึ่งมีราคาค่อนข้างสูงประมาณ  16 บาท  /กิโลกรัม  อัตราส่วนที่ละเอียดปลายข้าวและรำหยาบ  โดยใช้ประมาณ  25-35%ในสูตร อาหาร เกษตรกรอาจจะชั่งน้ำหนักหัวอาหารมาเกินความจำเป็นทำให้ต้นทุนของอาหาร/ กิโลกรัมเพิ่มสูงขึ้นไปด้วย
2. ในการให้อาหารเป็ดไข่  ต้องให้น้อยๆ ก่อน  ในระยะแรกแล้วจึงค่อยๆ เพิ่ม ในภายหลัง เพราะเป็ดไข่ในช่วงเช้าจะกินอาหารอย่างเร็วซึ่งถ้ามีปริมาณอาหารมาในราง  จะทำให้อาหารหกหล่นมาก  ทุกครั้งก่อนให้อาหารควรทำความสะอาดรางน้ำก่อนและเติมน้ำให้เรียบร้อย  ควรให้อาหารวันละ  3  ครั้ง ซึ่งจะทำให้ปริมาณอาหารหกหล่นน้อย  แต่หากมีเวลาน้อยก็ให้อาหารอย่างน้อยวันละ  2  ครั้ง  คือ เช้าและบ่าย  การให้อาหารแต่ละครั้งให้พิจารณาว่าเมื่อให้อาหารมื้อเช้ากะว่าอาหารที่ให้หมดพอดีหรือเหลือบ้างนิดหน่อย (ดูส่วนประกอบของสูตรอาหารเป็ดไข่หน้า 20,28-30 )
             สำหรับการจัดการเรื่องรางน้ำ รางอาหาร การทำความสะอาดโรงเรือนและการทำความสะอาดกรงเป็ด  ก็ดำเนินการเช่นเดียวกับเป็ดรุ่น  แต่ในช่วงเป็ดกำลังไข่ควรพิถีพิถันและระมัดระวังมากกว่าเป็ดรุ่น  เพราะถ้าเป็ดเกิดตกใจหรือได้รับความเครียด
            2.1 การทำความสะอาดโรงเรือน และอุปกรณ์ต่างๆ ควรระมัดระวัง ให้เป็ดตกใจน้อยที่สุด และควรอยู่ใน
ช่วงเวลาเดียวกัน  เพื่อให้เป็ดเกิดความเคยชิน
                  2.2 การเปลี่ยนสูตรอาหารในแต่ละครั้ง  ควรค่อยๆ เปลี่ยน  หากเปลี่ยนโดยทันทีอาจทำให้
้เป็ดให้ผลผลิตลดลงได้
                  2.3  การจับเป็ดในเวลาทำวัคซีน  ต้องพยายามจับให้นิ่มนวลที่สุดเท่าที่จะทำได้
                  2.4 อย่าให้หนู   แมว  หมา  มารบกวนบริเวณโรงเรือนที่เลี้ยงเป็ด
                  2.5  ในเวลากลางคืน ควรมีน้ำให้เป็ดกินตลอดคืน

    อาหารเป็ด
             ในปัจจุบันมีหลายบริษัทที่ผลิตอาหารสำเร็จเป็ดหลายแบบ เกษตรกรสามารถเลือกใช้ตามความเหมาะสม 
เช่น  อาหารผสมสำเร็จรูป  ซึ่งนำไปใช้ได้ทันที  หัวอาหารซึ่งจะต้องผสมกับรำระเอียดและปลายข้าวก่อนนำไปใช้  หรืออาจซื้อวัตถุดิบแต่ละชนิดมาผสมเอง  เกษตรกรจะต้องหลีกเลี่ยงการใช้ข้าวโพด เป็นอาหารเป็ด  ถ้าหากใช้ข้าว
โพดเป็นอาหารเป็ด  ควรใช้ปริมาณน้อย และต้องแน่ใจว่าเป็นข้าวโพดคุณภาพดี  ปราศจากเชื้อรา  เนื่องจากเชื้อรา
A.FIavu สร้างสารพิษคือ aflatoxin ซึ่งมีผลต่อลูกเป็ดเป็นอย่างมากเกษตรกรจะพบว่าในหัวอาหารหรืออาหารสำเร็จรูปจะใช้ข้าวโพดในปริมาณน้อยหรือ
ไม่ใช้เลยจะดีที่สุด

อาหารเป็ดในบ้านเราสามารถแบ่งออกได้
                  1..อาหารสำเร็จรูป  เป็นอาหาร เม็ด ซึ่งมีใช้เลี้ยงตั้งแต่แรกเกิดจนถึงระยะไข่ ซึ่งมีผลดีก็คือการจัดการ
อาหารสะดวกรวดเร็ว มีประสิทธิภาพการใช้อาหารสูงกว่าเป็ดใช้พลังงานในการกินอาหารน้อยกว่าแบบอื่น
รางน้ำสะอาดไม่ค่อยสกปรก  ประหยัดอาหารได้  15-20% เพราะหกหล่นน้อย ถึงแม้นมีการหกหล่นก็สามารถเก็บกิน
ได้ อาหารที่ให้จะไม่ติดตามรางอาหารทำให้รางอาหารสะอาดอยู่เสมอ ไม่หมักหมมเชื้อโรค แต่มีข้อเสียก็คือ
อาหารมีราคาแพง
 2. เกษตรกรส่วนใหญ่นิยมใช้หัวอาหารเป็ดเป็นหลักในการประกอบสูตรอาหาร  หัวอาหารเป็นอาหารเข้มข้นที่ผลิต
พวก วัตถุดิบอาหารสัตว์พวกโปรตีนจาก พืชสัตว์  ไวตามิน  แร่ธาตุและยาต่างๆ  ยกเว้นพวกธัญพืชหรือวัตถุดิบบางอย่างทั้งนี้เพื่อให้เกิดความเหมาะสมและลดต้นทุนค่าอาหารของผู้ซื้อแต่ละท้องถิ่น
มีวัตถุดิบบางอย่างราคาถูก  เช่น  ปลายข้าว  รำละเอียด  และรำหยาบ  เมื่อผสมกันแล้วจะได้อาหารสมดุลที่มี
โภชนะต่างๆ  ครบถ้วนตามความต้องการของร่างกายสัตว์  ก่อนนำอาหารผสมนี้ไปเลี้ยงเป็ด ต้องนำไปคลุกน้ำ
ให้พอหมาดๆ  ร่วนไม่เกาะเป็นก้อนช่วยให้เป็ดกินอาหารได้ดีลดการฟุ้งกระจายและการหกหล่นได้มาก  วิธีนี้ถึงจะมีความยุ่งยากกว่าวิธีการแรกแต่ก็เป็นที่นิยมใช้อยู่เพราะอาหารผสมจะมีราคาถูก
            อาหารเป็ดระยะไข่นั้นมักเติมสารเพิ่มสีในไข่ด้วยเป็นวัตถุสังเคราะห์ทางเคมีพวกโรทีนอยด์ ชื่อทางการค้า
ต่างๆเช่น  Chorophyl  Red  ใส่ลงไปในอาหารทำไห้ไข่แดงมีสีแดงเข้มเป็นที่นิยมของผู้บริโภค  กรณีของไข่เป็ดถ้า
ไข่แดงสีเข้มจัด  นิยมทำให้ไข่เค็ม  และราคาไข่เป็ดจะแพงกว่าธรรมดาประมาณ  10-14  สตางค์/ฟอง  ทั้งนี้เนื่องจากสารเพิ่มสีมีราคาแพงประมาณ  4,000-4,800 บาท/กิโลกรัม
ตารางที่ 4  สูตรอาหารเป็ดพันธุ์ไข่ระยะต่างๆ

ชนิดอาหาร

อายุเป็นสัปดาห

0-4

4-9

9-20

เป็ดกำลังไข่

 

 

 

1

2

ปลายข้าว                  (กก.)

68.50

64.50

65.00

58.00

59.83

รำหยาบ                    (กก.)

-

10.00

15.00

-

-

กากถั่วเหลือง             (กก.)

15.30

13.30

7.90

23.60

30.00

ปลาป่น  55%             (กก.)

10.00

5.00

5.00

5.00

-

ใบกระถินป่น               (กก)

4.00

4.00

4.00

4.00

-

เปลือกหอยป่น            (กก.

-

1.00

1.00

5.75

5.00

ไดแคลเซี่ยม               (กก.)

1.00

1.00

1.00

2.50

4.00

เกลือ                         (กก.)

0.50

0.50

0.50

0.50

0.50

กรดอะมิโนไลซีน        (กก.)

0.10

0.10

-

-

-

กรดอะมิโนเมไธโอนีน  (กก.)

0.10

0.10

0.10

0.15

0.17

แร่ธาตุและไวตามิน     (กก.)

0.50

0.50

0.50

0.50

0.50

รวม

100.00

100.00

100.00

100.00

100.00

% โปรตีน

18.70

15.40

13.20

18.70

18.44

พลังงานที่ใช้ประโยชน์ได้
(กิโลแคลอรี่/กก.)

30.77

2740

2640

2750

2770

 

 

ตารางที่ 5 ความต้องการโภชนะอาหารของเป็ดพันธุ์กบินทร์บุรีและพื้นเมืองปากน้ำแยกตามอายุของเป็ด


โภชนะ

อายุเป็นสัปดาห์

0-4

4-9

9-20

เป็ดไข่

พลังงาน  (ก.ก.แคลอรี่/ก.ก.)

2890

2730

2600

2750

โปรตีน                         (%)

18.7

15.4

13.2

18.7

อาจินิน                        (%)

1.12

0.92

0.79

1.14

ฮิติดีน                          (%)

0.43

0.35

0.32

1.45

ไอโซลูซีน                      (%)

0.66

0.54

0.57

0.80

ลูซีน                             (%)

1.31

1.08

1.09

1.55

ไลซีน                           (%)

1.10

0.90

0.61

1.00

เมไซโอนีน  +ซิสติน      (%)

0.69

0.57

0.52

0.74

เฟนนิล  +ไทโรซีน        (%)

1.44

0.19

1.04

1.47

ทรีโอนีน                     (%)

0.69

0.57

0.43

0.70

ทริปโตเฟน                  (%)

0.24

0.20

0.16

0.22

เวลีน                           (%)

08.

0.66

0.61

0.86

แคลเซี่ยม                     (%)

0.90

0.90

0.90

3.00

ฟอสฟอรัสใช้ได้             (%)

0.36

0.36

0.36

0.43

แมกนีเซียม                   (มก./ก.ก.)

500

500

500

500

แมงกานีส                     (มก./ก.ก.)

47

47

47

60

สังกะสี                         (มก./ก.ก.)

62

62

62

72

เหล็ก                            (มก./ก.ก.)

96

96

96

72

ตารางที่6  ความต้องการไวตามินในอาหารผสมของลูกเป็ด  เป็ดระยะเจริญเติบโต เป็ดรุ่น  เป็ดไข่  และเป็ดพันธุ์


ไวตามิน (มิลลิกรัม/อาหาร  1 ก.ก.)

อายุเป็นสัปดาห์

เป็ดกำลังไข่

0-4

4-9

9-20

ไข่เป็ดพันธุ์

ไวตามินเอ  (ไอยู / ก.ก. )

8250

8250

8250

1250

ไวตามินดี  (ไอยู / ก.ก. )

600

600

600

1200

ไวตามินอี  (มก. /ก.ก. )

15

15

15

37

ไวตามินเค

3

3

3

3

ไวตามินบี 1

3.9

3.9

3.9

2.6

ไวตามินบี 2

6

6

6

6

แพนโททีนิค

9.6

9.6

9.6

13.0

ไนอาซีน

60

60

60

52

ไวตามินบี 6

2.9

2.9

2.9

2.9

ไวตามินบี 12

0.02

0.02

0.02

0.02

โคลีคลอไรด์

1690

1430

1430

1300

ไบโอติน

0.10

0.10

0.10

0.10

โฟลิกแอซิด

1.30

1.30

1.30

0.65


การให้แสงสว่าง
แสงสว่างมีความสำคัญต่อเป็ดระยะต่างๆ เป็นอย่างมาก  ซึ่งสามารถแบ่งระยะการให้แสงสว่างออกเป็น  2  ระยะ คือ
                 1.ระยะเป็ดเล็ก  ในระยะนี้แสงช่วยให้ลูกเป็ดสามารถกินน้ำและอาหารได้ตลอดเวลาทำให้การเจริญเติบโต
ของลูกเป็ดไม่ชะงักและ
ยังทำให้ลูกเป็ดสามารถปรับตัวเข้าหากับสภาพแวดล้อมได้ดียิ่งขึ้น  ควรให้แสงสว่างตลอดคืนในช่วงที่เป็ดเล็กจนถึง
อายุ  8  สัปดาห์  หลังจากนั้นก็เป็นช่วงระยะที่ควบคุมปริมาณอาหารที่ให้แต่ละวัน  ในช่วงนี้ควรงดการให้แสงสว่างใน
ตอนกลางคืน
                 2. ระยะเป็ดไข่  ในระยะนี้สำคัญมาก  เป็ดถ้าไดรับการเพิ่มช่วงแสงของแต่วัน  จะช่วยกระตุ้นความเจริญทาง
เพศให้มีการสร้างไข่อย่างสมบรูณ์เต็มที่  

ตารางที่ 7  ช่วงเวลาให้แสงสว่างเพิ่มสำหรับเป็ดไข่

 

อายุเป็ดไข่

                   ระยะเวลาการให้แสงสว่าง

 

ฤดูร้อน

ฤดูฝน

ฤดูหนาว

หมายเหตุ

19  สัปดาห์

18.00-19.00

17.30-18.30

17.00-18.00

 

20  สัปดาห์

18.00-20.00

17.30-19.30

17.00-09.00

 

21  สัปดาห์

18.00-21.00

17.30-20.30

17.00-21.00

 

22  สัปดาห์

18.00-21.00

17.30-20.30

17.00-21.00

 

 

05.00-06.00

05.00-06.00

05.30-06.30

 

23  สัปดาห์

18.00-21.00

17.30-20.30

17.00-21.00

 

 

04.00-06.00

04.00-06.00-

04.30-06.30

 

24  สัปดาห์

18.00-21.00

17.30-20.30

17.00-21.00

 

 

03.00-06.00

03.00-06.00

03.30-06.30

 

                 
           ในระยะเป็ดไข่นี้ใช้ความเข้มของแสงสว่าง  2.5  วัตต์  ต่อพื้นที่  1  ตารางเมตร  โดยใช้หลอดไฟฟ้า
ขนาด  60  วัตต์สูงจากพื้น  8  ฟุต  ส่วนระบบการให้แสงสว่างในโรงเรือน  ถ้าสามารถทำได้ควรใช้เครื่องควบคุมการให้แสงสว่างอัตโนมัติซึ่งสามารถตั้งเวลาปิดเปิดได้ตามเวลาที่ต้องการ
มีความสะดวกรวดเร็ว  และปิดเปิดเป็นเวลาทุกวัน  ไม่มีผลกระทบต่อการผลิตไข่  ส่วนการใช้คนปิดเปิดนั้น 
ถ้าเวลาไม่แน่นอน  จะทำให้มีผลกระทบต่อการไข่ของเป็ดได้


โรคเป็ดและการป้องกัน
               เป็ดเป็นสัตว์ปีกที่มีปัญหาโรคน้อยกว่าไก่  หากทำการเลี้ยงในกรงตับด้วย แล้วปัญหาเรื่องโรคและ
อัตราการตายน้อยมาก  โรคเป็ดที่สำคัญมีดังนี้
               1. โรคอหิวาต์เป็ด
                    เกิดจากเชื้อแบคทีเรียชนิดหนึ่ง  อาการทั่วไปเป็ดจะซึม  เบื่ออาหารกระหายน้ำจัดมีไข้สูง  
ถ้าคลำดูที่คอและเท้าจะร้อน มักจะจับกลุ่มกันใกล้บริเวณรางน้ำ อุจจาระมีสีขาวปนเขียวและมีลักษณะเป็นยางเหนียว  บางครั้งเป็ดจะตายอย่างกะทันหัน หรือถ้าเป็นเรื้อรังจะทำให้ข้อเข่า  ข้อเท้าอักเสบบวมทำให้เคลื่อนไหวลำบาก ในเป็ดไข่จะทำให้ไข่ลดลงได้
                       การรักษา  การใช้ยาซัลฟา หรือปฏิชีวนะ  จะลดช่วยความเสียหาย ในฝูงเป็ดที่เริ่มเป็นระยะแรก 
สำหรับยาซัลฟาที่ใช้ได้ผลดีคือ  ยาซัลฟา  ซัลฟาเมอราซีนหรือซัลฟาเมทธารีน   และการใช้ยาปฏิชีวนะ
คลอเตตร้าซัยคลินหรืออกซีเตตร้าซัยคลินผสมในอาหาร ระดับ 500  กรัมต่ออาหาร  1  ตัน ก็จะช่วยลด
ความรุนแรงลงได้

                        การป้องกัน   โดยการทำวัคซีนป้องกันอหิวาต์ดังนี้
                               ครั้งที่ 1  ทำเมื่อเป็ดอายุ  3  สัปดาห์
                               ครั้งที่  2  ทำเมื่อเป็ดอายุ  3  เดือน
                         และฉีดซ้ำทุกๆ  3  เดือน  โดยฉีดเข้ากล้ามเนื้อใต้ผิงหนัง ตัวละ  1  ซีซี. หรือตามแนะนำ
ตามฉลากข้างขวด
                   2. โรคดั๊กเพล็ค (กาฬโรคเป็ด)
                        เกิดจากเชื้อไวรัส  อาการโดยทั่วไปเมื่อเริ่มเป็นเป็ดจะแสดงอาการซึมท้องร่วงเบื่ออาหาร  ปีกตก 
ไม่ค่อยเคลื่อนไหว มีน้ำตาไหลออกมาค่อนข้างเหนียวเมื่อเป็นมากจะมีน้ำมูกไหลออกมาด้วย 
อุจจาระสีเขียวปนเหลือง  บางครั้งมีเลือดปนบริเวณรอบๆ ทวารจะแดงช้ำหายใจลำบาก
                        การรักษา  ไม่มียาที่ใช้รักษาโรคนี้ที่ได้ผล คงมีแต่การป้องกันเท่านั้น
                        การป้องกัน    โดยการทำวัคซีนป้องกันดังนี้
                           ครั้งแรก   ทำเมื่อเป็ดอายุ   3-4  สัปดาห์
                           ครั้งที่สอง  เมื่อเป็ดอายุ  10-12  สัปดาห์
                           ครั้งที่สาม  เมื่อเป็ดอายุ 6 เดือน  หรือก่อนเป็ดวางไข่  และทำซ้ำทุกๆ 6 เดือน โดยฉีดเข้ากล้ามเนื้อ
หน้าอก  ตัวละ  1  ซี.ซี.  หรือตามคำแนะนำในฉลากข้างขวด  วัคซีนทั้งสองชนิด  ซื้อได้ที่กรมปศุสัตว์หรือที่สำนักงาน
ปศุสัตว์จังหวัดทุกจังหวัด

การทำวัคซีนป้องกันโรคเป็ด
 


อายุ

วัคซีนที่ใช้

 

กาฬโรค

อหิวาต์เป็ดไก่

3-4  สัปดาห์

/

/

10-12  สัปดาห์

/

/

ทุกๆ  3 เดือน

 

/

ทุกๆ  6  เดือน

/

 

วิธีให้

ฉีดเข้ากล้าม

ฉีดเข้ากล้าม/ใต้ผิวหนัง

 

 

การคัดเป็ดออกจากฝูง
              การพิจารณาคัดเป็ดที่ไม่ไข่ออกจากฝูงเป็นสิ่งจำเป็น และสำคัญมากเพราะเป็ดที่ไม่ไข่หรือไข่น้อย
จะกินอาหารทุกวันทำให้ต้นทุนการผลิตไข่ต่อฟองสูง ทำให้เกษตรกรมรโอกาสขาดทุนได้ง่าย จึงควรพิจารณาดังนี้
              1. ประวัติการให้ไข่  ในกรณีเลี้ยงแบบกรงตับ  ดูว่าให้ไข่มีความสม่ำเสมอหรือไม่  หากไข่ไม่สม่ำเสมอไข่ๆ
หยุดๆ  เช่น ไข่ 1ฟอง หยุดไป  3  วันแล้วไข่ใหม่อีก  3  ฟอง แล้วหยุดไข่  10  วัน ก็ทำการคัดออกทันที
              2.  ดูลักษณะรูปร่างของเป็ด เปอร์เซ็นต์การไข่จะน้อยลงซึ่งปกติเป็ดพันธุ์กบินทร์บุรี  จะมีอายุการไข่
ประมาณ  15  เดือนดังนั้นการที่จะปลดเป็ดไข่ออกนั้นจะต้องพิจารณาถึงราคาไข่ด้วย  ถึงแม้นไข่น้อยก็ยังมีกำไร แต่ถ้าพิจารณาแล้วว่าถ้าเลี้ยงต่อไปแล้วไม่คุ้มต่อต้นทุนการผลิตก็ควรคัดออกหรือปลดออกทั้งฝูง

 แหล่งผลิตและจำหน่ายพันธุ์เป็ด
1.  ศูนย์วิจัยและบำรุงพันธุ์สัตว์กบินทร์บุรี  อำเภอกบินทร์บุรี จังหวัดปราจีนบุรี
2. สถานีบำรุงพันธุ์สัตว์ บางปะกง อำเภอบางปะกง  จังหวัดฉะเชิงเทรา
3. ศูนย์วิจัยและบำรุงพันธุ์สัตว์สุราษฏร์ธานี  อำเภอพุนพิน  จังหวัดสุราษฏร์ธานี

>>กลับหน้าหลัก>> HOME