:: ประวัติความเป็นมา ::

ศูนย์วิจัยและบำรุงพันธุ์สัตว์สุรินทร

ประวัติความเป็นมา
            ได้เริ่มก่อตั้งเมื่อปี 2501 ที่บ้านกระชาย ตำบลสังขะ อำเภอสังขะ จังหวัดสุรินทร์ ภายใต้ชื่อ สถานีบำรุงพันธุ์สัตว์สุรินทร์   ห่างจากตัวจังหวัด 58 กิโลเมตร    ในเนื้อที่ป่าสงวนซึ่งมีสภาพเป็นป่าโปร่งมีหญ้าธรรมชาติ (หญ้าเพ็ก)  ขึ้นหนาแน่นทั่วไป    การดำเนินงานในช่วงแรกไม่ค่อยได้ผล   เนื่องจากหญ้าธรรมชาติมีคุณภาพต่ำและแก่เร็ว  ประกอบกับสถานที่ตั้งอยู่ห่างจากตัวเมือง การคมนาคมไม่สะดวก       ดังนั้น  กรมปศุสัตว์จึงได้พิจารณาให้ย้ายมาดำเนินการใหม่  ที่ทำเลเลี้ยงสัตว์สาธารณะป่าสะเดา  ป่าตะคร้อ   ในเขตอำเภอเมือง  โดยเริ่มดำเนินการตั้งแต่ปี  2509 เป็นต้นมา และต่อมากรมปศุสัตว์มีคำสั่งลงวันที่ 1 ตุลาคม 2546 ให้เปลี่ยนชื่อหน่วยงานเป็น ศูนย์วิจัยบำรุงพันธุ์สัตว์สุรินทร

สถานที่ตั้งและการติดต่อ
ปัจจุบันตั้งอยู่ที่  บ้านสะเดา  หมู่ 9   ถนนสุรินทร์-ปราสาท   ระหว่างหลักกิโลเมตรที่ 13-14
ต.นาบัว อ.เมือง จ.สุรินทร์    โทรศัพท์/โทรสาร  0-4451-2828
1

พื้นที่ดำเนินการ

พื้นที่ครอบครองทั้งหมดของศูนย์วิจัยและบำรุงพันธุ์สัตว์สุรินทร์   มี   2,140 ไร่   ได้รับการ
ขึ้นทะเบียนเป็นราชพัสดุจังหวัดเป็นแปลงหมายเลขที่ สร. 1057 โดยแบ่งเนื้อที่ ตามลักษณะการใช้ประโยชน์ ดังนี้
1.  พื้นที่สำหรับปลูกพืชอาหารสัตว์                1,460    ไร่
     เป็นที่ตั้งศูนย์ฝึกอบรมและพัฒนาปศุสัตว์ประจำเขต3, ศูนย์วิจัยและพัฒนาการสัตวแพทย์ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ตอนล่าง      (สุรินทร์)  และสถาบันวิจัยและบริการสุขภาพช้างแห่งชาติ รวม   100 ไร่
2.  พื้นที่เก็บรักษาสภาพป่าเดิมไว้                          50    ไร่
3.  พื้นที่ปลูกสร้างอาคารเรือนโรงและถนน             264    ไร่
4.  พื้นที่อ่างเก็บน้ำ                                           166    ไร่
5.  พื้นที่สภาพดินลูกรัง                                      100    ไร่

สภาพพื้นที่
พื้นที่ของศูนย์วิจัยฯสุรินทร์   เป็นที่ลาดเอียงบนเนินดิน 4 ลูก    สภาพดินเป็นดินทรายจัด  ความอุดมสมบูรณ์ของดินต่ำและง่ายต่อการชะล้างหลุดลอกของหน้าดิน
23

สภาพดินฟ้าอากาศ
โดยทั่วไปปริมาณน้ำฝนตลอดทั้งปี จะมีปริมาณพอๆกับจังหวัดอื่นๆในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ คือ ประมาณ 1,100-1,600 มิลิเมตร/ปี    แต่การกระจายของฝนไม่สม่ำเสมอจึงไม่สามารถปลูกพืชอาหารสัตว์โดยอาศัยน้ำฝนตลอดทั้งปีได้เลย   โดยฝนจะตกชุกในช่วงเดือน กรกฎาคม- กันยายน   และหลังจากนั้นฝนจะทิ้งช่วง    ในช่วงฤดูหนาวอากาศจะหนาวจัด  ลมแรง  และความชื้นสัมพัทธ์ต่ำเริ่มตั้งแต่เดือน ตุลาคม-มกราคม ส่วนในฤดูร้อนอากาศจะร้อนและแห้งแล้งมาก โดยเริ่มตั้งแต่เดือน กุมภาพันธ์- มิถุนายน

หน้าที่รับผิดชอบ
ศูนย์วิจัยและบำรุงพันธุ์สัตว์สุรินทร์      ได้รับนโยบายให้ทำการเลี้ยงสัตว์ทั้งกระบือ     สุกร  
และสัตว์ปีก     โดยดำเนินการตามนโยบาย  6  ประการหลัก  คือ

    1. วิจัยสร้างพันธุ์สัตว์ที่เป็นสัตว์พันธุ์คัด ที่เหมาะสมกับสภาพแวดล้อม ให้สถานีวิจัยทดสอบพันธุ์สัตว์และเอกชนรับไปทดสอบและกระจายพันธุ์สู่เกษตรกร และวิจัยพัฒนาพันธุกรรมสัตว์พื้นเมือง

  2. ศึกษาวิจัยเพื่อแก้ปัญหาประสิทธิภาพการผลิตปศุสัตว์ในภูมิภาค เพื่อปรับให้เหมาะสมกับสภาพภูมิศาสตร์  และสภาพสังคม เศรษฐกิจของเกษตรกร

    3. กำกับดูแลการปฏิบัติงานของสถานีวิจัยและทดสอบพันธุ์สัตว์  จำนวน  2  แห่ง  ได้แก่สถานีวิจัยทดสอบพันธุ์สัตว์บุรีรัมย์ และสถานีวิจัยทดสอบพันธุ์สัตว์ศรีสะเกษ

    4. กำกับดูแลให้คำปรึกษาและแก้ไขปัญหา ของศูนย์บำรุงพันธุ์สัตว์ในความอุปการะของกรมปศุสัตว์

    5. ดำเนินการตรวจสอบและรวบรวมข้อมูล เพื่อการรับรองพันธุ์และจดทะเบียนสัตว์ของเกษตรกรตามกฎหมายว่าด้วยการบำรุงพันธุ์สัตว์

    6. ให้คำปรึกษา แนะนำ และถ่ายทอดเทคโนโลยีเกี่ยวกับผลงานวิจัย และพัฒนาพันธุ์สัตว์

                 นอกจากนี้ศูนย์ฯ   ยังทำหน้าที่เป็นศูนย์ปรับปรุงพันธุ์กระบือแห่งชาติ เพื่อผลิตกระบือปลักชั้นเยี่ยมของประเทศ  สำหรับรีดน้ำเชื้อพ่อพันธุ์  กระจายไปผสมเทียมให้กับเกษตรกรทั่วประเทศ  พร้อมทั้งร่วมกับหน่วยงานอื่นๆ ทำงานวิจัยเกี่ยวกับกระบือ เช่น มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์    จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย   มหาวิทยาลัยขอนแก่น และยังเป็นที่ฝึกอบรม ศึกษาดูงาน ของหน่วยงานหรือสถาบันวิจัยต่างๆ จากทั้งในและต่างประเทศ