|
|||||||||||
|
|
|||||||||||
homepage > โรคสัตว์ที่สำคัญ > โรคสัตว์ติดต่อสู่คน
โรควัวบ้า ( Bovine spongiform encephalopathy, BSE)
โรคนี้ไม่มีวิธีรักษา แต่การทำลายเชื้อที่พื้นผิวใช้ น้ำยาโซเดียมไฮโปคลอไรท์ที่ให้ คลอรีนได้ 2% หรือ น้ำยาโซเดียมไฮดรอกไซด์เข้มข้น 2% นานเกินกว่า 1 ชั่วโมงที่ 20 ๐C หรือถ้าเป็นเครื่องมืออุปกรณ์ให้แช่ค้างคืนซึ่งจะช่วยลดปริมาณ Prion แม้ไม่อาจจะทำลายได้ทั้งหมดก็ตาม โดยเฉพาะเมื่อมีสารอินทรีย์แห้งปกคลุมอยู่ หรือเมื่ออยู่ในชิ้นเนื้อเยื่อที่ได้แช่อัลดีไฮด์เพื่อเก็บรักษา Prion ยังสามารถแพร่โรคได้แม้ผ่านหลายขั้นตอนของขบวนการกำจัดทำลายซากสัตว์ในโรงงาน (Rendering Processes) และ Prion ของโรค scapie ในหนู hamster ที่มีลักษณะใกล้เคียงกันสามารถอยู่ในดินได้นานถึง 3 ปี และเมื่อผ่านความร้อนแห้งสูงถึง 360 ๐C นาน 1 ชั่วโมงแล้วก็ยังทำให้เกิดโรคได้ ส่วนการควบคุมโรคใช้มาตรการทางสุขอนามัยคือเฝ้าระวังโรคจากสัตว์ที่แสดงอาการทางระบบประสาท ทำลายสัตว์ที่สงสัยว่าเป็นโรคนี้โดยวิธีฉีดยา (Lethal injection) เพื่อให้ได้สมองที่ไม่เสียหายสามารถมาตรวจสอบเนื้อเยื่อด้วยวิธีทางพยาธิวิทยาได้ ต้องควบคุมการนำเข้าสัตว์เคี้ยวเอื้องทุกตระกูลรวมถึงผลิตภัณฑ์ทุกชนิด มีการกำหนดนโนบายและวิธีการนำเข้าตัวอ่อน (Embryos) ของสัตว์ ในประเทศที่เคยพบโรคนี้ควรใช้วิธีการทำลายสัตว์โดยมีค่าชดเชยให้แก่เจ้าของสัตว์ ควบคุมการนำโปรตีนที่ได้จากสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมไปใช้ประโยชน์ มีระบบการทำเครื่องหมายและติดตามตัวสัตว์ที่มีประสิทธิภาพ สำหรับผู้ปฏิบัติงานในห้องปฏิบัติ การตรวจสอบโรควัวบ้าจะต้องสวมใส่เสื้อผ้าที่ปกปิดมิดชิดและปฏิบัติตามขั้นตอนการทำงานที่กำหนดไว้อย่างเคร่งครัดเพื่อป้องกันการสัมผัสกับ Prion ที่มีความทนทานสูง จากอุปกรณ์เครื่องใช้และวิธีทางการแพทย์ หรืออุบัติเหตุที่อาจมีการกระเด็นเข้าสู่ดวงตา ช่องปากหรือจมูก ทั้งนี้เนื่องจากการพบโรค CJD ที่เกิดจาก new variant form of Creutzfeldt-Jacob Disease ทำให้มีข้อสันนิษฐานว่า BSE Prion อาจทำให้คนติดเชื้อได้ นิยามในการเฝ้าระวังโรค (Case Definition for Surveillance) เกณฑ์ทางคลินิก (Clinical Criteria) สัตว์ตระกูลโค ป่วยแบบกึ่งเฉียบพลัน (Subacute) หรือแบบเรื้อรัง สัตว์จะแสดงอาการของระบบประสาทที่ไม่ประสานงานกัน คือ สัตว์จะกระวนกระวาย ตื่นกลัว ตกใจ กระโดด หรืออาจซึม สัตว์จะมีปฏิกิริยาตอบสนองเร็วและ/หรือแรงเกินกว่าระดับปกติมาก เคลื่อนตัวโดยไม่มีจุดหมาย กล้ามเนื้อหดเกร็งตัวต่อเนื่องหรือกระตุกพลิ้วไหว ตัวสั่น มีท่าเดินที่ไม่สัมพันธ์กัน และตัวสัตว์มีการเคลื่อนไหวมากเกินปกติ ระบบทำงานอัตโนมัติเช่นการเคี้ยวเอื้องลดลง หัวใจเต้นเร็ว ชีพจรเต้นผิดปกติ อาจพบสัตว์มีการคัน แต่จะไม่ถือเป็นอาการสำคัญเด่นชัดเช่นในโรค Scrapie น้ำ หนักตัวลดลง และสูญเสียสภาพของร่างกาย โคป่าในสวนสัตว์ มีอาการเหมือนโคทั่วไป แต่มักจะแสดงออกรวดเร็วและรุนแรงยิ่งกว่า สัตว์ตระกูลแมว อาการเริ่มต้นคือพฤติกรรมที่เปลี่ยนแปลงไป ก้าวร้าวรุนแรง หรือขลาดอาย การเคลื่อนไหว (involuntary movements) ที่ไม่ประสานงาน (Ataxia) เป็นอาการเด่นชัดสุดที่จะบอกความก้าวหน้าของโรค เกณฑ์ทางห้องปฏิบัติการ (Laboratory criteria) วิการ ไม่พบวิการที่เห็นได้ด้วยตาเปล่า มักพบวิการที่เนื้อสมองซึ่งพรุนคล้ายฟองน้ำ (spongiform encephalopathy) เป็นลักษณะเฉพาะในเกือบทุกราย การทดสอบโรคในห้องปฏิบัติการ ขณะนี้ยังไม่มีวิธีการการตรวจหาและจำแนกเชื้อสาเหตุของโรค (Identification and isolation of the agent) การนำสมองสัตว์ที่ตายใหม่ๆมาทำ Bioassay โดยฉีดหนู mice เป็นวิธีการเดียวที่ใช้ตรวจหา Infectivity ได้แต่ยากในทางปฏิบัติเนื่องจากระยะฟักตัวของโรคจะนานถึง 300 วันเป็นอย่างน้อย การทดสอบทางซีรั่มวิทยา (Serological tests) ไม่สามารถกระทำได้เนื่องจากโรคนี้ไม่ทำให้ร่างกายสร้างภูมิคุ้มโรคตอบสนอง เช่นเดียวกับโรคอื่นๆในกลุ่มนี้ (Transmissible spongiform encephalopathies,TSE) วิธีการทดสอบอื่นๆ ได้แก่ . การตรวจทางพยาธิวิทยา (Histopathology) โดยใช้ชิ้นเนื้อสมองสัตว์ที่แสดงอาการป่วยหาลักษณะการเปลี่ยนแปลงพรุนเป็นฟองน้ำที่ . การตรวจชิ้นเนื้อสมองหาไฟบริลที่เฉพาะต่อโรค (Disease specific isoform of PrP) ด้วยกล้องอิเลคตรอน หรือด้วยวิธี electrophoresis, Immunoblotting โดย หาส่วนโปรตีนที่เหมือนกับ Scrapie-associated fibrils (SAF) ในน้ำสกัดจากเนื้อสมองสดหรือแช่แข็ง การเก็บตัวอย่าง ในประเทศที่พบโรคนี้แล้วควรเก็บสมองทั้งก้อนในทันทีที่สัตว์ตาย หรืออาจเก็บก้านสมองหรือส่วน Medulla ก็ได้ขึ้นกับอุบัติการณ์ของโรคในประเทศนั้นเพื่อตรวจ สอบด้วยวิธีการทาง Immunohistochemistry เก็บ Cervical cord หรือ Medulla ประมาณ 3 กรัมในทันทีที่ตายแล้วแช่แข็งไว้สำหรับตรวจหา SAF หรือ PrP |