หน้าแรก

ระวัง.....พิษจากไมยราบไร้หนาม

การสอบสวนกรณีโค-กระบือป่วยตายในพึ้นที่จังหวัดบุรีรัมย์เมื่อวันที่ 20 มิถุนายน 2556 ที่ผ่านมา มีการเสนอข่าวโคและกระบือในพื้นที่จังหวัดบุรีรัมย์ ป่วยตายหลายตัว ศูนย์วิจัยและพัฒนาการสัตวแพทย์ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง (สุรินทร์) ร่วมกับสำนักงานปศุสัตว์จังหวัดบุรีรัมย์ จึงได้ออกสอบสวนโรคและเก็บตัวอย่างยืนยันทางห้องปฏิบัติการเพื่อหาสาเหตุการตาย จากการสอบสวบพบว่าโคของเกษตรกรรายหนึ่่งในพื้นที่อำเภอพลับพลาชัย จำนวนทั้งสิ้น 4 ตัว ป่วยและตาย 3 ตัว หลังแสดงอาการ 30-60 นาที โดยเกษตรกรได้เกี่ยวหญ้าบริเวณแปลงตรงข้ามกับบ้านมาให้กิน หลังจากกินได้ประมาณ 12-15 ชั่วโมง พบว่าโคแสดงอาการกระวนกระวาย น้ำลายไหลยืด กล้ามเนื้อสั่น หายใจขัด ล้มนอน ท้องอืด นํ้าลายฟูมปาก และตายในเวลาใกล้เคียงกัน จากการผ่าซากโคทั้้ง 3 ตัว พบจุดเลือดออกรุนแรงที่หัวใจ ตับ และเยื่อเลื่อมของกระเพาะอาหาร จึงได้เก็บตัวอย่างอวัยวะ อาหารในกระเพาะหมัก หญ้าที่เกี่ยวมาไว้ให้โคกินและหญ้าบริเวณแปลงซึ่งพบว่ามีต้นไมยราบไร้หนามขึ้้นปะปนอย่างหนาแน่น ส่งตรวจห้องปฎิบัติการ 3 แห่ง ได้แก่ ศูนย์วิจัยและพัฒนาการสัตวแพทย์ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ส่งตรวจหาโรคติดเชื้อทั่วไปและพยาธิในเลือด ศูนย์วิจัยและพัฒนาการสัตวแพทย์ภาคเหนือตอนบน (ลำปาง) ส่งตรวจวิเคราะห์หาสารไนเตรท ไซยาไนด์ เอ็นไซม์โคลินเอสเตอเรส ส่วนสถาบันสุขภาพสัตว์แห่งชาติส่งตรวจหาสารเคมีกลุ่มคาร์บาเมทและออร์กาโนฟอสเฟต

ผลการตรวจไม่พบเชื้อแบคทีเรียและพยาธิในเลือดสำคัญใดๆ แต่พบสารไนเตรทจากอาหารในกระเพาะหมัก 147-204 mg/kg น้ำหนักสด หญ้าที่เกี่ยวไว้ให้กินพบปริมาณไนเตรทเฉลี่ย 2,446 mg/kg นํ้าหนักแห้ง และต้นไมยราบจากแปลงหญ้า มีปริมาณไนเตรทเฉลี่่ย 5,312 mg/kg นํ้าหนักแห้ง ซึ่งเป็นปริมาณสูงสามารถทำให้เป็นพิษได้ ถ้าโคกินในปริมาณมาก (สารไนเตรทในพืชระดับ 2,100 mg/kg น้ำหนักแห้งขึ้นไปเป็นระดับที่เริ่มทำให้เกิดพิษ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับปริมาณอาหารที่กินและชนิดสัตว์ ส่วนไนเตรทในพืชปริมาณ 10,000 mg/kg น้ำหนักแห้งขึ้นไป เป็นระดับที่ทำให้เกิดอาการแบบเฉียบพลัน จึงสรุปได้ว่าโคทั้งสามตัวที่ตายมีสาเหตุจากพิษของสารไนเตรทในต้นไมยราบไร้หนามที่่ปนอยู่จำนวนมาก ส่วนกระบือที่ตายในพื้นที่อำเภอห้วยราชนั้น จากตัวอย่างอาหารที่เกี่ยวมาให้กินพบว่ามีต้นไมยราบไร้หนามปนอยู่มากเช่นกันและเมื่่อตรวจวิเคราะห์หญ้าที่เกี่ยวมาให้กินพบสารไนเตรทปริมาณเฉลี่ยสูงถึง 3,466 mg/kg น้ำหนักแห้ง ซึ่งประวัติอาการสอดคล้องกันกับกรณีการป่วยตายในโค

ลักษณะะทั่วไปของไมยไร้หนาม
ไมยราบไร้หนาม (Mimosa invisa) เป็นพืชตระกูลถั่วชนิดหนึ่ง ที่มีการเจริญเติบโตรวดเร็วมาก ใช้เป็นปุ๋ยพืชสด และพืชคลุมดินโดยจะช่วยปรับปรุงคุณสมบัติทางเคมีของดิน เพิ่มอินทรียวัตถุในดิน เพิ่มสัดส่วนของช่องอากาศในดิน ทำให้ดินร่วนซุย และเพิ่มความสามารถในการอุ้มนํ้าของดิน ไมยราบไร้หนามสามารถให้ผลผลิตน้ำหนักแห้งรวมสูง จึงใช้ในการปรับปรุงดินและเพื่อใช้เป็นอาหารสัตว์ ทั้งนี้การนำไปใช้เป็นพืชอาหารสัตว์ควรมีการศึกษาและคำนึงถึงพิษที่่จะเกิดในสัตว์ด้วย


ต้นไมยราบไร้หนามที่ขึ้นปนหนาแน่นอยู่ในแปลงหญ้า

ความเป็นพิษ สารไนเตรท-ไนโตรเจน พบสะสมอยู่ในลำต้นและใบของไมยราบไร้หนาม ซึ่งมีปริมาณสูงมากพอที่จะทำให้เกิดการเป็นพิษขึ้นได้ เมื่่อสัตว์กินพืชชนิดนั้นๆ เข้าไปในปริมาณมาก โดยเฉพาะในช่วงต่อระหว่างฤดูแล้งกับฤดูฝน ภาวะอากาศที่เปลี่ยนแปลงด้านอุณหภูมิและความชื้น ซึ่งมีผลกระทบทำให้เกิดความเครียดในตัวสัตว์ นอกจากนี้พืชอาหารสัตว์ที่พบว่ามีไนเตรทสูงเช่นเดียวกันได้แก่ ข้าวฟ่าง เถามันเทศ ผักโขม ทองหลางใบมน และข้าวโอ๊ต เป็นต้น สำหรับปัจจัยที่่มีผลต่อปริมาณของไนเตรทในพืช ไต้แก่
1. ระยะการเจริญเติบโตของพืช คือ พืชทื่อยู่ในระยะต้นอ่อนและกำลังเจริญเติบโต จะมีปริมาณไนเตรทสูงกว่าพืชที่โตเต็มที่ และการกินหญ้าอ่อนซึ่่งมีมากในช่วงดังกล่าวได้มากขึ้นจนอาจเกิดภาวะท้องอืด (bloat) ได้
2. การใช้ปุ๋ยไนโตรเจนระดับสูง จะทำให้พืชสะสมสารไนเตรทเพิ่่มขึ้น โดยเฉพาะในช่วงต้นฤดูฝน ซึ่งจะทำให้พืชดูดซึมเอาธาตุไนโตรเจนจากดินไปสะสมเป็นไนเตรทในลำต้นและใบอย่างรวดเร็วอีกด้วย
3. ในสภาพแวดล้อมที่ผิดปกติ เช่น เกิดความแห้งแล้ง หรือภาวะหลังการพ่นยาปราบศัตรูพืช ทำให้เกิดการสะสมไนเตรทมากขึ้น

พืชที่มีปริมาณไนเตรทในรูปไนเตรท-ไนโตรเจนโดยเฉลี่ยเกินกว่า 2,100 ppm จะทำให้สัตว์ที่กินพืชนั้นแสดงอาการเป็นพิษได้ ความเป็นพิษของไนเตรทในสัตว์เคี้้ยวเอื้องที่เลี้ยงด้วยพืชหลายชนิดทื่มีไนเตรทสูง พบว่าสัตว์จำพวกโค-กระบือ แสดงอาหารเป็นพิษมากกว่าแพะและม้า ปริมาณต่ำสุดของไนเตรทที่มีผลต่อสัตว์ คือ โค-กระบือ ปริมาณ 88-110 มลลิกรัม/น้ำหนักตัวสัตว์ 1 กิโลกรัม สุกร 19-21 มิลลิกรัม/น้ำหนักตัวสัตว์ 1 กิโลกรัม และ แกะ 40-50 มิลลิกรัม/น้ำหนักตัวสัตว์ 1 กิโลกรัม นอกจากสารไนเตรทแล้วในต้นไมยราบไร้หนามยังมีสารไซยาไนด์เป็นส่วนประกอบอีกด้วย

อาการ
โค-กระบือที่ไปกินหญ้าในช่วงนี้อาจก่อให้เกิดปัญหาความเป็นพิษจากทั้งสารไนเตรทและไซยาไนด์ที่สะสมในต้นไมยราบไร้หนามที่ขึ้้นปะปนในแปลงหญ้า จนทำให้สัตว์ตายจากภาวะขาดออกซิเจนในเลือด (hypoxia) อาการที่มักพบคือ ท้องอืด กระวนกระวาย กล้ามเนื้อสั่่น หายใจขัดแล้วตายหลังแสดงอาการภายใน 1/2 ถึง 1 ชั่่วโมง ถ้าเปิดปากดูเหงือกจะพบเหงือกมีสีม่วงคลํ้า (cyanosis) การแก้ไขในสัตว์ที่แสดงอาการแล้วมักไม่ได้ผล เนื่องจากว่าสัตว์จะขับสารพิษที่่มีอยู่ในหญ้าสดที่กินเข้าไปสะสมอยู่ในกระเพาะหมัก (rumen) ต้องใช้ระยะเวลานานหลายวัน ระหว่างนั้นพิษที่อยูในหญ้าจะถูกดูดซึมเข้ากระแสโลหิตไปเรื่่อยๆ



รอยโรค
พบจุดเลือดออกทั่วไป โดยเฉพาะที่หัวใจ ผนังกระเพาะอาหารอักเสบแดง อวัยวะภายในบวมนํ้า มีนํ้าในถุงหุ้มหัวใจ และในช่องท้อง

การเก็บตัวอย่างส่งตรวจทางห้องปฏิบัติการ
เก็บตัวอย่าง อย่างน้อย 100 กรัม/ชิ้น ได้แก่
1. ตับ ไต หัวใจ
2. อาหารในกระเพาะหมัก
3. ตัวอย่างอาหาร หญ้าทื่เกี่ยวมาให้กิน
4. หญ้าและไมยราบไร้หนามบริเวณที่เกี่ยวหรือปล่อยสัตว์แทะเล็ม

เก็บตัวอย่างแยกใส่ถุง มัดปากถุงให้แน่น แช่เย็นที่อุณหภูมิ 2-4 องศาเซลเซียส และรีบนำส่งที่ศูนย์วจัยและพัฒนาการสัตวแพทย์ในภูมิภาค หรือสถาบันสุขภาพสัตว์แห่งชาติ (กรุงเทพฯ)

การรักษา
การแก้ความเป็นพิษโดยการใช้สารต้านพิษ (antidote) ต้องสอบประวัติและอาการสัตว์จากเจ้าของสัตว์ เพื่อแยกกลุ่มของสารพิษว่าเป็นในกลุ่มไซยาไนด์หรือไนเตรท ให้ชัดเจนก่อน เพื่อจะใช้ยาต้านพิษได้ถูกต้อง ประเภท ของยาต้านพิษมี 2 ชนิดคึอ
1. พิษจากไนเตรท การแก้พิษให้ใช้ methylene blue ขนาด 4-5 มก./น้ำหนักสัตว์ 1 กก. แล้วทำให้มีความเข้มข้น 2-4 % ฉีดเข้าเส้น (IV)
2. พิษจากไซยาไนด์ การแก้พิษให้ใช้สารละลาย sodium nitrate 20% ผสมกับ sodium thiosulfate 20% ในอัตราส่วน 1:3 ฉีดเข้าเสน (IV) ในขนาด 4 มล./นํ้าหนักสัตว์ 45 กก.

รายงานสัตว์ป่วย
เคยมีรายงานความเป็นพิษซองไมยราบไร้หนามในโคพันธุ์อเมริกันบราห์มัน โดยสุชาติ และคณะ (2525) พบว่าโค 3 ตัวกินไมยราบไร้หนามแล้วแสดงอาการป่วยอย่างรุนแรง คือ นํ้าลายฟูมปาก ไม่เคี้ยวเอื้อง ซึม กล้ามเนื้อสั่น หายใจลำบาก cyanosis และตายภายใน 2.5-60 ชม. ผลการผ่าซากพบไมยราบเต็มกระเพาะรูเมน พบจุดเลือดออกทั่วไปในชั้นใต้ผิวหนัง หัวใจ และไต กระเพาะรูเมนและลำไส้อักเสบ ผลการวิเคราะห์ทางพิษวิทยาพบทั้้งสารพิษไนเตรทและไซยาไนด์ในปริมาณที่สูง สอดคล้องกับอาการป่วยและผลจากการฝาซากดังกล่าว

เอกสารอ้างอิง

การทดสอบปริมาณไนเตรทในพืชอาหารสัตว์โดยประมาณ. เข้าถึงได้จากhttp://www.dld.go.th/nutrition/Nutrition Knowlage/ARTICLE/ArtileV.htm
ชื่นจิต แก้วกัญญา, ปนัดดา ประสาทชัย และอมรรัตน์ อุปพงศ. (2555) ศักยภาพของถั่วเขตร้อนเพื่อเป็นอาหารสัตว์คุณภาพดีและการปรับปรุงบำรุงดินลูกรัง. ว. วิทย์. กษ. 43(2)(พิเศษ): 585-588.
สถาบันสุขภาพสัตว์แห่งชาติ. ท้องอืด. เข้าถึงได้จาก http://www.dld.go.th/niah/AnimalDisease/cow bloat.htm
สาทิส ผลภาค. สารพิษในพืชยาหารสัตว์ (เคี้ยวเอื้อง). เข้าถึงได้จาก http://www.dld.go.th/vrd ne/th/ show news,php?subaction=showfull&id=1276675302&archive=&template=knowing .
สารพิษในอาหารสัตว์. เข้าถึงได้จาก http://www.dld.go.th/km/th/index,php?option=com content&view= article&id=187:2009-12-16-12-46-06&catid=41:present-general<emid=59
สุขุม โชติช่วงมณีรัตน์. การปลูกไมยราบไร้หนามเพื่อปรับปรุงบำรุงดิน. ศูนย์วิจัยข้าวโพดและข้าวฟ่างแห่งชาติ สถาบันอินทรีจันทรสถิตย์. มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์. เข้าถึงได้จาก http://www.rdi.ku.ac.th/kufair50/ plant/57-1 _p ๒ nt/57-1 _plant.htm
สุชาติ ศราธพันธุ์, มาลินี ลิ้มโภคา, รวรัตน์ สาครรัตน์, วิมล จิรธนวัฒน์, วิมลพร จิระวัฒนพงศ์, นิยมศักดิ์ อุปทุม และชาญยุทธ เทพา. (2525). บทคัดย่อ ประประชุมทางวิชาการครั้งที่ 20 มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ สาขาสัตวแพทย์ ณ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ บางเขน 4-5 กุมภาพันธ์ 2525

Home