ปัญหาเรื่อง "วิธีการเลี้ยงและขุนสุกรให้ได้  100 กิโลกรัม เพื่อจำหน่าย" 
จากคุณทวี ศรีบัวหลวง ต.เขาหลวง อ.วังสะพุง จ.เลย

       ผมเป็นเกษตรกร มีอาชีพทำไร่มันสำปะหลังและข้าวโพด มีรายได้น้อยไม่ค่อยแน่นอน ผมเลยอยากจะเลี้ยงหมูเป็นรายได้เสริม ผมไม่เคยเลี้ยงยังขาดประสบการณ์ จึงขอคำแนะนำการเลี้ยงหมูขุนว่าวิธีเลี้ยงทำอย่างไร จะเลี้ยงกี่เดือนถึงจะมีน้ำหนัก 100 กก. และอาหารที่ใช้เลี้ยงจะใช้อะไรได้บ้าง ผมขอให้ท่านให้รายละเอียดกับผมด้วย ขอกราบขอบพระคุณล่วงหน้า

คำตอบ
        คุณทวีบอกว่ามีอาชีพปลูกพืชไร่ มีรายได้น้อยไม่แน่นอน จึงอยากแนะนำเพิ่มเติมว่าในการทำการเกษตรนั้น ไม่ควรที่จะทำ อย่างใดอย่างหนึ่งเพียงอย่างเดียว ควรจะทำหลาย ๆ อย่าง เช่น อาจปลูกพืชสวน พืชไร่ เลี้ยงสัตว์ เช่น สุกร ไก่ เลี้ยงปลา หรืออื่น ๆ ที่เรียกกันว่าการทำการเกษตรแบบผสมผสานจะดีกว่า เพราะจะมีรายได้ตอบแทนหมุนเวียนจากการขายผลผลิตในฟาร์มอย่าง สม่ำเสมอ ลดการเสี่ยงต่อการขาดทุนเนื่องจากราคาผลผลิตตกต่ำซึ่งในเรื่องนี้คุณทวีอาจขอคำปรึกษาจากเกษตรจังหวัดได้
        การเลี้ยงสุกรขุนเป็นอาชีพเสริมเพิ่มรายได้นั้นเป็นเรื่องที่ดี ซึ่งคุณทวีบอกว่ายังขาดประสบการณ์ในการเลี้ยงนั้น ขอแนะนำ ว่าสามารถขอคำปรึกษาแนะนำจากนักวิชาการของสำนักงานปศุสัตว์จังหวัด จากตำราต่าง ๆ ตลอดจนศึกษาจากผู้ที่เลี้ยงสุกรอยู่แล้ว ทั้งในเรื่องของวิธีการเลี้ยง การให้อาหาร การป้องกันโรค ที่สำคัญจะต้องมีตลาด ท่านจะได้ข้อมูลจากผู้เลี้ยงสุกรอยู่ก่อนว่ามีปัญหา อะไรบ้าง อาหารที่ใช้เลี้ยงหาซื้อที่ไหน จัดหาซื้อสะดวกหรือไม่ ราคาถูกหรือแพง ที่เลี้ยงมามีกำไรหรือขาดทุนอย่างไร เพื่อเป็นข้อมูล ประกอบการตัดสินใจในการลงทุนเลี้ยง อย่างไรก็ตาม หากคุณทวี ต้องการเลี้ยงสุกรขุน ควรทดลองเริ่มเลี้ยงจำนวนน้อย ๆ ก่อน ประมาณ 3-4 ตัว เพื่อหาประสบการณ์ เพราะการเลี้ยงสุกรขุนจะเลี้ยงง่ายกว่า
การเลี้ยงสุกรพันธุ์
        ในที่นี้จะขอแนะนำคร่าว ๆ ถึงวิธีการเลี้ยงสุกรขุนให้ทราบ โดยก่อนอื่น จะต้องสร้างคอกสำหรับสุกร ขนาดคอกก็ควรให้สุกรอยู่ สบาย สามารถบังแดดฝนได้และจะต้องมีรางน้ำ รางอาหารสำหรับสุกรอย่างเพียงพอกับจำนวนสุกร ต่อจากนั้นก็หาซื้อลูกสุกรหย่านม มาเพื่อเลี้ยงขุน โดยทั่วไปสุกรที่ใช้เลี้ยงขุนจะมีขนาดน้ำหนักตัว 12 – 15 กิโลกรัม หรืออายุประมาณ 4-6 สัปดาห์ การหาซื้อลูกสุกร ขุนถ้าเป็นตัวผู้ควรตอนก่อนที่จะนำมาเลี้ยงขุนและควรทำวัคซีน
ป้องกันโรคปากและเท้าเปื่อย และโรคอหิวาต์สุกร (ปรึกษาสำนักงาน ปศุสัตว์อำเภอ) การซื้อลูกสุกรควรเลือกซื้อจาก
ฟาร์มที่ไม่มีโรคดังกล่าว เลือกลูกสุกรที่มีลักษณะแข็งแรง หน้าตาสดใส เมื่อนำสุกร เข้าคอก ควรทำการถ่ายพยาธิ
เสียก่อน(ปรึกษากับปศุสัตว์อำเภอ) สำหรับอาหารที่ใช้เลี้ยงกรณีที่เลี้ยงสุกรจำนวนน้อย ๆ ขอแนะนำว่า ควรซื้ออาหารเม็ดสำเร็จรูปที่มีสารอาหารครบส่วน ตามความต้องการในแต่ละระยะของสุกร เช่น สุกรเล็ก สุกรรุ่น และสุกรขุน ข้อดี คือสะดวกในการใช้เลี้ยง จัดหาซื้อได้ตามท้องตลาด โดยในช่วงแรกอาจให้อาหารสุกรเล็กจากระยะน้ำหนัก 10-20 กิโลกรัม ต่อมา เปลี่ยนชนิดเป็นอาหารสุกรรุ่นจากระยะน้ำหนัก 20-60 กิโลกรัมและใช้อาหารสุกรขุนจากระยะน้ำหนัก 60 กิโลกรัมขึ้นไป จนสุกรได้ น้ำหนัก 100 กิโลกรัม ก็สามารถขายได้ ซึ่งโดยทั่วไปจะใช้เวลาเลี้ยงนานประมาณ 4½- 5 เดือน ข้อสำคัญคือควรให้อาหารเต็มที่ คือ ให้สุกรกินเต็มอิ่มมีอาหารอยู่ในราง ตลอดเวลาสุกรจึงจะโตเร็ว
        อีกวิธีการหนึ่งในการเลือกใช้อาหารเลี้ยงสุกรคือ ใช้หัวอาหารสำเร็จรูปชนิดผง(ส่วนใหญ่จะมีโปรตีนประมาณ 32-36 เปอร์เซ็นต์ และผสมไวตามินแร่ธาตุไว้ด้วยแล้ว) ใช้ผสมกับปลายข้าว ข้าวโพดบด รำละเอียด ตามอัตราส่วนน้ำหนักที่ระบุจำนวน ที่ใช้ผสมไว้ข้างถุงอาหาร ซึ่งเมื่อผสมตามคำแนะนำ แล้วจะมีเปอร์เซ็นต์โปรตีนและโภชนะอื่น ๆ ตามความต้องการของสุกรแต่ละ ขนาด
        สุดท้ายนี้ หากคุณทวี มีข้อสงสัยอาจขอคำแนะนำจากเจ้าหน้าที่ของสำนักงานปศุสัตว์อำเภอหรือปศุสัตว์จังหวัดเพิ่มเติมได้