โครงการนาหญ้า

           วันที่23 พฤศจิกายน 2527 เวลา 16.26 น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จพระราชดำเนินไปยังสถานีบำรุงพันธุ์สัตว์สกลนครเป็นการส่วนพระองค์ ทรงทอดพระเนตรกิจการของสถานีฯ และทรงซักถามหัวหน้าสถานีฯเกี่ยวกับการดำเนินงานของสถานีฯ หลายประการรวมทั้งทรงให้ทางสถานีฯ หาทางส่งเสิรมให้ราษฎรที่อยู่ข้างเคียงทำ " นาหญ้า" เพื่อเลี้ยงโค-กระบือ และ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ได้ทรงพระมหากรุณาธิคุณแก่กรมปศุสัตว์ พระ ราชทานอ่างเก็บน้ำ "ห้วยทราย 3" ให้จัดทำนาหญ้าที่ สถานีบำรุงพันธุ์สัตว์สกลนคร ต.พังขว้าง อ.เมืองสกลนคร จ.สกลนคร เพื่อศึกษาผลผลิตที่จะได้จากการทำนาหญ้าโดยตลอดทั้งปี ของหญ้าพันธุ์ต่างๆที่จะใช้ในการส่งเสริมสู่เกษตรกร เพื่อเปรียบเทียบผลผลิต รายได้ระหว่างการใช้พื้นที่นาผลิตหญ้า เพื่อเปลี่ยนเป็นเนื้อสัตว์ กับการใช้พื้นที่นาผลิตข้าว เพื่อศึกษาข้อมูลเบื้องต้นที่เกี่ยวข้อง เช่น ความต้องการน้ำของหญ้าพันธุ์ต่างๆ การปลูกนอกฤดูกาลเป็นต้น เพื่อเพิ่มผลผลิตหญ้าอาหารสัตว์ และเพิ่มปริมาณการผลิตสัตว์พันธุ์ดีของกรมปศุสัตว์โดยการประหยัดต้นทุน เพื่อเป็นการสาธิตและผลิตพันธุ์หญ้าที่ดีและเหมาะสมให้แก่เกษตรกร โดย กรมชลประทาน กรมพัฒนาที่ดิน และกรมปศุสัตว์ รวมกันจัดทำ โครงการนาหญ้าพระราชทาน จังหวัดสกลนคร ปี 2527-2530

      ปีงบประมาณ 2529 กรมปศุสัตว์จัดทำ โครงการนาพืชอาหารสัตว์ สนองพระราชดำริ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว โดยการหว่านถั่วเวอราโนในนาข้าวก่อนการเก็บเกี่ยว ให้มีพืชอาหารสัตว์สำหรับให้โค-กระบือแทะเล็มในช่วงปลายฤดูฝน และปรับปรุงนาข้าวให้เป็นทุ่งหญ้าเลี้ยงสัตว์ในบางปีที่การทำนาไม่ได้ผล ดำเนินการในจังหวัดสกลนคร อุดรธานี ขอนแก่น กาฬสินธุ์ มหาสารคาม บุรีรัมย์ เลย ชัยภูมิ และนครราชสีมา ปีละ 90,000 ไร่ เป็นเวลา 2 ปี ( 2530-2531) รวมเป็นพื้นที่ 180,000 ไร่ เริ่มจากการผลิตเมล็ดพันธุ์ในเดือนพฤษภาคม 2529

    

      วันที่ 25 ธันวาคม 2540 สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ได้เสด็จพระราชดำเนินทรงเปิดโรงงานผลิตภัณฑ์นม ณ.องค์การส่งเสริมกิจการโคนมแห่งประเทศไทย ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ต.ท่าพระ อ.เมือง จ.ขอนแก่น และได้มี พระราชดำริเกี่ยวกับโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ รวม 8 ข้อ โดยข้อที่ 4 ให้พิจารณาส่งเสริมเกษตรกรปลูกหญ้าเลี้ยงสัตว์ และสนับสนุนให้เกิดตลาดซื้อขายหญ้าเลี้ยงสัตว์เพื่อช่วยแก้ไขปัญหาแรงงานและการขาดแคลนหญ้าเลี้ยงสัตว์ กรมปศุสัตว์ จึงได้ดำเนินการ จัดทำโครงการนำร่อง ( Pilot Project) ที่ ศูนย์ฯ/สถานีอาหารสัตว์ 5 แห่ง ส่งเสริมให้เกษตรกรใกล้ๆหน่วยงาน หรือเกษตรกรที่เคยผลิตเมล็ดพันธุ์พืชอาหารสัตว์ แห่งละ 5 ราย ผลิตถั่วแห้งอัดฟ่อน โดยเลือกใช้พันธุ์ถั่วคาวาลเคด ถั่วไมยรา และถั่วท่าพระสไตโล ให้เกษตรกรปลูกและรับซื้อในราคาประกัน เพื่อป้อนเข้าเครื่องอัดแท่ง ที่ศูนย์วิจัยอาหารสัตว์ปากช่อง ทำเป็นถั่วอัดแท่ง และประสานงานกับกลุ่มเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนมเพื่อจำหน่ายให้ในรูปอัดฟ่อน หรือรูปอัดแท่งไว้เป็นอาหารสัตว์ในฤดูแล้งต่อไป และในเรื่องของหญ้าหมัก จะดำเนินการสนับสนุนให้เกษตรกรผลิตหญ้าหมักไว้ใช้เองในยามขาดแคลนเพื่อหาแนวทางในการผลิตเพื่อจำหน่ายต่อไป

      ในปีงบประมาณ 2543 กรมปศุสัตว์ได้ดำเนินกิจกรรมพัฒนาตลาดเสบียงสัตว์ (นาหญ้า) สนับสนุนให้เกษตรกรผลิตเสบียงสัตว์จำหน่าย โดยให้ศูนย์ฯ/สถานีฯอาหารสัตว์ ทั้ง 33 แห่ง (ปัจจุบันเหลือเพียง 29 แห่ง) ไปคัดเลือกเกษตรกร และพื้นที่ที่เหมาะสม โดยสนับสนุนเมล็ดพันธุ์ ความรู้ด้านการปลูก การจัดการพืชอาหารสัตว์และการตลาด ใช้งบประมาณปกติของกองอาหารสัตว์ในการดำเนินงาน     

         วันที่ 8 มกราคม 2545 คณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติ ตามความเห็นของคณะกรรมการกลั่นกรองโครงการเร่งด่วนเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ ในการประชุมครั้งที่ 15/2545  โครงการพัฒนาธุรกิจโคนม มีวัตถุประสงค์เพื่อปรับระบบการเลี้ยงโคนมและโครงสร้างฐานรากของฟาร์มโคนมให้มีความเข็มแข็ง เพื่อเป็นฐานส่งต่อไปยังธุรกิจแปรรูปอื่นๆ และสร้างธุรกิจพัฒนาอาหารหยาบสำหรับการเลี้ยงโคนม เพื่อสร้างอาชีพและรายได้ให้แก่เกษตรกรรอบๆ แหล่งเลี้ยงโคนม ซึ่งการดำเนินโครงการครอบคลุมพื้นที่ทั่วประเทศ ประกอบด้วย 2 กิจกรรมหลัก ได้แก่ กิจกรรมการพัฒนาโคนม (งบ 621,080,000 บาท) และกิจกรรมนาหญ้าและพัฒนาอาชีพผลิตเสบียงสัตว์เพื่อการจำหน่าย (งบ 173,350,000 บาท) โดยโครงการมีระยะเวลาดำเนินการ 10 เดือน วงเงินรวม 794.43 ล้านบาท สำหรับรายละเอียดค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานให้สำนักงบประมาณเป็นผู้พิจารณาในรายละเอียด โดยให้กรมปศุสัตว์จัดทำแผนปฏิบัติงานและรายละเอียดค่าใช้จ่ายเสนอขออนุมัติเงินจากสำนักงบประมาณ ภายใน 10 วันทำการ หลังจากโครงการฯ ได้รับการอนุมัติจากคณะรัฐมนตรี และเร่งรัดการดำเนินงาน และเบิกจ่ายเงินภายใน 30 กันยายน 2545 มีเป้าหมายส่งเสริมให้เกษตรกรมีอาชีพปลูกพืชอาหารสัตว์จำหน่าย 6,280 ครอบครัว จัดตั้งกลุ่มนาหญ้า 200 กลุ่ม ผลิตเสบียงสัตว์จำหน่ายปีละ 60,000 ตัน ดำเนินการในพื้นที่ 32 จังหวัด