อุบลพาสพาลั่ม (paspalum atratum
หญ้าพันธุ์ใหม่สำหรับดินที่มีน้ำท่วมขังใน
ภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทย(ตอนที่1)

บทนำ

                    เนื่องจากบทความนี้มีเนื้อหาค่อนข้างยาว จึงได้แบ่งออกเป็น 2 ตอน โดยตอนที่ 1 เป็นการกล่าวถึงประวัติ ถิ่นกำเนิด ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ และข้อมูลพื้นฐานด้านการเพาะปลูกและการวิจัยในต่างประเทศ สำหรับตอนที่ 2 เป็นการนำเสนอผลการวิจัยเบื้องต้นในประเด็นต่างๆของหญ้าพันธุ์อุบลพาสพาลัมที่มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี

                    โครงการวิจัยพืชอาหารสัตว์สำหรับโคนม คณะเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี ได้เริ่มดำเนินการมาตั้งแต่เดือน พฤษภาคม พ.ศ.2538 โดยได้รับงบประมาณอุดหนุนจาก สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) วัตถุประสงค์หลักประการหนึ่งของโครงการคือ เพื่อทดสอบหาพันธุ์หญ้าและถั่วพืชอาหารสัตว์ ที่เจริญเติบโตได้ดีในดินที่มีความอุดมสมบูรณ์ต่ำ มีน้ำท่วมขังในฤดูฝน สำหรับเป็นแหล่งอาหารหยาบของโคนม

                    ปัจจุบันพบว่ามีหญ้าเพียง 2 ชนิดที่มีความเหมาะสมสำหรับดินที่มีน้ำท่วมขังในประเทศไทยคือ หญ้าพาสพาลั่ม พลิเคทูลั่ม (Paspalum plicatulum ) และหญ้าขน (Para grass, Brachiaria mutica ) หญ้าทั้งสองชนิดนี้เจริญเติบโตได้ดีในฤดูฝนแต่ให้ผลผลิตต่ำมากในฤดูแล้ง หญ้าพลิเคทูลั่ม โดยทั่วไปถือว่าเป็นหญ้าที่มีคุณภาพต่ำ และมีปัญหาเรื่องรสชาดความน่ากินต่ำด้วย ส่วนหญ้าขนแม้ว่าเป็นหญ้าที่มีความน่ากินสูง แต่ในฤดูแล้งให้ผลผลิตต่ำมากจนไม่สามารถปล่อยสัตว์ลงแทะเล็มได้ นอกจากนั้นการปลูกโดยใช้ลำต้นซึ่งถือเป็นข้อจำกัดอย่างยิ่งในการขยายพันธุ์ สำหรับหญ้ารูซี่ (Brachiaria ruziziensis ) เป็นหญ้าที่ปลูกกันแพร่หลายในประเทศไทย มีการเจริญเติบโตได้ดีในดินที่มีความอุดมสมบูรณ์และมีการระบายน้ำที่ดี อย่างไรก็ตามเกษตรกรพบว่าหญ้ารูซี่จะแห้งตายอย่างรวดเร็วเมื่อเริ่มเข้าสู่หน้าแล้ง และเจริญเติบโตได้ไม่ดีในดินที่มีน้ำท่วมขัง

                    หญ้าอุบลพาสพาลั่มหลังจากการดำเนินงานโครงการวิจัยพืชอาหารสัตว์สำหรับโคนมที่คณะเกษตรศาสตร์มหาวิทยาลัยอุบลฯ เป็นเวลา 2 ปี พบว่าหญ้าพันธุ์ใหม่ที่นำมาจากประเทศบราซิล คือหญ้าพาสพาลั่ม อะตราตัม (P.atratum ) มีการเจริญเติบโตได้ดีในดินที่มีน้ำท่วมขัง และยังคงเขียวสดอยู่ได้ตลอดช่วงฤดูแล้งในดินบริเวณที่ลุ่ม หญ้านี้ได้รับการตั้งชื่อว่า“อุบลพาสพาลั่ม”

ถิ่นกำเนิด

                    หญ้า P. atratum  เป็นหญ้าพื้นเมืองที่พบในรัฐ Mato Grosso do sul รัฐ Goias และรัฐ Geriais ประเทศบราซิล ทั้งสองรัฐนี้ตั้งอยู่ระหว่างเส้นรุ้งที่ 15-22 องศาใต้ ในขณะที่จังหวัดอุบลฯ ตั้งอยู่เส้นรุ้งที่ 15 องศาเหนือ ส่วนภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทยก็อยู่ระหว่าง 14-18 องศาเหนือ หญ้า P. atratum ที่เก็บรวบรวมได้ที่ Mato Grosso do sul มีสองสายพันธุ์คือ BRA 9610 ซึ่งเราได้ตั้งชื่อว่า อุบลพาสพาลั่ม อีกสายพันธุ์หนึ่งที่รัฐฟลอริด้า ประเทศสหรัฐอเมริกา เรียกว่า Suerte ส่วนที่ประเทศออสเตรเลียเรียกว่า Hi-Gane ดินบริเวณที่เก็บรวบรวมหญ้าพันธุ์นี้มีระดับน้ำใต้ดินสูงมากในช่วงหน้าฝน มีอินทรียวัตถุ 4.02 % และธาตุฟอสฟอรัส 5.7 ppm มีปริมาณฝน 1,400 มม./ ปี เมื่อเทียบกับ จ.อุบลฯ ซึ่งมีฝนประมาณ 1,500 มม./ ปี ซึ่งดินอาจมีความชื้นมากกว่าและความอุดมสมบูรณ์ของดินต่ำกว่าดินในบริเวณที่เป็นต้นกำเนิดของหญ้า P. atratum ในประเทศบราซิล

                    ในเดือน พฤศจิกายน พ.ศ.2537 คณะผู้วิจัยที่มหาวิทยาลัยอุบลฯ ได้รับเมล็ดพันธุ์หญ้า P. atratum สายพันธุ์ BRA 9610 จำนวน 100 กรัม จาก Dr. Werner Stur ประเทศฟิลิปปินส์ Dr. Stur เป็นนักวิจัยในโครงการพืชอาหารสัตว์สำหรับเกษตรกรรายย่อย ทำการวิจัยในภาคพื้นเอเชียอาคเนย์ ได้รับทุนการวิจัยจาก Aust Aid โดยการบริหารงานของ CSIRO ประเทศออสเตรเลีย และ CIAT ประเทศโคลัมเบีย ปัจจุบัน Dr. Stur มีสำนักงานอยู่ที่ศูนย์วิจัยข้าวนานาชาติ (IRRI) ประเทศฟิลิปปินส์ เมล็ดพันธุ์ที่ได้มาในครั้งนั้นจำนวน 50 กรัมได้นำไปปลูกเพื่องานทดสอบประเมินพันธุ์ (evaluation trial) ที่เหลืออีก 50 กรัมนำไปปลูกเป็นแปลงขยายพันธุ์ ซึ่งในปีที่ผ่านมาสามารถเก็บเมล็ดพันธุ์ได้ 60 กิโลกรัม

                    ในปี 2538 เราได้รับอนุญาตจาก Dr. Stur ให้ตั้งชื่อหญ้าเป็นภาษาไทยได้ เราจึงได้เลือกใช้ชื่อว่า “อุบลพาสพาลั่ม” คำว่า อุบล ในภาษาโปรตุเกสซึ่งเป็นภาษาหลักที่ใช้กันในประเทศบราซิล มีความหมายว่า “ดี” ซึ่งหญ้าอุบลพาสพาลั่มก็ได้รับการพิสูจน์แล้วว่า เป็นหญ้าพันธุ์ที่ดีมากสำหรับสภาพแวดล้อมของจังหวัดอุบลฯ

ลักษณะทางพฤกษศาสตร์

                    หญ้าอุบลพาสพาลั่ม เป็นหญ้าอายุหลายปี มีโครโมโซม 4 ชุด (tetraploid) มีใบขนาดใหญ่ เจริญเติบโตแบบแตกกอ ถ้าหากปล่อยทิ้งไว้ไม่มีการตัดลำต้นทรงพุ่ม (leaf canopies) จะสูงถึง 1 เมตร และมีช่อดอกสูงมากกว่า 2 เมตร ใบมีขนาดใหญ่ แผ่นใบกว้าง 3-4 ซม.และอาจยาวได้ถึง 50 ซม. ขอบใบ (leaf margin) มีความคม กาบใบล่างมีขนค่อนข้างมาก ลักษณะดอกออกเป็นช่อแบบ raceme ประกอบด้วยช่อย่อยประมาณ 5-9 ช่อ และมีดอกย่อยต่อช่อประมาณ 70-150 ดอก เมล็ดมีสีน้ำตาลแดงผิวเป็นมัน ใน 1 กิโลกรัมมีจำนวนเมล็ดประมาณ 200,000-400,000 เมล็ด

ลักษณะช่อดอกหญ้าอุบลพาสพาลั่ม

ข้อมูลพื้นฐานด้านการเพาะปลูกและการวิจัย

                    หญ้า P. atratum เป็นหญ้าพันธุ์ใหม่ในวงการเกษตร ดังนั้นจึงยังไม่มีข้อมูลมากนัก หญ้า P. atratum สายพันธุ์ BRA 9610 เจริญเติบโตได้ดีร่วมกับถั่วอายุหลายปีพันธุ์ Arachis pintoi BRA 31143 ในประเทศบราซิลพบหญ้านี้ในบริเวณที่ดินระบายน้ำไม่ดี และมีน้ำท่วมขังในฤดูฝน หรือมีความชื้นในดินสูง เนื้อดินแบบ gley soil แถบบริเวณเส้นรุ้งที่ 15 องศาใต้และที่ความสูงเหนือระดับน้ำทะเล 1,000 เมตร Barcellos et al.(1997) พบว่าโคเพศผู้ตอน (steer) ที่ปล่อยแทะเล็มในแปลงหญ้านี้มีน้ำหนักตัวเพิ่มเฉลี่ย 587 กรัม/ตัว/วัน หรือคิดเป็นน้ำหนัก 655 กก./เฮคแตร์/ปี เป็นเวลามากกว่า 4 ปี

                    ที่รัฐฟลอริด้ามีรายงานว่าโคเพศผู้ตอนที่แทะเล็มหญ้า P. atratum cv. Suerte มีน้ำหนักตัวเพิ่ม 700 กรัม / วัน เป็นเวลากว่า 97 วัน ที่อัตราการปล่อยแทะเล็ม 3.5 ตัว/เฮคแตร์ (Kretschmer et al.,1994) หญ้าสายพันธุ์ Suerte ให้ผลผลิตน้ำหนัก.แห้ง 6,730 กก./เฮคแตร์ เมื่อตัดที่ความสูง 15 ซม.จากพื้นดินทุก 21 วัน เป็นเวลากว่า 240 วันในฤดูฝน โดยมีการให้ปุ๋ยไนโตรเจนในอัตรา 224 กก./เฮคแตร์

                    Kalmbacher และคณะ 1997 ได้ทดลองปล่อยโคลงแทะเล็มในแปลงหญ้า P. atratum โดยใช้โคเพศผู้ตอนอายุ 1 ปีจำนวน 6 ตัวต่อพื้นที่ 1 เฮคแตร์ พบว่า โคมีน้ำหนักตัวเพิ่มวันละ 600 กรัม ตลอดช่วงเวลา 168 วัน ในงานทดลองครั้งนี้ได้หว่านเมล็ดหญ้าที่อัตรา 2.3 กก./ เฮคแตร์ ในช่วงเวลาแทะเล็มพบว่ามีจำนวนต้นหญ้า 13.5 ต้น / ตร.ม. ระดับโปรตีนอยู่ในช่วง 7.5-11.4 % กลุ่มผู้วิจัยสรุปว่าหญ้า P. atratum cv. Suerte จะเป็นหญ้าที่มีความสำคัญต่อการเลี้ยงโคสาวหรือโครุ่นเพศผู้ตอนในเขตร้อนชื้นที่มีฝนตกชุก

                    ในแถบประเทศเอเชียอาคเนย์พบว่าหญ้า P. atratum BRA 9610 มีการเจริญเติบโตได้ดีในดินที่เปียกแฉะ เช่นในประเทศมาเลเซีย ลาว เวียตนาม อินโดนีเชีย และไทย (Ibrahim et al.,1997) ในปี 2539 ที่ผ่านมากรมปศุสัตว์ของประเทศไทย ทำการเก็บเมล็ดพันธุ์หญ้า P. atratum BRA 9610 ตามสถานีอาหารสัตว์ต่างๆ ได้จำนวนประมาณ 3,000 กิโลกรัม

 

แปลงหญ้าอุบลพาสพาลั่ม

1 คณะเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี อ.วารินชำราบ จ.อุบลราชธานี 34190

2 กองอาหารสัตว์ กรมปศุสัตว์ ถนนพญาไท เขตราชเทวี กรุงเทพฯ 10400

กองอาหารสัตว์ E - mail address : nutrition1@dld.go.th