ข้อควรปฏิบัติในการเลือกซื้ออาหารสัตว์

       

                    ในปัจจุบันมีกฎหมายควบคุมคุณภาพอาหารสัตว์บังคับใช้ เพื่อควบคุมให้ผู้ผลิตเพื่อขาย ผู้นำเข้าเพื่อขายและผู้ขายอาหารสัตว์ ผลิต นำเข้าหรือขายอาหารสัตว์ที่มีคุณภาพและมาตรฐานตามที่กฏหมายกำหนดตลอดจนไม่เป็นอาหารสัตว์เสื่อมคุณภาพหรือมีการปนปลอม การควบคุมคุณภาพอาหารสัตว์จะทำให้สัตว์ที่ใช้อาหารสัตว์นั้น ๆ เจริญเติบโตหรือให้ผลผลิตดี ลดต้นทุนการเลี้ยง และปราศจากสารพิษ สารตกค้างต่าง ๆ อันจะส่งผลมาถึงผู้บริโภค

                    ในการเลือกซื้ออาหารสัตว์เพื่อผลดีดังกล่าว เกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์ควรซื้ออาหารสัตว์โดยพิจารณาจากสิ่งต่าง ๆ ดังต่อไปนี้

                   1. แหล่งที่ซื้อ เกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์ควรเลือกแหล่งซื้ออาหารสัตว์ที่มีลักษณะดังต่อไปนี้

                            1.1 มีใบอนุญาตประเภทต่าง ๆ จากกรมปศุสัตว์ตรงตามการดำเนินกิจการ ได้แก่

                                        ก. ใบอนุญาตผลิตอาหารสัตว์

                                        ข. ใบอนุญาตนำเข้าซึ่งอาหารสัตว์

                                        ค. ใบอนุญาตขายอาหารสัตว์

                            1.2 มีสถานที่ตั้งถาวรและแน่นอน ไม่ควรซื้อจากผู้ขายเร่ เพราะหากปัญหาด้านคุณภาพอาหารสัตว์จะไม่สามารถติดตามได้

                            1.3 มีการเก็บรักษาอาหารสัตว์ดี เป็นสัดส่วน ไม่ปะปนกับสิ่งที่อาจเป็นพิษหรืออาจก่อให้เกิดอันตรายต่อสัตว์ เช่น ยาฆ่าวัชพืชต่าง ๆ หากเป็นวิตามินควรเก็บในที่เย็นและไม่ถูกแสง ความร้อน

                            1.4 ควรมีผู้ให้คำแนะนำวิธีการใช้ทางวิชาการที่ถูกต้องสำหรับอาหารสัตว์ที่ตนผลิต นำเข้าหรือขาย แล้วแต่กรณี

                                     1.5 ไม่ควรเลือกผู้เคยมีประวัติไม่ดีในเรื่องคุณภาพอาหารสัตว์ เช่น ปลอมปนอาหารสัตว์ไม่รับผิดชอบอาหารสัตว์ที่ตนผลิต นำเข้าหรือขาย

                            1.6 ถ้ามีการขนส่งมายังแหล่งที่ซื้อ วิธีการขนส่งควรถูกต้องและเหมาะสม เช่น มีผ้าใบคลุมสินค้าเพื่อกันความร้อน แสง น้ำฝน เป็นต้น

                   2. อาหารสัตว์ที่ซื้ออาหารสัตว์ที่ซื้อควรมีลักษณะดังต่อไปนี้

                            2.1 มีฉลากที่ครบถ้วนสมบูรณ์ไม่ฉีกขาด และอย่างน้อยต้องมีข้อความดังต่อไปนี้เป็นภาษาไทย

                                        ก. ชื่ออาหารสัตว์ทางการค้า เช่น ตองเค, สี่เหลี่ยม เป็นต้น

                                        ข. เครื่องหมายการค้า และเลขทะเบียนอาหารสัตว์ สำหรับเลข ทะเบียนอาหารสัตว์จะมี 2 ลักษณะ ได้แก่ 1/2528 และ 0104410001 เป็นต้น

                                        ค. ชื่อผู้ผลิตและสถานที่ผลิต ซึ่งควรมีรายละเอียดพอสมควร เพื่อจะได้ติดตามได้

                                        ง. น้ำหนักสุทธิในระบบเมตริก คือหน่วยเป็นกรัมหรือกิโลกรัม

                                        จ. ชื่อของวัตถุดิบที่สำคัญซึ่งใช้เป็นส่วนผสม เช่น ปลาป่น กากถั่วเหลือง ข้าวโพด รำละเอียด ฯลฯ ในกรณีของอาหารสัตว์ผสมสำเร็จรูป หรือสำหรับกรณีของพรีมิกซ์ ได้แก่ วิตามิน แร่ ธาตุ ฯลฯ

                                        ฉ. คุณภาพของอาหารสัตว์ทางเคมี เช่น โปรตีนไม่น้อยกว่าร้อยละ 20 เป็นต้น ซึ่งคุณภาพของอาหารสัตว์จะต้องตรงตามความต้องการของสัตว์ในทางวิชาการ

                                        ช. วัน เดือน ปี ที่ผลิตอาหารสัตว์และวัน เดือน ปี ที่อาหารสัตว์ล่วงอายุ ซึ่งจะแตกต่างกันไปตามประเภทและชนิดของอาหารสัตว์ เช่น อาหารสัตว์ผสมสำเร็จรูปจะมีอายุไม่เกิน 2 เดือน หัวอาหารสัตว์จะมีอายุไม่เกิน 3 เดือน วัตถุดิบส่วนใหญ่จะมีอายุไม่เกิน 6เดือน พรีมิกซ์ส่วนใหญ่จะมีอายุไม่เกิน 1 ปี เป็นต้น จึงไม่ควรซื้ออาหารสัตว์ที่ล่วงอายุไปจากฉลาก

                                        ซ. วิธีใช้ส่วนใหญ่จะบอกอัตราการใช้ เช่น ใช้พรีมิกซ์เอ 5 กิโลกรัมผสมในอาหารสัตว์ 95 กิโลกรัม หรือใช้หัวอาหารสัตว์ตองเค 30 กิโลกรัม ผสมกับข้าวโพด 30 กิโลกรัม และรำละเอียด 40 กิโลกรัม เป็นต้น

                    รายละเอียดของฉลากเช่นนี้ จะช่วยให้เกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์เกิดความมั่นใจในอาหารสัตว์นั้น เพราะอาหารสัตว์ที่ระบุรายละเอียดดังกล่าวครบถ้วน แสดงว่าผ่านการตรวจสอบและได้รับอนุญาตให้จดทะเบียนอาหารสัตว์นั้นแล้วจากกรมปศุสัตว์

                            2.2 ไม่ควรซื้ออาหารสัตว์ที่แบ่งบรรจุ เพราะอาจมีการปลอมปน และเป็นอาหารสัตว์ที่ไม่ตรงความต้องการได้

                            2.3 อาหารสัตว์ที่ซื้อไม่ควรมีลักษณะผิดปกติที่เห็นได้ทางกายภาพ เช่น สีผิดปกติ มีกลิ่น บูด รา เน่า มีมอด แมลง ฯลฯ

                            2.4 ภาชนะบรรจุอาหารสัตว์จะต้องมีลักษณะดังต่อไปนี้

                                        ก. ใหม่ แห้งและสะอาด ไม่เคยบรรจุอาหารสัตว์สิ่งอื่น ๆ มาก่อน

                                        ข. ไม่ฉีกขาดหรือมีร่องรอยผิดปกติอื่น ๆ เช่น รอยเย็บซ้ำซ้อน หรือมีร่องรอยเปียกชื้น หรือเปื่อยยุ่ย จาการถูกน้ำหรือฝน กระป๋องเป็นสนิม เป็นต้น

                            2.5 การเลือกใช้อาหารสัตว์ เกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์ควรใช้อาหารสัตว์ตรงตามชนิดและระยะของสัตว์ที่ระบุไว้ที่ฉลากหรือภาชนะบรรจุ หรือ ในกรณีของหัวอาหารสัตว์หรือพรีมิกซ์ก็ควรใช้ผสมตามอัตราส่วนที่กำหนดไว้ให้เช่นกัน เพื่อผลดีในการเลี้ยงสัตว์ การปรับเปลี่ยนตามใจชอบจะเกิดผลเสียต่อสัตว์มากกว่าผลดี

                            2.6 ในกรณีที่อาหารสัตว์นั้นมีระยะงดใช้ จะต้องถือปฏิบัติตามระยะงดใช้ที่ระบุที่ฉลากหรือภาชนะบรรจุด้วย เพื่อป้องกันการตกค้างของวัตถุที่เติมในอาหารสัตว์ในสัตว์ที่ส่งโรงฆ่า ซึ่งอาจส่งผลมาถึงสุขภาพของผู้บริโภคได้

                    หากเกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์ได้ปฏิบัติตามคำแนะนำเกี่ยวกับการเลือกซื้ออาหารสัตว์นี้แล้ว ย่อมเชื่อมั่นได้ว่าการเลี้ยงสัตว์นั้นจะประสบผลสำเร็จ เนื่องจากอาหารสัตว์เป็นต้นทุนส่วนใหญ่ของการเลี้ยงสัตว์ ดังนั้นหากสามารถเลือกใช้อาหารสัตว์ที่ถูกต้อง มีคุณภาพดีและผ่านการพิจารณาตามหลักวิชาการอาหารสัตว์ โดยคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ตลอดจนมีการเก็บตัวอย่างเหล่านั้นมาตรวจสอบคุณภาพโดยสม่ำเสมอโดยเจ้าหน้าที่ของกรมปศุสัตว์แล้ว การใช้อาหารสัตว์ดังกล่าวจะช่วยลดต้นทุนการผลิตสัตว์ลงได้ไม่มากก็น้อย และยังส่งผลให้ผู้บริโภคเนื้อสัตว์ ผลิตภัณฑ์สัตว์ที่ดี ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายการรักษาสุขภาพได้อีกทางหนึ่งด้วย

                    หากผู้ใดมีปัญหาในการเลือกซื้ออาหารสัตว์ อาจติดต่อเจ้าหน้าที่ของกรมปศุสัตว์ ณ สำนักงานปศุสัตว์เขต สำนักงานปศุสัตว์จังหวัด หรือสำนักงานปศุสัตว์อำเภอแห่งท้องที่ หรือจะติดต่อโดยตรงได้ที่กองควบคุมคุณภาพอาหารสัตว์ กรมปศุสัตว์ ถนนพญาไท กรุงเทพฯ 10400

1 กองควบคุมคุณภาพอาหารสัตว์ กรมปศุสัตว์

กองอาหารสัตว์ E - mail address : nutrition1@dld.go.th