หญ้าแพรก
วงศ์ GRAMINEAE
Cynodon dactylon (L.) Pers.

(syn. Panicum dactylon L., Cynodon glabratus Steudel., C.polevansii Stent., Digitaria stolonifera Schrad., Dactylon offocinalis Vill.)

ชื่อสามัญ     หญ้าแพรก (ภาคกลาง)., หญ้าแผด, หญ้าเป็ด (ภาคเหนือ)., หนอเก่เด(กะเหรี่ยง-แม่ฮ่องสอน)., bermuda grass, scutch grass, star grass, couch grass, bahama grass, quick grass

ลักษณะทางพฤกษศาสตร์และเกษตร   เป็นพืชอายุหลายปีเจริญแบบแผ่ราบไปตามพื้นมีลำต้นบนดินหรือไหล (stolon) แผ่คลุมดินทึบและแตกรากตามข้อทุกข้อที่แตะผิวดินและมีลำต้นใต้ดิน(rhizome) ต้นสูง 1042เซนติเมตรใบเป็นแบบรูปใบหอกเรียวไปที่ปลายแหลม(acuminate) ยาว 4.5-11.6 เซนติเมตร กว้าง 2.0-4.7 เซนติเมตร หน้าใบมีขนยาวกว่าหลังใบปกคลุมอยู่ปริมาณเล็กน้อย ใบอ่อนโผล่จากยอดแบบม้วน กาบใบยาว 1.0-4.5 เซนติเมตร ลิ้นใบ(ligule)เป็นขอบชายครุยเป็นเส้นสั้นๆ(fringe of hair)สูง 0.5 มิลลิเมตร ดอกออกตลอดทั้งปี ช่อดอกออกที่ปลายยอดแบบช่อกระจะ(raceme)มี 3-6 ช่อย่อย กลุ่มดอกย่อย(spikelet)มี 2 ดอกย่อย แต่ดอกหนึ่งลดรูปเป็นเส้นแนบติดกับดอกสมบูรณ์เพศ เรียงตัวเหลื่อมกันบนแกนด้านเดียว ไม่มีก้านดอก(sessile) อับเกสร(anther)มี 3 อับสีเหลือง

แหล่งที่พบและเก็บรวบรวมพันธุ์   พบขึ้นทั่วไปในพื้นที่แห้งแล้ง ทนน้ำท่วมขังและสามารถขึ้นอยู่ได้ในพื้นที่ดินเค็ม ที่ความสูงเหนือระดับน้ำทะเล 40-400 เมตร เช่น อำเภอสูงเนิน จังหวัดนครราชสีมา อำเภอโนนดินแดง จังหวัดบุรีรัมย์ อำเภอปราสาท จังหวัดสุรินทร์ อำเภอชัยบาดาล จังหวัดลพบุรี อำเภอภูเวียง จังหวัดขอนแก่น อำเภอบ้านตาขุน จังหวัดสุราษฎร์ธานี อำเภอรัตภูมิ จังหวัดสงขลา ( PC 08, PC 75, PC 226, PC 305, SN 295, SN 184 )

คุณค่าทางอาหารสัตว์     อายุประมาณ 45 วัน มีค่าโปรตีน 9.7 เปอร์เซ็นต์ เยื่อใยส่วน ADF 31.5 เปอร์เซ็นต์ NDF 67.7 เปอร์เซ็นต์ แคลเซียม 0.50 เปอร์เซ็นต์ ฟอสฟอรัส 0.12 เปอร์เซ็นต์ โปแตสเซียม 1.54 เปอร์เซ็นต์ ลิกนิน 6.4 เปอร์เซ็นต์

การใช้ประโยชน์    เป็นแหล่งอาหารสัตว์ตามธรรมชาติสำหรับแทะเล็มของโค กระบือ แพะ แกะ ปลูกป้องกันการชะล้างดิน เป็นพืชสมุนไพร ทั้งต้นตำกับสุราพอกทาแก้พิษอักเสบ ปวด บวม ราก ต้มหรือบดปั้นเป็นเม็ดรับประทาน แก้โรคแผลหนองเรื้อรัง ขับปัสสาวะ แก้นิ่วในกระเพาะปัสสาวะ แก้ริดสีดวงทวาร (วุฒิ,2540)