โมกเครือ
วงศ์ APOCYNACEAE
Aganosma marginata (Roxb.) G. Don
ชื่อสามัญ         โมกเครือ, เดื่อเครือ, เดื่อดิน, เดื่อเถา, เดื่อไม้ (ภาคเหนือ), เครือไส้ตัน (หนองคาย), เดือยดิน (ประจวบคีรีขันธ์), เดือยดิบ (กระบี่), ตะซือบลาโก๊ะ (กะเหรี่ยง แม่ฮ่องสอน), พิษ (ภาคกลาง), มะเดื่อดิน (ทั่วไป), มะเดื่อเถา (ราชบุรี, ภาคเหนือ), ย่านเดือยบิด (สุราษฏร์ธานี), ไส้ตัน (นครราชสีมา)

ลักษณะทางพฤกษศาสตร์และเกษตร    ไม้เถาเลื้อยพัน มีน้ำยางสีขาว สูง 4- 10 เมตร เส้นผ่าศูนย์กลางลำต้น 7.4 – 11.8 มิลลิเมตร ลำต้นสีน้ำตาลเข้ม ใบเดี่ยวเรียงตรงข้ามมี 8 – 13 คู่ รูปร่างใบขอบขนาน กว้าง 4.0 – 5.2 เซนติเมตร ยาว 8.2 – 12.1 เซนติเมตร ขอบใบเรียบ (entire) ใบเป็นมัน หน้าใบหลังใบไม่มีขน ยอดอ่อนสีน้ำตาลแดง ใบแก่สีเขียวเข้ม ก้านใบยาว 0.4 – 0.6 เซนติเมตร ออกดอกที่ยอดหรือปลายกิ่ง ช่อดอกมี 4 – 5 ดอก ยาว 6.0 – 6.5 เซ็นติเมตร ดอกย่อยยาว 1.36 – 2.0 เซ็นติเมตร กลีบดอกเชื่อมติดกันเป็นรูปกรวย สีขาว ออกดอกช่วงเดือนมีนาคมถึงเดือนเมษายน

แหล่งที่พบและเก็บรวบรวมพันธุ์    พบในพื้นที่สวนป่า ไม้เบญจพรรณ ป่าพลวง ดินร่วนปนทราย อำเภอเมือง จังหวัดยโสธร (PC 483) ความสูงเหนือระดับน้ำทะเล 130 เมตร

คุณค่าทางอาหาร โปรตีน 9.53 เปอร์เซ็นต์ ไขมัน 3.85 เปอร์เซ็นต์ เถ้า 9.11 เปอร์เซ็นต์ เยื่อใยส่วน ADF 31.2 เปอร์เซ็นต์ NDF 32.8 เปอร์เซ็นต์ NFE 65.14 เปอร์เซ็นต์ ลิกนิน 9.3 เปอร์เซ็นต์

การใช้ประโยชน์      เป็นอาหารสัตว์ โค กระบือ ยอดใช้ปรุงอาหารใส่แกงอ่อม สมุนไพร ตำรายาไทยใช้ ต้นมีรสเฝื่อนฝาดเข้ายารักษาประดง (อาการปวดผิวหนังมีผื่นคัน คล้ายผด คันมากมักมีไข้ร่วม) แก้พิษฝีภายใน ยาพื้นบ้านใช้ ต้นผสมกับผลมะตูมอ่อน เถาสิงโตทั้งต้น และว่านมหากาฬทั้งต้น ต้มน้ำดื่มรักษาเบาหวาน รากบำรุงกำลังช่วงฟื้นไข้ แก้ไตพิการ (ปัสสาวะขุ่นข้น สีเหลืองหรือแดง มีอาการแน่นท้องกินอาหารไม่ได้) ตับพิการ บำรุงและขับระดู ผสมแก่นลั่นทม ต้มน้ำดื่ม เป็นยาระบาย ใบ แก้เมื่อย เข้ายาทารักษาฝีและริดสีดวงทวาร (วงศ์สถิตย์และคณะ, 2543)