เถาย่านาง
วงศ์ MENISPERMACEAE
Tiliacora triandra (Colebr.)Diels

ชื่อสามัญ เถาย่านาง เถาวัลย์เขียว (กลาง) จ้อยนาง (เชียงใหม่)ยาดนาง(สุราษฎร์ธานี)ผักจอยนาง เครือย่านางปู่เจ้า

ลักษณะทางพฤกษศาสตร์และเกษตร ไม้เถา เลื้อยพัน ใบเดี่ยวเรียงสลับ รูปขอบขนานแกมรูปไข่ (ovate-oblong) หรือรูปใบหอกแกมรูปไข่ (ovate-lanceolate) กว้าง 2.8 – 3.5 เซนติเมตร ยาว 9.1 – 10.8 เซนติเมตร ก้านใบยาว 1.1-1.7 เซนติเมตร หน้าใบและหลังใบมีขนสั้น จำนวนเล็กน้อย จะมองเห็นได้ชัดเจนเมื่อใช้แว่นขยาย แผ่นใบมีสีเขียวเข้ม ออกดอกตามซอกใบแยกเพศคนละต้น ไม่มีกลีบดอก ต้นเพศผู้จะมีดอกสีน้ำตาล อับเรณูสีเหลืองอ่อน ดอกย่อยของต้นเพศผู้จะมีขนาดเล็ก ก้านช่อดอกมีขนสั้น ๆ ละเอียดปกคลุมหนาแน่น ผลเป็นผลกลุ่ม เมื่อแก่จะมีสีแดงอมส้ม ออกดอกช่วงเดือนเมษายน

แหล่งที่พบและเก็บรวบรวมพันธุ์ พบทั่วไปในหลายพื้นที่ เช่นในสภาพดินร่วนปนเหนียวของ อำเภอ ปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา (PC 558) ความสูงเหนือระดับน้ำทะเล 330 เมตร

คุณค่าทางอาหาร โปรตีน 15.5 เปอร์เซ็นต์ ฟอสฟอรัส 0.24 เปอร์เซ็นต์ โพแทสเซียม 1.29 เปอร์เซ็นต์ แคลเซียม 1.42 เปอร์เซ็นต์ ADF 33.7 เปอร์เซ็นต์ NDF 46.8 เปอร์เซ็นต์ DMD 62 เปอร์เซ็นต์ (โดยวิธี Nylon bag) แทนนิน 0.21 เปอร์เซ็นต์

การใช้ประโยชน์ อาหารสัตว์ กระบือ สมุนไพรตำรายาไทยใช้รากต้มกับน้ำ ดื่มเป็นยาแก้ไข้ทุกชนิด สารสกัดรากมีฤทธิ์ต้านเชื้อมาลาเรีย ชนิดฟัลซิพารัม (พร้อมจิตและคณะ,2543) รากแก้เบื่อเมา ใบเป็นยาถอนพิษ ใบตำคั้นเอาน้ำนำไปปรุงอาหาร