รายละเอียดสอบถามได้ที่สำนักงานพัฒนาชุมชน อ.เชียงของ โทร. 053-655765

ภาพการร่วมทำบุญทอดผ้าป่าพระธาตุเป๊าะนาง ของส่วนราชการและศรัทธาประชาชน CLICK



ผมจะพาท่านไป "ดินแดนแห่งศรัทธา พุทธคยาเมืองเชียงของ" และจุดชมวิวที่เห็นประเทศไทยและประเทศลาวสวยที่สุด






แก่งหินสุดสวยในแม่น้ำโขง (บริเวณปากทางเดินขึ้นดอยสูงสู่พระธาตุเป๊าะนาง)




ก่อนขึ้นดอยสูงชันสู่พระธาตุครับ ยังสดชื่น ยิ้มแย้มแจ่้มใสกันทุกคน



เส้นทางสู่พระธาตุเ่ก่าแก่เป๊าะนาง ต้องมีวาสนาและศรัทธาอย่างแรงกล้าถึงจะขึ้นไปถึง
.........................................................




เส้นทางขึ้นค่อนข้างชันมากๆ กลางทางผมหน้ามืดจะเป็นลมเสียให้ได้



คราบงูขนาดใหญ่ที่ดูแลรักษาพระธาตุเก่าแก่องค์นี้



เศษกระเบื้อง ชามและของใช้คนโบราณที่ยังเหลือเป็นหลักฐานให้ชนรุ่นหลังอย่างเราๆได้ศึกษา




รอยจารึกโบราณ และพระธาตุเป๊าะนางที่อยู่บนสุดของยอดดอย
.....................................................................................



ประวัติพระธาตุเป๊าะนาง หรือพระธาตุศรีสามเมือง (โดยสังเขป)

........ตำนานพื้นเมืองเชียงของกล่าวไว้ว่าพระพุทธเจ้าเคยพาพุทธสาวกมาเผยแผ่ศาสนา ณ บริเวณหมู่บ้านของชาวตำมิละ (ชาวลัวะ) ซึ่งปัจจุบันก็คือ ตำบลเวียง อำเภอเชียงของ และพระพุทธเจ้าได้ตรัสบบอกกับพระอานนท์ว่า บริเวณเทือกเขาฝั่งนี้ (ฝั่งไทย) เคยเป็นที่บรรจุพระบรมสารีริกธาตุของพระพุทธเจ้าองค์ก่อนๆ มาแล้วหลายพระองค์ ต่อไปในอนาคตเมื่อเราปรินิพพานไปแล้ว พระบรมสารีริกธาตุของเราก็จะมาบรรจุอยู่ ณ เทือกเขาแห่งนี้เช่นกัน
.........ต่อมาประมาณปี พ.ศ. 800 มึผู้คนจากอินเดีย ศรีลังกา และจีน โดยมีแม่จันทร์สุดา (ย่าหม่อน) ปนัดดา (น้องสาวย่าหม่อน) และธนกุมาร ซึ่งเป็นเชื้อสายกษัตริย์อินเดียและเป็นพระญาติกับเจ้าสิงหนวัติ ผู้สร้างเมืองโยนกนาคพันธ์ ได้นำบริวารหลายร้อยคนล่องเรือมาตามแม่น้ำโขง จนถึงบริเวณปากแม่น้ำอิงที่บรรจบกับแม่น้ำโขง (ปัจจุบันคือบ้านปากอิง) และมองดูทำเล เห็นว่าบริเวณตีนดอย (เชิงเขา) บ้านปากอิงนี้เหมาะแก่การสร้างเมืองใหญ่ จึงแบ่งแยกกันไปสร้างเมืองขึ้นใหม่ 3 เมือง ซึ่งปัจจุบันนี้ก็คือ หมู่บ้านปากอิง หมู่บ้านดอนมหาวัน และหมู่บ้านเต๋น
........หลังจากสร้างเมืองขึ้นใหม่เสร็จเรียบร้อยแล้ว แม่จันทร์สุดาหรือย่าหม่อน จึงได้สร้างพระธาตุขึ้นมา 2 องค์ คือ พระธาตุย่าหม่อน (พระธาตุคีรีศรีสยาม..ปัจจุบันกำลังอยู่ระหว่างการบูรณะ) ซึ่งอยู่บริเวณม่อนเขาต่ำติดแม่น้ำโขง และองค์ที่สอง คือพระธาตุเป๊าะนาง หรือพระธาตุศรีสามเมือง (หมายถึง เมืองเชียงของ-เมืองเวียงแก่น-เมืองห้วยทราย สปป.ลาว) ซึ่งอยู่บนยอดดอยสูงชัน (ยอดเขาสูงจากระดับน้ำทะเลปานกลางประมาณ 900 ฟิต) และอยู่ห่างจากพระธาตุย่าหม่อนประมาณ 1,500 เมตร (ใช้เวลาเดินระหว่างสองพระธาตุประมาณ 45-60 นาที)
.......การสร้างพระธาตุเป๊าะนางในสมัยนั้นจะมีพวกหนุ่มๆสาวๆ จากเมืองต่างๆ หลายร้อยคน ได้พากันเดินขึ้นไปยอดดอยเพื่อช่วยกันสร้างพระธาตุด้วยจิตศรัทธาอันแรงกล้าและเป็นการทำบุญร่วมกัน แต่เนื่องจากเส้นทางเดินขึ้นสู่ยอดดอยนั้นสูงชันมาก พวกสาวๆ ส่วนใหญ่มักจะเดินขึ้นกันไม่ค่อยไหว พวกหนุ่มๆ คนรักกันจึงให้สาวๆขี่หลังหรือขี่โก่งขึ้นไป (จึงเป็นที่มาของคำว่า "เป๊าะนาง" คำว่า "เป๊าะ"ในภาษาคำเมืองทางภาคเหนือหมายถึง การให้ขี่หลังหรือขี่โก่ง) จนถึงยอดดอย และเกิดเป็นตำนานแห่งความรักอันอมตะขึ้นมาหลายร้อยคู่ที่นั่น รวมทั้งเป็นที่มาของชื่อพระธาตุเป๊าะนางนั่นเอง
........ชาวบ้านชาวเมืองทั่วไปเชื่อกันว่าหากใครได้ร่วมสร้างพระธาตุเป๊าะนาง หรือได้ขึ้นไปสักการะบูชาพระธาตุเป๊าะนางแล้ว จะสมหวังในความรัก หรือจะได้คู่ครองที่ดี รักกัน ซื่อสัตย์ต่อกันตลอดชีวิต รวมทั้งจะสมหวังในสิ่งอันพึงปรารถนาทุกประการ
........ปัจจุบันพระธาตุเป๊าะนางที่ผ่านกาลเวลามาหลายร้อยปี ได้ชำรุดทรุดโทรมลง ผู้มีจิตศรัทธาจากทุกสารทิศร่วมกันบูรณะขึ้นมาใหม่ ขณะนี้อยู่ในระหว่างดำเนินการ หากท่านมีจิตศรัทธาอยากร่วมสร้างพระธาตุแห่งความรักความศรัทธานี้ ก็สามารถบริจาคได้ที่ "กองทุนพระธาตุสามเมือง ธนาคาร ธกส. สาขาเชียงของ หมายเลขบัญชี 163-2-88209-7 หรือโทรศัพท์ 053-791500"
.......พระธาตุเป๊าะนาง (พระธาตุสามเมือง) ตั้งอยู่บนยอดดอยบ้านปากอิง หมู่ที่ 2 ต.ศรีดอนชัย อ.เชียงของ จ.เชียงราย บนเส้นทางอำเภอเชียงของ-อำเภอเวียงแก่น-อำเภอเทิง

ข้อมูลโดย: คุณศุภฤกษ์ โกศินานนท์ วัฒนธรรมอำเภอเชียงของ

โปรดอ่านต่อหน้า 2 CLICK

webmaster: พระธาตุเป๊าะนางขึ้นไปแล้วเหน็ดเหนื่อยมาก แปลกมากๆ ที่ยังอยากขึ้นไปอีก ครั้งที่ 2 ผมได้ขึ้นไปนอนค้างแรมบนยอดดอยกันเลย พร้อมๆ กับหัวหน้าส่วนราชการและชาวบ้านอีกหลายคน ให้ความรู้สึกที่เกินจะบรรยายครับ อยากชมรายละเอียด คลิ๊กข้างล่างเลยครับ

"ขึ้นไปสักการะพระธาตุเป๊าะนางครั้งที่ 2" คลิ๊ก
.............................................................................................................................................................................

เรื่องโดย ปศุสัตว์อำเภอเชียงของ วัฒนธรรมอำเภอเชียงของและพัฒนาการอำเภอเชียงของ
Photographers: Wanchai Orsuk and Sirichai Wongyang


 

website stats