
โรคไข้หวัดนกเป็นโรคระบาดที่มีความสำคัญเป็นอย่างยิ่งในปัจจุบัน
เนื่องจากมีการระบาด อย่างกว้างขวางในหลายๆ ประเทศทั่วโลก
รวมทั้งในประเทศไทยโดยก่อความเสียหายให้แก่อุตสาหกรรมการเลี้ยงสัตว์ปีก
และเกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์ปีกทั่วไป
และยิ่งไปกว่านั้นยังเป็นโรคที่สามารถติดต่อไปยังคน
และทำให้มีผู้เสียชิวิตซึ่งในปี 2547 ประเทศไทยได้รับความเสียหายทางเศรษฐกิจด้านการเลี้ยงสัตว์ปีก
และธุรกิจที่เกี่ยวข้องมีมูลค่าไม่ต่ำกล่า 5 หมื่นล้านบาท
ซึ่งยังไม่รวมถึงความเสียหายจากการสูญเสียชีวิตของคนป่วยจากโรคนี้
ที่ไม่อาจประเมินค่าได้
รัฐาลจึงมีนโยบายที่จะแก้ไขปัญหาที่เกิดจากโรคไข้หวัดนกของประชาชนให้หมดไป
ซึ่งต้องอาศัยระยะเวลาและความร่วม ออย่างจิรงจังของหน่วยงานต่างๆ
กรมปศุสัตว์
ในฐานนะหน่วยงานซึ่งมีส่วนเกี่ยวข้องในการกำกับดูแลด้สนการเลี้ยงสัตว์
จึงได้กำหนดแผนงานการแก้ไขปัญหาโรคไข้หวัดนก ทั้งในระยะสั้นและระยะยาว
โดยยึดแนวทางบูรณาการการทำงานของหน่วยงานต่างๆ ตามนโยบายของภาครัฐ
เพื่อใช้ประกอบการดำเนนิงานการแก้ไขภาวะวิกฤตที่เกิดจากการระบาดของโรคไข้หวัดนก
โดยมุ่งเน้นยุทธศาสตร์ในการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าเร่งด่วน
และยุทธศาสตร์แนวทางการป้องกันโรคระยะยาว
ด้วยการพัฒนาด้านบุคลากรและเครือข่ายที่มีอยู่อย่างจำกัดให้เกิดคุณภาพ
รวมทั้งการพัฒนาด้านเทคโนโลยี และวิชาการให้มีความทันสมัย
และมีประสิทธิภาพเพียงพอต่อการป้องกันและแก้ไขปัญหา
1.
เพิ่มศักยภาพการควบคุม
ระงับการแพร่ระบาดของโรค
2.
พัฒนาระบบเครือข่ายการเฝ้าระวังโรคในทุกระดับ
3.
พัฒนาขีดความสามารถระบบตรวจวินิจฉัยโรคไข้หวัดนก
4.
พัฒนาปรับปรุงระบบการเลี้ยงสัตว์ปีกให้มีความปลอดภัย
มุ่งเน้นระบบการตรวจสอบ
ควบคุม ป้องกันการระบาดของโรค โดยจัดแบ่งขอบเขตพื้นที่การเลี้ยงสัตว์
และใช้มาตรการควบคุมการเคลื่อนย้ายที่มีประสิทธิภาพ พร้อมกับพัฒนาระบบเครือข่ายในการเฝ้าระวัง
และค้นหาโรคในพื้นที่อย่างใกล้ชิด และการพัฒนาศักยภาพการตรวจวินิจฉัยโรคที่รวดเร็ว
และแม่นยำ โดยกำหนดแผนการดำเนินงานเป็น 2 ระยะ
1. ยุทธศาสตร์ในการควบคุม ระงับการระบาดของโรค
ไม่ให้มีการแพร่ระบาดในวงกว้าง โดยการควบคุม กำจัดพาหะของโรคให้เร็วที่สุด
เพื่อตัดวงจรของเชื้อโรคโดยการ
-
ทำลายสัตว์ป่วย
พาหะของโรคด้วยวิธีการที่เหมาะสม รวดเร็ว และปลอดภัย
-
กำจัดเชื้อโรค
โดยการพ่นยาฆ่าเชื้อโรคในโรงเรือนเลี้ยงสัตว์และสถานที่เสี่ยง
-
ควบคุมการเคลื่อนย้ายสัตว์ปีกทั่วประเทศอย่างเข้มงวด
รวมทั้งแบ่งขอบเขตพื้นที่การควบคุมเคลื่อนย้ายสัตว์ปีกเป็น Zone เพื่อการกำหนดเขตปลอดโรค
โดยอาศัยระเบียบข้อบังคับของกฎหมายว่าด้วยโรคระบาดสัตว์ พ.ศ.2499
2. ยุทธศาสตร์การเฝ้าระวังโรคเชิงรุก และการเร่งรัดการสอบสวนโรค เพื่อประสิทธิภาพในการควบคุมป้องกันโรค โดยการ
-
เก็บตัวอย่างจากสัตว์ปีกในทุกพื้นที่
ส่งตรวจทางห้องปฏิบัติการ เพื่อการวิเคราะห์ประเมินสถานการณ์
-
สร้างและอบรมระบบเครือข่ายเกษตรกรอาสาในการเฝ้าระวังและรายงานการเกิดโรคให้ครอบคลุมทุกพื้นที่
-
จัดระบบ
แบละสร้างทีมสอบสวนโรค ออกตรวจสอบ ติดตาม
ค้นหาสัตว์ป่วยด้วยความรวดเร็วทันต่อเหตุการณ์
-
จัดอบรมพัฒนาบุคลาการผู้ปฏิบัติงานในพื้นที่ให้มีความรู้ในการถ่ายทอด
สร้างความเข้าในให้กับประชาชน และเกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์ปีก
รวมทั้งสามารถใช้ความรู้นำไปปฏิบัติงานได้อย่างเหมาะสม
3. ยุทธศาสตร์ในการพัฒนาขีดความสามารถในการตรวจวินิจฉัยโรคทางห้องปฏิบัติการ
ให้สามารถตรวจสอบตัวอย่างได้อย่างมีประสิทธิภาพ มีความรวดเร็วและแม่นยำ
โดยมุ่งพัฒนาให้เกิดระบบเครือข่ายที่มีความเชื่อมโยงด้านข้อมูลการเฝ้าระวังโรคทางห้องปฏิบัติการ
โรคไข้หวัดนก กับเครือข่ายทั้งภายในและภายนอกประเทศ
4.
ยุทธศาสตร์การผลักดันระบบการเลี้ยงสัตว์ปีกให้เข้าสู่ระบบมาตรฐาน มีระบบการควบคุม
ป้องกันโรคที่รัดกุม (Biosecurity)
รวมถึงการใช้มาตรการและหลักเกณฑ์สัตว์ปีกเข้าเลี้ยงใหม่ในพื้นที่ควบคุมโรค
ระบบการขึ้นทะเบียนการเลี้ยงไก่ชน และการผลักดันระบบการเลี้ยงสัตว์ปีกแบบปล่อยตามธรรมชาติให้เข้าสู่ระบบฟาร์มเลี้ยงสัตว์มาตรฐาน
5.
ยุทธศาสตร์เพิ่มความครอบคลุมการสื่อสารและการประชาสัมพันธ์
เพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจแก่เกษตรกรและประชาชน
ทั้งในด้านการแนะนำการเตือนภัยตลอดจนข้อปฏิบัติ โดยอาศัยรูปแบบสื่อทุกแขนง
ทั้งหนังสือพิมพ์ โทรทัศน์ ป้ายประชาสัมพันธ์ โปสเตอร์ แผ่นพับ ใบปลิว สติกเกอร์
และคู่มือต่างๆ
1.
แผนงานพัฒนาทางเทคโนโลยี
เพื่อรองรับการผลิตวัคซีนโรคไข้หวัดนกกรณีฉุกเฉิน
2.
แผนงานพัฒนาทางเทคโนโลยีด้านการตรวจวินิจฉัยโรค
และระบบเครือข่ายข้อมูลทางห้องปฏิบัติการโรคไข้หวัดนก
เพื่อให้เป็นห้องปฏิบัติการอ้างอิงในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
3.
แผนการพัฒนาบุคลากรและเครือข่ายระยะยาว
เพื่อให้มีบุคลากรที่มีคุณภาพ
และจำนวนเพียงพอมีความพร้อมต่อการปฏิบัติงานรองรับการแก้ไขปัญหา
1)
การเลี้ยงสัตว์ปีกของประเทศ
เกิดระบบการควบคุม ป้องกันโรคที่มีประสิทธิภาพ
พร้อมทั้งมีระบบเครือข่ายการเฝ้าระวังโรคในทุกระดับ
2)
เศรษฐกิจของประเทศดีขึ้น
จากรายได้การส่งออกของอุตสาหกรรมการเลี้ยงสัตว์ปีก
3)
ด้านสาธารณสุข
ประชาชนผู้บริโภคเกิดความมั่นใจ และมีความปลอดภัยในการบริโภคเนื้อสัตว์ปีก
แผนปฏิบัติงาน กิจกรรมควบคุมโรคไข้หวัดนก ประจำปีงบประมาณ 2551
กรอบภารกิจ / กิจกรรมดำเนินการ
|
เป้าหมาย |
พ.ศ.2550 |
พ.ศ.2551 |
|||||||||||
|
หน่วยนับ |
รวม |
ตค |
พย |
ธค |
มค |
กพ |
มีค |
เมย |
พค |
มิย |
กค |
สค |
กย |
|
|
1.
รณรงค์ค้นหาโรคไข้หวัดนกในสัตว์ปีกแบบบูรณาการ (x-ray) ดำเนินการพร้อมกันทั่วประเทศ |
ครั้ง |
- |
- |
- |
- |
- |
- |
- |
- |
- |
- |
- |
- |
- |
|
2. สำรวจโรค ดำเนินการพร้อมกันทั่วประเทศ |
ครั้ง/ตำบล |
2 |
- |
- |
- |
- |
1 |
- |
- |
- |
- |
1 |
- |
- |
|
3. ตั้งจุดตรวจระหว่างโซน |
จุด |
12 |
1 |
1 |
1 |
1 |
1 |
1 |
1 |
1 |
1 |
1 |
1 |
1 |
|
4.รณรงค์ทำความสะอาดและทำลายเชื้อโรค
ดำเนินการพร้อมกันทั่วประเทศ |
ครั้ง |
- |
- |
- |
- |
- |
- |
- |
- |
- |
- |
- |
- |
- |
|
5. สมุดประจำตัวไก่ชน |
ตัว |
120 |
10 |
10 |
10 |
10 |
10 |
10 |
10 |
10 |
10 |
10 |
10 |
10 |
|
6. ประชาสัมพันธ์ |
ครั้ง |
- |
- |
- |
- |
- |
- |
- |
- |
- |
- |
- |
- |
- |