กรมปศุสัตว์เตือนประชาชนที่กินเนื้อ เครื่องในสุกรสุกๆ ดิบๆ เสี่ยงพยาธิ
กรมปศุสัตว์เตือนประชาชนไม่ควรกินเนื้อ เครื่องใน หรือเลือดสุกรแบบสุกๆ ดิบๆ เพราะอาจได้รับตัวอ่อนพยาธิทริคิเนลล่าชอนไชในกระแสเลือดส่งผลถึงตายได้ แนะให้กินแบบปรุงสุกปลอดภัยแน่นอน พร้อมส่งเจ้าหน้าที่ปศุสัตว์สร้างทำความเข้าใจ และให้ความรู้ในการป้องกัน กำจัดพยาธิออกจากวงจรสุกร
นายสัตวแพทย์ทฤษดี ชาวสวนเจริญ อธิบดีกรมปศุสัตว์เผยว่า ประชาชนไม่ควรบริโภคเนื้อสุกร เครื่องใน หรือเลือดสุกรแบบดิบ หรือกึ่งสุกกึ่งดิบเพราะนอกจากไม่ทำให้ได้รับคุณค่าทางโภชนาการที่สูงขึ้นกว่าการบริโภคแบบปรุงสุกแล้วอาจทำให้พยาธิเม็ดสาคู ที่ชื่อ ทริคิเนลล่า เข้าไปในทางเดินอาหารและเข้าสู่ระบบกระแสเลือดและชอนไชเข้าสู่หัวใจมีความรุนแรงถึงขั้นเสียชีวิตได้ แนะนำให้ประชาชนปรุงอาหารให้สุกก่อนบริโภคทุกครั้ง จะปลอดภัยจากเชื้อโรคและพยาธิแน่นอน พร้อมส่งทีมเจ้าหน้าที่ปศุสัตว์ออกให้คำแนะนำการเลี้ยงสุกร ฉีดวัคซีนกำจัดพยาธิและทำวัคซีนป้องกันให้แก่สุกรเพื่อป้องกันและขจัดพยาธิออกจากวงจรสุกร
โรคพยาธิเม็ดสาคูในหมู หรือโรคทริคิโนสิส หรือพยาธิทิริเนลล่า เกิดจากสุกรกินอาหารปนเปื้อนมูลสัตว์พาหะ หรือกินแมลงปีกแข็งที่อยู่ในมูลสัตว์พาหะ เช่น แมงกุ๊ดจี่ ที่มีตัวอ่อนพยาธิและได้เจริญเติบโตในกระเพาะ ลำไส้เล็ก กระแสเลือด ท่อน้ำเหลือง จากนั้นจะฝังตัวตามเนื้อเยื่ออวัยวะต่างๆ รวมทั้งกล้ามเนื้อ แล้วจึงลอกคราบเป็นตัวอ่อน เนื้อเยื่อจำกัดความการเคลื่อนไหวของตัวอ่อนพยาธิโดยสร้างแค็ปซูล (เม็ดสาคู)และพอกหินปูนขังพยาธิไว้ตามกล้ามเนื้อ และอวัยวะต่างๆ หากตัวอ่อนใดรอดจากการขังในแค็ปซูล ออกมาสู่ชั้นเยื่อเมือกของผนังลำไส้ และเจริญเป็นตัวเต็มวัยและผสมพันธุ์กัน ตัวเมียที่ผสมแล้วจะฟักไข่ในตัวมันเองและขับออกมาสู่เยื่อเมือก บางส่วนไชกลับไปในลำไส้เล็กและเข้าสู่กระแสเลือดต่อไป
เมื่อมนุษย์กินเนื้อสุกร เครื่องในสุกรที่มีตัวอ่อนพยาธิในระยะต่างๆ ในเม็ดสาคู และเลือดสุกรที่มีพายาธินี้โดยไม่ปรุงให้สุกเข้าไปในระบบทางเดินอาหาร ตัวอ่อนพยาธิจะไชเข้ากล้ามเนื้ออ่อน กล้ามเนื้อกระบังลม กล้ามเนื้อหัวใจ เนื้อเยื่อและหลอดเลือดฝอยในปอด สมองและตับ-ไต หากรักษาโดยกำจัดตัวอ่อนพยาธิที่ชอนไชไปทั่วร่างกายและควบคุมปฏิกิริยาการอักเสบแบบทั่วร่างกายของผู้ป่วยไม่ทัน จะทำให้อวัยวะดังกล่าวล้มเหลว ผู้ป่วยอาจตายได้ภายหลังได้รับพยาธิเข้าสู่ร่างกายเพียง 4 วัน เท่านั้น ขึ้นอยู่กับปริมาณและความถี่ในการกินเนื้อและอวัยวะภายในของสุกรที่มีตัวอ่อนพยาธิในแคปซูลแฝงอยู่ รวมถึงเลือดสุกรที่มีตัวอ่อนพยาธิที่ผู้ป่วยกินเข้าเข้า ฉะนั้นการกินลาบเลือด/ลาบลู่ที่ทำจากเนื้อ อวัยวะภายใน เลือดสุกรดิบ จะทำให้ผู้ป่วยได้รับตัวอ่อนพยาธิที่มีอยู่ในสุกรโจมตีอย่างรุนแรงและมักจะตายในที่สุด
ในช่วงแรกผู้ป่วยจะรู้สึกปวดเมื่อยล้าครั่นเนื้อ ครั่นตัว อ่อนเพลีย อาจมีอาการไอ อาเจียน หรือท้องเดินอ่อนๆ และเหมือนจะมีไข้ การแสบปวดตามกล้ามเนื้อ หายในลำบากเหนื่อยหอบ คล้ายถูกพิษเห็ดเมา ในเด็ก คนชรา ผู้มีโรคประจำตัวและอ่อนแอ ภูมิคุ้มกันบกพร่อง จะได้รับผลกระทบจากตัวอ่อนพยาธิทริคิเนลล่าอย่างรุนแรง และอาจตายได้ง่ายกว่าคนปกติที่แข็งแรงกว่า ส่วนในสตรีมีครรภ์อาจทำให้เด็กพิการและเสียชีวิตได้
นอกจากนี้ การที่ผู้บริโภคคิดว่า การใส่พริกขี้หนู มะนาว เหล้าขาวดีกรีสูงจำนวนมากลงไปปรุงลาบเลือดหรือลาบลู่จะสามารถฆ่าพยาธิเม็ดสาคูได้นั้น เป็นความหลงผิดอย่างยิ่ง เพราะกรดมะนาว กรดพริก เอธานอลในเหล้าขาว จะทำให้พยาธิตัวอ่อนเกิดความเจ็บแสบแล้วยิ่งคลอกคราบ เจริญเติบโตเร็วกว่าปกติ จะเร่งชอนไชเข้าสู่เนื้อเยื่อต่างๆ ของร่างกายและกระแสเลือด เพื่อหนีตายและเร่งสืบเผ่าพันธุ์ต่อไป ดังนั้นจึงขอเชิญชวนให้ประชาชนตระหนักถึงภัยของการบริโภคอาหารจากเนื้อสุกรดิบอยู่เป็นประจำ ให้ปรับเปลี่ยนมาบริโภคเนื้อสุกร เครื่องใน หรือเลือดสุกรที่ผ่านการปรุงสุกทุกครั้งจะทำให้ผู้บริโภคปลอดภัยจากเชื้อโรคและพยาธิแน่นอน อธิบดีกรมปศุสัตว์กล่าว.
............................................................................
ข้อมูล/ข่าว : คณณัฏฐ์ บุณณ์มั่งมีปภา นายสัตวแพทย์ชำนาญการ กลุ่มพัฒนาวิชาการปศุสัตว์ สำนักผู้เชี่ยวชาญ กรมปศุสัตว์
เผยแพร่และประชาสัมพันธ์ : น้องนุช สาสะกุล นักวิชาการเผยแพร่ชำนาญการ







