ประกาศ

โครงการพลิกฟื้นธนาคารควายไถนา (15/2552) พิมพ์ ส่งเมล
Monday, 27 October 2008
  • โครงการพลิกฟื้นธนาคารควายไถนา  (15/2552)

               กรมปศุสัตว์ ร่วมกับหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ร่วม 9 หน่วยงาน จัดทำโครงการพลิกฟื้นธนาคารควายไถนา ตามพระราชดำริ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ในพื้นที่ 12 จังหวัด

               นายสัตวแพทย์ศักดิ์ชัย ศรีบุญซื่อ อธิบดีกรมปศุสัตว์ กล่าวถึง โครงการพลิกฟื้นธนาคารควายไถนา ตามพระราชดำริ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ว่า เป็นการนำร่องการรณรงค์ส่งเสริม สนับสนุนให้เกษตรกรชาวนาไทย หันกลับมาใช้แรงงานกระบือเพื่อไถนา เพื่อการเกษตร ทั้งให้ความสำคัญในเรื่องของภูมิปัญญาไทย เป็นการฟื้นฟูวัฒนธรรมประเพณี ซึ่งสามารถแก้ปัญหาเชิงระบบ ทั้งระยะสั้น ระยะกลาง และระยะยาวได้อย่างเป็นมิตรกับธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ซึ่งเป็นการสนองพระราชดำริสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เมื่อวันที่ 11 สิงหาคม 2551 ณ พระตำหนักจิตรลดารโหฐาน พระราชวังดุสิต ที่ทรงมีความห่วงใยชาวนาไทยซึ่งประสบปัญหาความยากจน จากการประกอบอาชีพการทำนา จากภาวะน้ำมันแพง ทรงรับสั่งให้รัฐบาลสนับสนุนให้เกษตรกรหันกลับมาใช้แรงงานควาย เพื่อลดค่าใช้จ่ายในการทำนา

              อธิบดีกรมปศุสัตว์ กล่าวถึงการดำเนินการ ว่า การบูรณาการประสานความร่วมมือหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ รวม 9 หน่วยงาน มี สำนักปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กรมปศุสัตว์ ส.ป.ก. กรมพัฒนาที่ดิน กรมการข้าว กรมส่งเสริมการเกษตร กรมประมง กรมตรวจบัญชีสหกรณ์ และสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร โดยแบ่งหน้าที่ความรับผิดชอบตามภารกิจ ซึ่งในส่วนของกรมปศุสัตว์ มีภารกิจดังนี้คือ ร่วมคัดเลือกเกษตรกร ฝึกอบรมเกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการฯ เพื่อใช้แรงงานกระบือไถนาและทำการเกษตรกรรมตามหลักสูตรที่กำหนด และเป็นพี่เลี้ยงเกษตรกรในการดูแลกระบือเพื่อการใช้แรงงานตามโครงการ รวมทั้งจัดกระบือจากโครงการธนาคารโค – กระบือ เพื่อเกษตรกรตามพระราชดำริ ที่ผ่านการฝึกการใช้แรงงาน ไถนา ตลอดจนแรงงานอื่นๆ ในไร่นา แล้วส่งมอบให้เกษตรกรที่ผ่านการฝึกอบรม ยืมไปเลี้ยงเพื่อใช้แรงงานตามหลักเกณฑ์ของโครงการธนาคารโค – กระบือ ทั้งยังจัดหาอุปกรณ์เพื่อการทำนา เช่น ไถพร้อมอุปกรณ์ คราด สนับสนุนเกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการ ติดตามให้คำแนะนำการเลี้ยงดู และดูแลสุขภาพกระบืออีกด้วย “

              พื้นที่ดำเนินการ 12 จังหวัด มี ฉะเชิงเทรา สระแก้ว ศรีสะเกษ ยโสธร สกลนคร หนองบัวลำภู แพร่ น่าน อุทัยธานี ตาก นครศรีธรรมราช และ เชียงราย โดยคาดว่าจะกระตุ้นให้เกษตรกร 309 ราย ประกอบอาชีพการทำนาโดยใช้แรงงานกระบือ ในระบบเกษตรผสมผสานแบบเศรษฐกิจพอเพียง พื้นที่ 3,410 ไร่ สามารถลดค่าใช้จ่ายจากการใช้น้ำมันเชื้อเพลิงไร่ละ 132 บาท คิดเป็นเงิน 450,000 บาท/ปี ลดค่าใช้จ่ายปุ๋ยเคมีโดยสามารถผลิตปุ๋ยคอกได้ปีละ 1,236 ตัน คิดเป็นมูลค่าปีละ 1,156,000 บาท ทั้งช่วยในการปรับปรุงดิน ลดการใช้สารเคมี รักษาสิ่งแวดล้อม ร่วมรณรงค์แก้ปัญหาโลกร้อน และเกิดความสามัคคีในหมู่ประชาชน ฟื้นฟูวัฒนธรรม ประเพณี การลงแขกทำกิจกรรมร่วมกัน ” อธิบดีกล่าว

******************************

ข้อมูล : สำนักพัฒนาการปศุสัตว์และถ่ายทอดเทคโนโลยี กรมปศุสัตว์
ข่าว : พิจารณา สามนจิตติ นักวิชาการเผยแพร่ กลุ่มเผยแพร่และประชาสัมพันธ์

< ก่อนหน้า   ถัดไป >

power by Mambo
สงวนลิขสิทธิ์ โดย สำนักพัฒนาการปศุสัตว์และถ่ายทอดเทคโนโลยี กรมปศุสัตว์ โทร. 0 2653 4444 ต่อ 3313 - 5