
นายอัญญรัตน์ ทิพย์ธารา
น.ส.อรพรรณ อาจคำภา
นายสมศักดิ์
อนันต์![]()
กลุ่มงานระบาดวิทยา![]()
ประวัติสัตว์ป่วย
โคพื้นเมือง เพศผู้ จำนวน 2 ตัว ถูกนำไปตรวจสุขภาพที่ศูนย์วิจัยและพัฒนาการสัตวแพทย์ภาคใต้ เมื่อวันที่ 22 พฤศจิกายน 2549 เนื่องจากโคแสดงอาการซึม และถ่ายปัสสาวะเป็นสีน้ำตาล-แดง โดยรายแรกเลี้ยงอยู่ที่อำเภอปะเหลียน จังหวัดตรัง ส่วนรายที่ 2 เลี้ยงอยู่ในเขตอำเภอเมือง จังหวัดพัทลุง เจ้าหน้าที่กลุ่มงานระบาดได้เจาะเลือดที่เส้นเลือดดำบริเวณใบหูและโคนหางส่งตรวจทางปรสิตวิทยา



![]()
![]()

ผลการตรวจทางห้องปฏิบัติการ
ผลการตรวจทางปรสิตวิทยา การตรวจเลือดรายแรกมีค่า PCV 20% และพบเชื้อโปรโตซัว Babesia bovis ในเม็ดเลือดแดง ส่วนรายที่ 2 มีค่า PCV 40% และตรวจพบเชื้อโปรโตซัว Babesia bovis, Babesia bigemina และ Theileria spp. ในเม็ดเลือดแดง เชื้อ Babesia spp.ในเม็ดเลือดแดง ส่วนใหญ่เมอโรซ็อยต์เป็นรูปลูกแพร์คู่ แต่อาจพบรูปอะมีบอยด์

โรคบาบีเซียโอซิส (Babesiosis) เป็นโรคที่เกิดจากเชื้อโปรโตซัวบาบีเซีย ซึ่งพบในเม็ดเลือดแดง โดยมีเห็บ (Boophilus microplus) เป็นตัวพาหะนำโรค ในประเทศไทยสายพันธุ์ที่พบก่อโรคมี 2 ชนิด คือ Babesia bovis และ Babesia bigemina พบว่าโคเป็นโฮสต์ปกติของเชื้อตัวนี้ บางครั้งอาจพบในกระบือ ส่วนมากสัตว์ที่มีอายุน้อยจะต้านทานโรคมากกว่าสัตว์ที่มีอายุมาก เชื้อที่ในเม็ดเลือดแดงส่วนใหญ่เป็นรูปลูกแพร์คู่ ถ้าทำมุมแหลมจะเกิดจากเชื้อ B. bigemina ถ้าทำมุมป้านจะเกิดจากเชื้อ B. bovis
อาการ โคจะเริ่มแสดงอาการหลังรับเชื้อ 2-3 สัปดาห์ บางตัวอาจไม่แสดงอาการจนกว่าใกล้ตาย โคพันธุ์ดี โคน้ำหนักตัวมาก หรือโคที่ได้รับการเลี้ยงดูอย่างดีโดยเฉพาะในโคชน เนื่องจากมีโอกาสสัมผัสกับเห็บน้อยทำให้ไม่มีภูมิต้านทานโรค การไข้สูง 41 องศาเซลเซียส ไม่กินอาหาร ไม่เคี้ยวเอื้อง ซึม แยกตัวออกจากฝูง ล้มนอน ขนยุ่ง หูตก หายใจเร็ว หัวใจเต้นเร็ว สัตว์จะเคลื่อนไหวลำบากเมื่อโดนไล่ให้เดินเพราะขาหลังอ่อนแรง สัตว์อาจแสดงอาการท้องผูกในระยะเริ่มแรก ในรายเฉียบพลันเม็ดเลือดแดงโดนทำลายมากจะขับฮีโมโกลบินออกมากับปัสสาวะทำให้มีสีแดง เยื่อเมือกซีด ดีซ่าน โครีดนมน้ำนมจะลดลง โคท้องอาจแท้งได้ อัตราการตายสูงในสภาวะอากาศร้อน โคที่ติดเชื้อ B. bovis จะแสดงอาการรุนแรง รวดเร็ว และตายเร็วกว่าเมื่อติดเชื้อ B. bigemina โดยมีอัตราการตายสูงถึง 70-80% การติดเชื้อ B. bovis โคจะแสดงอาการทางระบบประสาทได้แก่ เดินโซเซ ชัก คอบิด หรือ บ้าคลั่งไล่ชน
ผ่าซาก พบการบวมน้ำและดีซ่านที่ใต้ผิวหนัง กล้ามเนื้อ ไขมันมีสีเหลืองและใสคล้ายวุ้น เลือดใสมาก น้ำปัสสาวะในกระเพาะปัสสาวะมีสีแดงน้ำตาล ม้ามขยายใหญ่ ตับขยายใหญ่มีสีเหลือง รายที่แสดงอาการทางประสาทจะพบสมองมีเลือดคั่ง
การวินิจฉัย
1. ดูจากอาการ อันได้แก่ ไข้สูง ดีซ่าน เยื่อเมือกซีด ปัสสาวะมีสีแดงน้ำตาล
2. การทำฟิล์มเลือดบางแล้วย้อมสี และตรวจด้วยกล้องจุลทรรศน์
3. ตรวจทางซีรั่มวิทยา
การรักษา
โดยใช้ยาดัยมินาซินอะเซตตูเรต (Diminazene acetyrate หรือ BerenilÒ) ขนาดปกติ 3.5-7 มก./โคหนัก 1 กก. และอาจให้ซ้ำภายใน 6-12 ชั่วโมง หรืออาจใช้ยาอิมิโดคาร์บ ดัยโปรปิโอเนต (Imidocarb dipropionate หรือ ImizolÒ) นอกจากนี้ในรายที่เลือดจางมากๆอาจจะต้องให้เลือดซึ่งสามารถให้ได้ในขนาด 4 ลิตร ต่อโคหนัก 250 กก. หรือให้สารน้ำทางเส้นเลือด จะช่วยให้โคฟื้นตัวไวขึ้น
การควบคุมป้องกันโรค
โดยการควบคุมและกำจัดเห็บที่เป็นพาหะนำโรค
ที่มา
:
มานพ ม่วงใหญ่ 2534 โรคบาบีเซียโอซิส โรคโปรโตซัวและริกเกตเซียของสัตว์
หน้า 183-190.
![]()
![]()
|
Copyright 2004 Veterinary Research and Development
Center (South Region)
|