โครงการพัฒนาพื้นที่ลุ่มน้ำปากพนังอันเนื่องมาจากพระราชดำริ

กิจกรรมโครงการพระราชดำริ งานพัฒนาการปศุสัตว์

หน่วยงานดำเนินการ        ศูนย์วิจัยและพัฒนาการสัตวแพทย์ภาคใต้

ผู้ประสานงานโครงการ      นายอัญญรัตน์ ทิพย์ธารา กลุ่มงานระบาดวิทยา

 

ความเป็นมาของโครงการ

    ลุ่มน้ำปากพนังเคยมีความอุดมสมบูรณ์ เป็นอู่ข้าวอู่น้ำที่สำคัญของภาคใต้ในอดีต มีความเสื่อมโทรมลงด้วยหลายสาเหตุ เช่น การบุกรุกทำลายแหล่งต้นน้ำลำธาร ก่อให้เกิดน้ำท่วมในฤดูฝนและขาดแคลนน้ำในฤดูแล้ง ปัญหาน้ำเค็มรุกตัวส่งผลกระทบต่อการทำนา ปัญหาการเลี้ยงกุ้งกุลาดำปล่อยน้ำเสียลงในแหล่งน้ำธรรมชาติ และการทำลายป่าชายเลน ทำให้เกิดความขัดแย้งของราษฎรในพื้นที่

    พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงห่วงใยความเดือดร้อนทุกข์ยากของราษฎร จึงมีพระราชดำริให้กรมชลประทานดำเนินการแก้ไข และบรรเทาความเดือดร้อนจากอุทกภัยในพื้นที่เพาะปลูกบริเวณลุ่มน้ำปากพนังโดยเร่งด่วน และได้มีพระราชดำริในการแก้ไขปัญหาโครงการพัฒนาพื้นที่ลุ่มน้ำปากพนัง สรุปดังนี้

1. ให้กรมชลประทานร่วมกับหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้องดำเนินการแก้ไข และบรรเทาปัญหาน้ำท่วมพื้นที่เพาะปลูกในบริเวณลุ่มน้ำปากพนัง โดยปรับปรุงคลองธรรมชาติและขุดคลองใหม่เพื่อระบายน้ำลงสู่ทะเล และก่อสร้างประตูระบายน้ำเพื่อกักน้ำจืดและป้องกันน้ำเค็ม และแยกส่วนนากุ้งและนาข้าวออกจากกัน     

2. เร่งก่อสร้างประตูระบายน้ำปากพนังให้เสร็จโดยเร็ว เป็นจุดเริ่มต้นและเป็นจุดหลักในการแก้ปัญหาการขาดแคลนน้ำจืด สำหรับทำการเกษตรการอุปโภคบริโภคในฤดูแล้ง ปัญหาน้ำทะเลรุกตัวในฤดูแล้งและปัญหาน้ำท่วมที่ทำกินของราษฎร  

3. ตั้งศูนย์ศึกษาเฉพาะกิจที่บริเวณประตูระบายน้ำหน้าโกฏิ เพื่อทำการทดลองเลี้ยงและวิจัยด้านประมงแบบครบวงจร         

4. พิจารณากำหนดแนวเขตเพื่อแยกพื้นที่น้ำจืดและน้ำเค็มให้แน่นอน โดยให้พื้นที่บริเวณฝั่งตะวันออกของคลองปากพนังเป็นพื้นที่น้ำเค็ม พร้อมทั้งก่อสร้างอาคารประกอบเพื่อป้องกันน้ำจืดและน้ำเค็มปะปนกัน รวมทั้งก่อสร้างระบบชลประทานน้ำเค็มเพื่อการเลี้ยงกุ้ง และสัตว์น้ำเค็มอื่นๆ ตามความเหมาะสม                           

5 . ควรทำโครงการชลประทานปากพนังโดยด่วน เพราะโครงการนี้จะช่วยให้เราคุมน้ำได้ กล่าวคือจะสามารถแยกพื้นที่เลี้ยงกุ้ง (ซึ่งต้องใช้น้ำเค็ม) กับพื้นที่เพาะปลูก (ซึ่งต้องใช้น้ำจืด) ในบริเวณคลองชะอวด ทั้งยังแก้ปัญหาน้ำเสียจากพรุควนเครงทำนองเดียวกับการแก้ปัญหาที่พรุโต๊ะแดง ถ้ายังไม่ทำโครงการชลประทาน จะไม่ สามารถแก้ปัญหาเรื่องการเลี้ยงกุ้งหรือปัญหาอื่นๆ ได้

วัตถุประสงค์ของโครงการ

1. เพื่อป้องกันการบุกรุกตัวของน้ำเค็มในแม่น้ำปากพนัง และเพื่อให้เป็นแหล่งน้ำจืดและบรรเทาความขาดแคลนน้ำสำหรับการอุปโภคบริโภค การเกษตรและอื่นๆ ในเขตพื้นที่โครงการรวมถึงการเก็บกักน้ำในลำน้ำใหญ่ และลำน้ำสาขา การเก็บน้ำในพื้นที่ต้นน้ำลำธารและในพื้นที่น้ำขัง การเก็บกักน้ำใต้ดิน                             

2. เพื่อบรรเทาอุทกภัยทั้งในพื้นที่และในบริเวณชุมชนเมืองให้มีประสิทธิภาพสูงขึ้น                                                    

3. เพื่อปรับปรุงระบบชลประทานเดิมและพัฒนาระบบชลประทานใหม่ เนื่องจากมีแหล่งน้ำจืดเพิ่มขึ้น                                            

4. เพื่อปรับปรุงฐานะความเป็นอยู่สภาพเศรษฐกิจ และสังคมของราษฎรในพื้นที่โครงการฯ ให้ดีขึ้น

วัตถุประสงค์ในการดำเนินงานด้านปศุสัตว์

    เพื่อพัฒนาและส่งเสริมอาชีพการเลี้ยงสัตว์ให้แก่เกษตรกรในพื้นที่โครงการ ให้สามารถทำการลี้ยงสัตว์เพื่อผลิตอาหารโปรตีน บริโภค และจำหน่ายเป็นรายได้เสริมหรือรายได้หลักของครัวเรือน ให้เกษตรกรมีชีวิตและความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น

วิธีการดำเนินงาน

1. ฝึกอบรมเกษตรกรให้มีความรู้เรื่องการเลี้ยงสัตว์ การสุขาภิบาล และการป้องกันโรคระบาดสัตว์                                           

2. ส่งเสริมอาชีพการเลี้ยงสัตว์โดยการจัดตั้งกลุ่มผู้เลี้ยงสัตว์ ให้การสนับสนุนพันธุ์สัตว์ อาหารสัตว์ วัคซีน เวชภัณฑ์ ปรับปรุงพันธุ์สัตว์ของเกษตรกรให้มีพันธุ์และคุณภาพดีขึ้น    

3. ส่งเสริมการปลูกพืชอาหารสัตว์ สำหรับไว้ใช้เองและเพื่อการจำหน่าย และสนับสนุนการจัดเตรียมอาหารสัตว์สำรองไว้ใช้ในยามขาดแคลน                      

4. สำรวจสภาวะโรคโค แพะ และพัฒนาสุขภาพสัตว์เลี้ยงของเกษตรกรให้สมบูรณ์แข็งแรงอยู่เสมอ

ความเป็นมาของโครงการในส่วนที่อยู่ในความรับผิดชอบของศูนย์ฯใต้

    สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดนครศรีธรรมราชได้ดำเนินโครงการพัฒนาพื้นที่ลุ่มน้ำปากพนังฯตั้งแต่ปี 2537 โดยมีกิจกรรมหลักคือ กิจกรรมส่งเสริมและปรับปรุงพันธุ์โคพื้นเมืองและกิจกรรมส่งเสริมการเลี้ยงสัตว์ปีก กิจกรรมย่อยจะเน้นหนักในด้านการฝึกอบรมเกษตรกร สนับสนุนพันธุ์สัตว์ พืชอาหารสัตว์  และการจัดตั้งคลังยาสัตว์ แต่ยังขาดกิจกรรมด้านการสำรวจและเฝ้าระวังโรคสัตว์ ทางศูนย์ฯใต้จึงได้เข้ามามีส่วนร่วมในโครงการนี้เมื่อปี 2539 โดยได้เสนอแผนงานโครงการสำรวจและเฝ้าระวังโรคโรคอย่างต่อเนื่องเป็นระยะเวลา 5 ปี (2539-2544) โดยเน้นกิจกรรมสำรวจโรคที่สำคัญซึ่งพบเป็นปัญหาในพื้นที่ลุ่มน้ำ โดยอาศัยข้อมูลการเฝ้าระวังทางระบาดวิทยาของศูนย์ฯ และให้ความสำคัญกับโรคติดต่อระหว่างสัตว์และคนอันได้แก่ โรคแท้งติดต่อ โรคท้องเสียเรื้อรัง โรคพยาธิและโปรโตซัวในเลือด และโรคพยาธิใบไม้ในตับ นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมตรวจเยี่ยมและให้คำปรึกษาด้านสุขภาพสัตว์ และการให้บริการถ่ายพยาธิแก่สัตว์ที่ร่วมโครงการ โดยในระยะเริ่มแรกทางกรมอนุมัติให้ดำเนินกิจกรรมดังกล่าวในโคเนื้อและโคพื้นเมืองจำนวน 750 ตัว ได้รับงบประมาณสนับสนุนเป็นเงิน 340,000 บาท

    ในปี 2540 ทางศูนย์ฯทราบว่าทางจังหวัดนครศรีธรรมราชจะทำการส่งเสริมการเลี้ยงโคนมในปี 2540 จึงได้ทำหนังสือเสนอกรมปศุสัตว์ขอปรับเปลี่ยนแผนการปฏิบัติงานโดยขอเพิ่มกิจกรรมการการสำรวจและเฝ้าระวังสุขภาพโคนม เพื่อให้สอดคล้องกับกิจกรรมส่งเสริมของจังหวัดและชนิดสัตว์ที่เลี้ยงในพื้นที่เป้าหมาย แต่ไม่ได้รับการอนุมัติจากกรม ทางศูนย์ฯยังคงดำเนินกิจกรรมเกี่ยวกับโคเนื้อซึ่งมีเป้าหมาย 750 ตัว เช่นเดิม แต่ได้รับเงินงบประมาณลดลงโดยได้รับเงินงบประมาณ 216,000 บาท  ส่วนในปี 2541 และ 2542 ได้รับเงินงบประมาณ 205,000 บาท และ 167,000 บาท ตามลำดับ

    ในปี 2542 ทางภาคใต้เกิดการระบาดของโรคติดเชื้อพาร์โวไวรัสในเป็ดเทศอย่างกว้างขวางซึ่งเริ่มมีการระบาดตั้งแต่ปลายปี 2541 โดยเฉพาะอย่างยิ่งในพื้นที่ลุ่มน้ำปากพนังซึ่งเป็นแหล่งที่มีการเลี้ยงเป็ดเทศหนาแน่นประกอบกับทางจังหวัดมีการส่งเสริมและแจกพันธุ์เป็ดเทศ ทางศูนย์ฯได้ขออนุมัติงบฉุกเฉินจากทางกรมผ่านทางกองควบคุมโรคสัตว์ในขณะนั้นและได้รับงบประมาณจำนวนหนึ่งมาใช้ในการควบคุมโรค กิจกรรมที่ดำเนินการได้แก่การผลิตไฮเปอร์อิมมูนซีรั่มเพื่อแจกจ่ายและให้บริการแก่เกษตร จัดซื้อวัคซีนป้องกันโรคติดเชื้อพาร์โวไวรัสเพื่อให้บริการแก่เกษตรกร และจัดอบรมเกี่ยวกับโรคติดเชื้อพาร์โวไวรัสและการป้องกัน ซึ่งทางศูนย์ใต้ได้รายงานผลการปฏิบัติงานของกิจกรรมนี้ไว้ในสรุปผลการปฏิบัติงานโครงการพัฒนาพื้นที่ลุ่มน้ำฯ ปี 2542 ด้วย เพื่อจะได้ให้ผู้เกี่ยวข้องทราบและทางศูนย์ฯจะได้ดำเนินการของบประมาณของโครงการลุ่มน้ำฯ ปี 2543 โดยเพิ่มกิจกรรมเป็ดเทศไปในแผนงานด้วย

    ในปี 2543 ทางศูนย์ฯได้รับงบประมาณจำนวน 265,000 บาท โดยมีกิจกรรมสำรวจและเฝ้าระวังโรคโคเนื้อจำนวน 400 ตัว และเพิ่มกิจกรรมสำรวจและเฝ้าระวังโรคโคนมจำนวน 228 ตัว โดยมีกิจกรรมย่อยของโคนมได้แก่ การสำรวจโรคแท้งติดต่อ โรคท้องเสียเรื้อรัง และโรคมงคล่อเทียม การทดสอบโรควัณโรค การสำรวจโรคพยาธิใบไม้ในตับและพยาธิในทางเดินอาหารชนิดอื่นๆ การสำรวจโรคพยาธิในเลือดและค่าเม็ดเลือดแดงอัดแน่น  การตรวจคุณภาพน้ำนม (สำรวจเชื้อที่ก่อโรคเต้านมอักเสบและทดสอบความไวยาต่อเชื้อที่ตรวจพบ และตรวจยาปฎิชีวนะตกค้างในถังนมรวมรายฟาร์ม) การบริการถ่ายพยาธิและให้คำปรึกษาด้านสุขภาพสัตว์  กิจกรรมส่งเสริมสุขภาพสัตว์ปีกซึ่งจะเน้นเป็ดเทศก็บรรจุในแผนงานปีนี้ด้วย โดยมีกิจกรรมย่อยได้แก่ การผลิตไฮเปอร์อิมมูนซีรั่มไว้บริการเกษตรกร การบริการวัคซีนป้องกันโรคติดเชื้อพาร์โวไวรัส  และการอบรมให้ความรู้

    ปี 2544 ได้รับเงินงบประมาณจำนวน 323,000 บาท ได้ดำเนินงานกิจกรรมสำรวจและเฝ้าระวังสุขภาพโคนมและโคเนื้อจำนวน 141 และ 1,350 ตัว ตามลำดับ โดยกิจกรรมย่อยยังคงรูปแบบและลักษณะเดิมแต่ได้เพิ่มการสำรวจโรคมงคล่อเทียมในโคเนื้อด้วย เนื่องจากสำนักงานเกษตรและสหกรณ์จังหวัดนครศรีธรรมราช ได้ขอความร่วมมือหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ที่มีส่วนปฎิบัติงานในโครงการพัฒนาพื้นที่ลุ่มน้ำปากพนังฯ ให้ดำเนินโครงการบูรณาการพื้นที่ลุ่มน้ำปากพนังด้วยแต่ไม่ได้จัดสรรงบให้ ทางศูนย์ฯจึงแบ่งงบบางส่วนจากโครงการนี้ไปดำเนินการในกิจกรรมสำรวจโรคโคเนื้อ และในปีนี้ทางภาคใต้ประสบอุทกภัยโดยเฉพาะอย่างยิ่งพื้นที่ในเขตลุ่มน้ำปากพนัง ทางศูนย์ฯจึงได้จัดหน่วยช่วยเหลือออกไปให้บริการเกษตรกรโดยใช้งบของโครงการเช่นกัน จึงเป็นเหตุให้ยอดการสำรวจโรคโคเนื้อเพิ่มเป็น  1,641 ตัว    จากผลกระทบของปัญหาราคาเป็ดตกต่ำ การขาดตลาดรองรับ ประกอบกับปัญหาโรคติดเชื้อพาร์โวไวรัส (วัคซีนที่มีจำหน่ายในท้องตลาดมีความคุ้มโรคเพียง 1 สายพันธุ์)  ทำให้เกษตรกรส่วนใหญ่เลิกเลี้ยงเป็ดเทศ ส่งผลให้กิจกรรมส่งเสริมสุขภาพสัตว์ปีกซึ่งมุ่งเน้นการให้บริการสุขภาพเป็ดเทศต้องปรับเปลี่ยนกิจกรรมย่อยให้สอดคล้องกับสภาพความเป็นจริง โดยเปลี่ยนเป็นให้ความรู้และให้บริการวัคซีนป้องกันโรคกาฬโรคเป็ด และ วัคซีนซีนป้องกันโรคอหิวาต์เป็ด-ไก่ แต่ยังคงให้บริการวัคซีนป้องกันโรคติดเชื้อพาร์โวไวรัส โดยทั้งกิจกรรมย่อยได้ให้บริการสัตว์รวม 5,200 ตัว และในช่วงออกหน่วยให้บริการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยได้ให้บริการสัตว์ปีกอีกจำนวน 7,283 ตัว ดังนั้นยอดสัตว์ปีกรวมทั้งสิ้น 12,438 ตัว   จากข้อมูลการเฝ้าระวังทางระบาดวิทยาพบว่าการทดสอบโรคในแพะ-แกะมีจำนวนน้อยมากเมื่อเปรียบเทียบกับสัตว์ชนิดอื่นๆ แม้ว่าประชากรแพะส่วนใหญ่ในประเทศไทยจะพบมากในภาคใต้ ซึ่งในพื้นที่ลุ่มน้ำก็มีการเลี้ยงแพะอยู่ในบางพื้นที่ ประกอบกับทางจังหวัดมีนโยบายส่งเสริมการเลี้ยงแพะ ศูนย์ฯจึงได้เพิ่มกิจกรรมสำรวจและเฝ้าระวังสุขภาพแพะ-แกะเข้าไปในแผนการโครงการปี 2544 ด้วย โดยได้ดำเนินกิจกรรมย่อยเหมือนกับโคเนื้อ ซึ่งได้สำรวจโรคไปทั้งสิน 392 ตัว     

    ปี 2545 ได้รับเงินงบประมาณทั้งสิน 191,100 บาท กิจกรรมหลัก 3 กิจกรรมประกอบด้วย กิจกรรมสำรวจและเฝ้าระวังสุขภาพโคเนื้อ โคนม และแพะ ส่วนกิจกรรมย่อยส่วนใหญ่เหมือนกับปี 2544 แต่เพิ่มกิจกรรมอบรมเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนมจำนวน 32 ราย ผลการปฏิบัติงานได้ดำเนินการสำรวจโรคในโคเนื้อจำนวน 1,176 ตัว โคนม 130 ตัว และแพะ 442 ตัว

    ปี 2546 ได้รับงบประมาณทั้งสิน 369,300 บาท กิจกรรมหลักเหมือนกับปี 2545 โดยในโคเนื้อกิจกรรมสำรวจโรคมีเฉพาะการสำรวจโรคแท้งติดต่อและโรคพยาธิในเลือดและทางเดินอาหาร โดยมุ่งเน้นการสำรวจและเฝ้าระวังโรคแท้งติดต่อเพิ่มขึ้นเป็นพิเศษ เนื่องจากมีเกษตรกรจากอำเภอเฉลิมพระเกียรติประสบปัญหาจากการเลี้ยงโคแต่ไม่ได้ผลผลิตและเข้ามาขอคำปรึกษา ซึ่งบางรายเลี้ยงโคเพศเมียในฝูงจำนวน 15 ตัว เป็นเวลา 5 ปี แต่ไม่เคยได้ลูกเลย ทางกลุ่มงานระบาดวิทยาได้สืบค้นข้อมูลการสำรวจโรคย้อยหลังในพื้นที่ดังกล่าว ร่วมกับการส่งทีมออกไปสอบสวนโรคและเก็บตัวอย่างส่งตรวจเพิ่มเติม พบว่าปัญหาดังกล่าวเกิดจากโรคแท้งติดต่อ ทางศูนย์ฯจึงได้ประชุมร่วมกับสำนักงานปศุสัตว์จังหวัดและสำนักงานปศุสัตว์เขต 8 ในขณะนั้นเพื่อหาทางแก้ไขปัญหา โดยที่ประชุมมีมติให้ของบฉุกเฉินจากทางกรมเพื่อนำมาแก้ไขปัญหานี้ โดยเฉพาะงบประมาณในการดำเนินการสำรวจโรคให้ครอบคลุมพื้นที่เสี่ยง และงบประมาณในการทำลายสัตว์ที่เป็นโรค แต่ได้รับเงินเพียงเล็กน้อยไม่เพียงพอแก่การดำเนินงาน ทางศูนย์ฯจึงได้วางแผนและเลือกพื้นที่นี้ดำเนินโครงการพัฒนาพื้นที่ลุ่มน้ำปากพนังฯ โดยกำหนดให้มีการสำรวจโรคทุกหมู่บ้านในพื้นที่อำเภอเฉลิมพระเกียรติ ส่วนในอำเภอเชียรใหญ่และอำเภอปากพนัง และได้ทำการเลือกพื้นที่ที่ประวัติการตรวจพบโรค โดยยอดการสำรวจเฉพาะในส่วนโครงการจำนวน 1,176 ตัว ส่วนในแพะเน้นการสำรวจและเฝ้าระวังโรคแท้งติดต่อ โรคมงคล่อเทียม โรคพยาธิในทางเดินอาหารและพยาธิในเลือด ได้ทำการสำรวจโรคแพะทั้งสิ้น 161 ตัว ส่วนในโคนมยังมีกิจกรรมย่อยเหมือนกับปี 2545 แต่ไม่มีกิจกรรมฝึกอบรมเกษตรกร ได้ทำการสำรวจโรคโคนมทั้งสิ้น 181 ตัว กิจกรรมที่เพิ่มใหม่ในปีนี้ได้แก่การฝึกอบรมเกษตรกรผู้เลี้ยงโคเนื้อและแพะจำนวน 200 ราย ซึ่งทางศูนย์ฯได้มุ่งเน้นการให้ความรูเกี่ยวกับโรคแท้งติดต่อเป็นพิเศษ ผลการสำรวจโรคพบโรคแท้งติดต่อในโคเนื้อคิดเป็น 8.5% ส่วนในโคนมและแพะตรวจไม่พบโรคนี้

    ปี 2547 ได้รับงบประมาณ 413,500 บาท กิจกรรมหลักเหมือนกับปี 2546 โดยในโคนมทำการสำรวจและเฝ้าระวังสุขภาพจำนวน 151 ตัว พบโรคแท้งติดต่อในโคนม 1 ตัว (0.66%) ในโคเนื้อทำการสำรวจและเฝ้าระวังสุขภาพจำนวน 2,913 ตัว โดยได้สุ่มเลือกพื้นที่จำนวน 30 หมู่บ้าน ใน 10 อำเภอเขตพื้นที่ลุ่มน้ำปากพนัง อบรมเกษตรกรผู้เลี้ยงโคเนื้อจำนวน 200 ราย ในแพะทำการสำรวจและเฝ้าระวังสุขภาพแพะจำนวน 591 ตัว ซึ่งกิจกรรมย่อยส่วนใหญ่จะเหมือนกับปี 2546 ส่วนกิจกรรมที่ทำนอกเหนือจากแผนเดิมคือ การสำรวจข้อมูลพื้นฐานบางประการของเกษตรกรผู้เลี้ยงโคเนื้อในเขตพื้นที่ลุ่มน้ำปากพนัง โดยการใช้แบบสอบถามให้เกษตรกรตอบและส่งกลับคืนจำนวน 122 ชุด ได้รับคืน 85 ชุด ซึ่งเป็นอีกรูปแบบหนึ่งของการศึกษาทางระบาดวิทยา โดยเนื้อหาในแบบสอบถามนอกจากมีข้อมูลจำเพาะของเกษตรกรแล้ว ยังประกอบด้วยรูปแบบการเลี้ยงสัตว์ ประวัติการเคลื่อนย้ายสัตว์ และคำถามเกี่ยวกับโรคแท้งติดต่อ ซึ่งนอกจากจะทราบทัศนคติของเกษตรกรเกี่ยวกับสัตว์ที่เป็นโรคแล้ว ยังสามารถนำข้อมูลที่ได้ไปอธิบายถึงสาเหตุและปัจจัยที่มีผลต่อการแพร่กระจายของโรคแท้งติดต่อ

    ปี 2548 ได้รับงบประมาณจำนวน 265,000 บาท กิจกรรมการสำรวจและเฝ้าระวังสุขภาพโคเนื้อมีวิธีการดำเนินงานที่ต่างไปจากเดิม เนื่องจากในช่วงที่จะปฏิบัติงานจังหวัดนครศรีธรรมราชกำลังเผชิญกับการระบาดของโรคปากเท้าเปื่อยในโคเนื้อ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในพื้นที่ลุ่มน้ำปากพนังซึ่งมีการเลี้ยงโคหนาแน่น การเจาะเลือดเพื่อสำรวจโรคจะต้องนำโคมาร่วมกันตามจุดนัดหมาย ซึ่งมีโอกาสที่จะทำให้การแพร่กระจายของโรคเป็นไปอย่างกว้างขวาง ทางศูนย์ฯได้เล็งเห็นถึงผลกระทบข้อนี้ จึงปรับรูปแบบกิจกรรมโคเนื้อเป็นการให้ความรู้เกี่ยวกับโรคและการป้องกันโรคที่สำคัญ อันได้แก่ โรคแท้งติดต่อ โรคปากและเท้าเปื่อย โรคพยาธิใบไม้ในตับ และโรคอื่นๆที่ทางพื้นที่ประสบปัญหาหรือมีข้อสงสัย และยังได้ทำการสำรวจโรคแท้งติดต่อโดยวิธีการสัมภาษณ์ ส่วนการสำรวจโรคพยาธิใบไม้ในตับยังสามารถดำเนินการได้ โดยให้เกษตรกรเก็บอุจจาระมาส่งตรวจในวันที่ศูนย์ฯออกปฏิบัติงาน นอกจากนี้ยังสนับสนุนเวชภัณฑ์และแร่ธาตุก้อน และทำการถ่ายพยาธิโดยการแจกยาให้ไปถ่ายพยาธิโคที่บ้าน มีเกษตรกรเข้าร่วมโครงการ 354 ราย โค 3,9673 ตัว กิจกรรมสำรวจและเฝ้าระวังสุขภาพโคนม ได้ดำเนินการสำรวจโรคในโคนม 159 ตัว (โรคแท้งติดต่อ โรควัณโรค โรคพยาธิในเลือดและพยาธิใบไม้ในตับ) เฝ้าระวังการตกค้างของยาปฏิชีวนะในน้ำนม สำรวจและเฝ้าระวังโรคเต้านมอักเสบ บริการถ่ายพยาธิ สนับสนุนเวชภัณฑ์และแร่ธาตุก้อน ส่วนกิจกรรมสำรวจและเฝ้าระวังสุขภาพแพะตามแผนมีเป้าการปฏิบัติงาน 300 ตัว แต่เนื่องจากในขณะนั้นมีข่าวการระบาดของโรคแท้งติดต่อในแพะ ประกอบกับจากข้อมูลการเฝ้าระวังทางระบาดวิทยาพบการเกิดโรคแท้งติดต่อในหลายจังหวัด ทางศูนย์ฯจึงปรับแผนการสำรวจโรคแพะเพิ่มขึ้นเพื่อให้ครอบคลุมพื้นที่เลี้ยงแพะในเขตลุ่มน้ำ โดยมียอดการสำรวจจำนวน 1,487 ตัว มีเกษตรกรร่วมโครงการทั้งสิ้น 113 ราย พบแพะเป็นโรคจำนวน 11 ตัว นอกจากนี้ยังสำรวจพยาธิในทางเดินอาหาร ให้บริการถ่ายพยาธิ สนับสนุนเวชภัณฑ์และแร่ธาตุก้อน กิจกรรมที่ทำนอกเหนือจากแผนที่วางไว้คือการสำรวจข้อมูลพื้นฐานเกี่ยวกับการเลี้ยงสัตว์ ประวัติการเคลื่อนย้ายแพะ และการสำรวจอาการของโรคแท้งติดต่อโดยการสัมภาษณ์ สำหรับกิจกรรมอบรมเกษตรกรเป้าหมายจำนวน 50 ราย ได้ทำร่วมกับกิจกรรมโคเนื้อซึ่งได้อบรมเกษตรกรไปทั้งสิ้น 354 ราย

หลักการและเหตุผล  

พื้นที่ลุ่มน้ำปากพนังจังหวัดนครศรีธรรมราชครอบคลุมพื้นที่ 10 อำเภอ ได้แก่อำเภอปากพนัง อำเภอหัวไทร อำเภอเชียรใหญ่ อำเภอเฉลิมพระเกียรติ อำเภอชะอวด อำเภอร่อนพิบูลย์ อำเภอจุฬาภรณ์ และพื้นที่บางส่วนของอำเภอเมือง อำเภอลานสกา และอำเภอพระพรหม อาชีพหลักของเกษตรกรส่วนใหญ่จะอยู่ในภาคเกษตรกรรม ได้แก่ ทำนาข้าว ปลูกไม้ผลและยางพารา ร่วมกับการเลี้ยงสัตว์ มีบางส่วนทำการประมง ในอดีตพื้นที่แถบลุ่มน้ำเป็นพื้นที่ที่มีความอุดมสมบูรณ์เหมาะแก่การเพาะปลูก รายได้ส่วนใหญ่ของเกษตรกรจึงมาจากภาคเกษตรกรรม แต่ในปัจจุบันประสบปัญหาจากสภาพทางธรรมชาติ ดินขาดความอุดมสมบูรณ์ ปัญหาดินเค็ม เนื่องจากน้ำเค็มบุกรุกเข้าเขตน้ำจืด ซึ่งสาเหตุส่วนหนึ่งเกิดจากการเลี้ยงกุ้งในเขตพื้นที่น้ำจืดและพื้นที่เพาะปลูก ทำให้การทำการเกษตรให้ผลผลิตต่ำ รายได้น้อย เกษตรกรมีฐานะยากจนลง  พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงมีพระราชดำริให้แก้ไขปัญหาพื้นที่ลุ่มน้ำปากพนังอย่างเร่งด่วน ทางส่วนราชการที่เกี่ยวข้องจึงได้จัดทำโครงการพัฒนาพื้นที่ลุ่มน้ำปากพนังตามแนวพระราชดำหริ โดยมุ่งเน้นการแก้ไขปัญหาน้ำเค็มโดยการสร้างประตูระบายน้ำ การส่งเสริมทางด้านการเกษตร การปศุสัตว์และการประมงเป็นอาชีพเสริม ในส่วนปศุสัตว์ได้มีการส่งเสริมเกี่ยวกับการเลี้ยงสัตว์ตั้งแต่ปี 2537 ทางศูนย์ฯได้เข้าร่วมโครงการในปี 2539 ดังได้กล่าวไว้ข้างต้น โดยมีกิจกรรมสำรวจและเฝ้าระวังโรคโคเนื้อเป็นกิจกรรมเริ่มแรก ต่อมาเมื่อมีการส่งเสริมการเลี้ยงโคนมและแพะ จึงได้ขยายกิจกรรมให้ครอบคลุมทั้งโคนมและแพะ โดยโรคที่ให้ความสำคัญเป็นโรคที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพสัตว์ ได้แก่โรคติดเชื้อ โรคพยาธิ โรคเต้านมอักเสบ และยังรวมถึงโรคที่ติดต่อระหว่างสัตว์และคนได้แก่ โรควัณโรค โรคแท้งติดต่อ และโรคมงคล่อเทียม เป็นต้น และในปัจจุบันหันมาให้ความสนใจต่อคุณภาพชีวิตของผู้บริโภคมากขึ้น จึงมีกิจกรรมการตรวจยาปฏิชีวนะตกค้างในน้ำนม

ในปัจจุบันเกษตรกรส่วนใหญ่เริ่มหันมาเลี้ยงสัตว์เพิ่มมากขึ้นจนเป็นอาชีพหลักควบคู่กับการเกษตร เนื่องจากปัญหาดินขาดความอุดมสมบูรณ์ การเลิกเลี้ยงกุ้งในพื้นที่น้ำจืด ประกอบกับมูลค่าของสัตว์เพิ่มมากขึ้น จากการลงพื้นที่และการสอบถามเกษตรกรที่ร่วมโครงการในปีที่ผ่านมาซึ่งเคยเลี้ยงกุ้งบางราย พบว่าหันมายึดอาชีพเลี้ยงสัตว์เป็นอาชีพหลัก เนื่องจากที่ดินที่เคยทำนากุ้งไม่สามารถใช้ประโยชน์ทางการเกษตรได้ ในปี 2548 มีโครงการปรับเปลี่ยนอาชีพในพื้นที่เลี้ยงกุ้ง ซึ่งกิจกรรมทางด้านปศุสัตว์จะเป็นกิจกรรมส่งเสริมการเลี้ยงสัตว์ เมื่อมีการเลี้ยงสัตว์เพิ่มมากขึ้น มีการนำเข้าพันธุ์สัตว์จากแหล่งต่างๆ ทำให้เพิ่มโอกาสในการนำเชื้อโรคเข้ามาสู่ฝูงปศุสัตว์ในพื้นที่ และทำให้โอกาสการแพร่กระจายของโรคเพิ่มมากขึ้นได้ด้วย เช่น โรคแท้งติดต่อ ในโคพบเป็นปัญหาที่ส่งผลกระทบต่อผลผลิตและสุขภาพของโคโดยตรง คือ ทำให้โคที่เป็นโรคแท้งลูก ผสมไม่ติด และยังเป็นโรคติดต่อระหว่างสัตว์และคนอีกด้วย ในปี 2546 จากรายงานการเฝ้าระวังทางระบาดวิทยาพบการเกิดโรคในโคจังหวัดนครศรีธรรมราชประมาณ 10% จากการสำรวจโคทั้งหมด 1,574 ตัว และพบรายงานการเกิดโรคในคนซึ่งติดโรคจาแพะในจังหวัดราชบุรีซึ่งติดโรคจากการดื่มนมแพะที่ไม่ผ่านการต้ม และต่อมาพบการเกิดโรคทั้งในคนและในแพะที่จังหวัดสตูลซึ่งเกิดจากการช่วยทำคลอดแพะ ในปี 2547 พบการเกิดโรคทั้งในโคและแพะในอีกหลายจังหวัดในพื้นที่ภาคใต้โดยพบโรคในแพะคิดเป็น 0.6% และ 2.84 ในโคเนื้อ ในปี 2548 จากการเฝ้าระวังโรคตั้งแต่เดือนมกราคม-มิถุนายน พบการเกิดโรคแท้งติดต่อในภาคใต้ในแพะ 2.19% ในโคนม 0.3%             ในโคเนื้อ 2.51% ส่วนในจังหวัดนครศรีธรรมราชพบโรคในแพะ 1.82% และ 4.24% ในโคเนื้อ และในเดือนสิงหาคมมีการรายงานการเกิดโรคแท้งติดต่อในฟาร์มแพะขนาดใหญ่ในจังหวัดกาญจนบุรี  ซึ่งพบคนงานในฟาร์มติดโรคด้วย  จากการสืบค้นข้อมูลพบว่าการเกิดโรคในแพะส่วนใหญ่จะเกิดจากสัตว์เคลื่อนย้าย จะเห็นได้ว่ากิจกรรมการสำรวจและเฝ้าระวังโรคมีความสำคัญและจะต้องดำเนินควบคู่ไปกับกิจกรรมส่งเสริมการเลี้ยงสัตว์ เพื่อเฝ้าระวังการเกิดโรคอุบัติใหม่และเพื่อติดตามโรคอุบัติซ้ำ อีกทั้งยังได้ทราบสภาวะโรคในพื้นที่และใช้เป็นข้อมูลในการควบคุมและป้องกันโรคต่อไป โดยจะต้องดำเนินการอย่างต่อเนื่องและมีระบบต่อไปภายหลังการส่งเสริม

เป้าหมาย

    เพื่อให้สัตว์ในโครงการและสัตว์ในพื้นที่ของเกษตรกรในพื้นที่ลุ่มน้ำปากพนังมีสุขภาพดี ส่งผลให้ได้ผลผลิตเพิ่มขึ้น โดยการควบคุม กำจัด หรือลดอุบัติการณ์ของโรคหรือปัญหาสุขภาพ และเป็นไปตามคำขวัญที่ว่า “สัตว์ปลอดโรคผู้บริโภคปลอดภัย”

วัตถุประสงค์

1. เพื่อเสริมสร้างและเฝ้าระวังสุขภาพโคเนื้อ โคนม และแพะของเกษตรกรในพื้นที่ลุ่มน้ำปากพนัง                                              

2. สำรวจและเฝ้าระวังโรคที่อาจเกิดขึ้นทั้งโรคที่มีความสำคัญทางเศรษฐกิจและโรคติดต่อระหว่างสัตว์และคน เพื่อใช้เป็นข้อมูลในการป้องกันและกำจัดโรค               

3 .เพื่อแก้ไขปัญหาสุขภาพสัตว์                                                                                   

4. ดำเนินการและสนับสนุนกิจกรรมต่างๆทางด้านสุขภาพสัตว์                                                                  

5. เพื่อเสริมสร้างความปลอดภัยให้แก่เกษตรกรและผู้บริโภค

พื้นที่ดำเนินการ

    10 อำเภอ ได้แก่อำเภอปากพนัง อำเภอหัวไทร อำเภอเชียรใหญ่ อำเภอเฉลิมพระเกียรติ อำเภอชะอวด อำเภอร่อนพิบูลย์ อำเภอจุฬาภรณ์ อำเภอเมือง อำเภอลานสกา และอำเภอพระพรหม

ระยะเวลาดำเนินการ        

    ตุลาคม 2548-กันยายน 2549

กิจกรรม/วิธีดำเนินการ

1. กิจกรรมสำรวจและเฝ้าระวังสุขภาพโคเนื้อ

1.1 สำรวจและเฝ้าระวังโรคแท้งติดต่อ โรคพยาธิใบไม้ในตับ โรคพยาธิใบไม้ในเลือด และโรคพยาธิในเลือด                                        

1.2 ตรวจเยี่ยมและให้คำแนะนำด้านสุขภาพสัตว์                                                                       

1.3 บริการถ่ายพยาธิในทางเดินอาหาร                                                                             

1.4 สนับสนุนเวชภัณฑ์และแร่ธาตุก้อน

2. กิจกรรมสำรวจและเฝ้าระวังสุขภาพโคนม

2.1 สำรวจและเฝ้าระวังโรคแท้งติดต่อ โรคท้องเสียเรื้อรัง โรควัณโรค โรคพยาธิใบไม้ในตับ โรคพยาธิใบไม้ในเลือด และโรคพยาธิในเลือด                      

2.2 สำรวจและเฝ้าระวังโรคเต้านมอักเสบและทดสอบความไวของยาต่อเชื้อจุลชีพที่ก่อโรคเต้านมอักเสบ                                         

2.3 สำรวจและเฝ้าระวังการตกค้างของยาปฏิชีวนะในน้ำนมรายฟาร์ม                                                          

2.4 ตรวจเยี่ยมและให้คำแนะนำด้านสุขภาพสัตว์                                                                        

2.5 สนับสนุนเวชภัณฑ์และแร่ธาตุก้อน

3. กิจกรรมสำรวจและเฝ้าระวังสุขภาพแพะ

3.1 สำรวจและเฝ้าระวังโรคแท้งติดต่อ โรคมงคล่อเทียม โรคข้อและสมองอักเสบ (Capri arthritis encephalitis, CAE) และโรคพยาธิในทางเดินอาหาร              

3.2 บริการกำจัดพยาธิภายในและพยาธิภายนอก                                                                       

3.3 สนับสนุนเวชภัณฑ์และแร่ธาตุก้อน                                                                             

3.4 ตรวจเยี่ยมและให้คำแนะนำด้านสุขภาพสัตว์

แผนปฏิบัติงาน

กิจกรรม

กำหนดเวลา

เป้าหมาย (หน่วยวัด)

พื้นที่ดำเนินงาน

ขั้นเตรียมการ

 

 

 

1. นำเสนอโครงการเพื่อของบประมาณ

ก.ย.-ต.ค. 2548

 

 

2. ประชุมชี้แจงการดำเนินงานแก่เจ้าหน้าที่ผู้ร่วมปฏิบัติงาน และประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

พ.ย. 2548

 

 

3. จัดซื้อ จัดหาอุปกรณ์และเวชภัณฑ์สำหรับใช้ในการดำเนินโครงการฯ

พ.ย. 48-ส.ค. 49

 

 

ขั้นตอนการปฏิบัติงาน

 

 

 

1. กิจกรรมสำรวจและเฝ้าระวังสุขภาพโคเนื้อ

ม.ค.-ก.ค. 2549

4,000 ตัว

10 อำเภอในเขตลุ่มน้ำ

1.1 สำรวจและเฝ้าระวังโรคแท้งติดต่อ

“

4,000 ตัว

 

1.2 สำรวจและเฝ้าระวังโรคพยาธิในเลือด

“

1,500 ตัว

 

1.3 สำรวจและเฝ้าระวังโรคพยาธิใบไม้ในตับ

“

1,500 ตัว

 

1.4 ถ่ายพยาธิภายใน

“

4,000 ตัว

 

1.5 ตรวจเยี่ยมและให้คำแนะนำด้านสุขภาพสัตว์

“

30 ครั้ง

 

1.6 สนับสนุนเวชภัณฑ์และแร่ธาตุก้อน

“

400 ราย

 

2. กิจกรรมสำรวจและเฝ้าระวังสุขภาพโคนม

ธ.ค.48-ก.ย.49

150 ตัว

อ.ร่อนพิบูลย์ อ.เมือง และ อ.ลานสกา

2.1 สำรวจและเฝ้าระวังโรคแท้งติดต่อ

“

150 ตัว

 

2.2 สำรวจและเฝ้าระวังโรคท้องเสียเรื้อรัง

“

150 ตัว

 

2.3 สำรวจและเฝ้าระวังโรคพยาธิในเลือด

“

150 ตัว

 

2.4 สำรวจและเฝ้าระวังโรคพยาธิใบไม้ในตับ

“

150 ตัว

 

2.5 สำรวจและเฝ้าระวังโรควัณโรค

ธ.ค.48-ก.ย.49

150 ตัว

 

2.6 สำรวจและเฝ้าระวังโรคเต้านมอักเสบ

“

600 ตัวอย่าง/ 150 ตัว

 

2.7 สำรวจและเฝ้าระวังการตกค้างของยาปฏิชีวนะในน้ำนมรวมรายฟาร์ม

“

60 ตัวอย่าง

 

2.8 ตรวจเยี่ยมและให้คำแนะนำด้านสุขภาพสัตว์

“

10 ครั้ง

 

2.9 สนับสนุนเวชภัณฑ์และแร่ธาตุก้อน

“

15 ราย

 

2.10 ถ่ายพยาธิใบไม้ในตับ

“

30 ตัว

 

3. สำรวจและเฝ้าระวังสุขภาพแพะ

ม.ค.-ส.ค. 2549

2,000 ตัว

10 อำเภอในพื้นที่ลุ่มน้ำ

3.1 สำรวจและเฝ้าระวังโรคแท้งติดต่อ

“

2,000 ตัว

 

3.2 สำรวจและเฝ้าระวังโรคมงคล่อเทียม

“

2,000 ตัว

 

3.3 สำรวจและเฝ้าระวังโรคข้อและสมองอักเสบ (CAE)

“

1,000 ตัว

 

3.4 สำรวจและเฝ้าระวังโรคพยาธิในทางเดินอาหาร

“

1,000 ตัว

 

3.5 ตรวจเยี่ยมและให้คำแนะนำด้านสุขภาพสัตว์

“

15 ครั้ง

 

3.6 สนับสนุนเวชภัณฑ์และแร่ธาตุก้อน

“

200 ราย

 

3.7 ถ่ายพยาธิในทางเดินอาหาร

“

2,000 ตัว

 

การติดตามประเมินผล

    ผลการปฏิบัติงานการเฝ้าระวังโรคจะแจ้งผลการการทดสอบโรคให้แก่เกษตรกร และปศุสัตว์จังหวัดทราบ แต่ในกรณีที่ตรวจพบโรคติดต่อที่สำคัญจะแจ้งให้ทาง ส.ส.อ.8 และทางกรมปศุสัตว์โดยผ่านทางผู้อำนวยการสำนักควบคุมและบำบัดโรคสัตว์ทราบ 

ประโยชน์ที่ได้รับจากโครงการ

1. ทราบสถานการณ์และความชุกของโรคที่สำคัญในโคเนื้อ (โรคบรูเซลโลซิส โรคพยาธิใบไม้ในตับ โรคพยาธิในเลือด) โคนม (โรคบรูเซลโลซิส โรคพาราทูเบอร์คูโลซิส โรควัณโรค โรคพยาธใบไม้ในตับ โรคเต้านมอักเสบ) และแพะ (โรคเมลิออยโดซิส โรคบรูเซลโลซิส โรคพยาธิในทางเดินอาหาร) ซึ่งเป็นข้อมูลที่สำคัญและจำเป็นยิ่งในการวางแผนให้บริการด้านสุขภาพสัตว์ การป้องกันและการควบคุมกำจัดโรค การให้ความรู้แก่เกษตรกร รวมทั้งการวางแนวทางและมาตรการที่มีประสิทธิภาพในการควบคุม ป้องกัน หรือกำจัดโรคในปศุสัตว์ในพื้นที่ลุ่มน้ำปากพนัง

2. ส่งเสริมสุขภาพสัตว์ และลดอุบัติการณ์ของโรคใน โคเนื้อ โคนม แพะ ในเขตพื้นที่ลุ่มน้ำปากพนัง โดยเป็นผลมาจาก การทดสอบโรค การให้บริการถ่ายพยาธิ และแจกแร่ธาตุก้อนซึ่งประกอบด้วยแร่ธาตุและวิตะมิน ซึ่งจำเป็นต่อการเจริญเติบโตและเสริมสร้างความสมบูรณ์พันธุ์

3. ลดโอกาสเสี่ยงของเกษตรกรและผู้บริโภค จากโรคติดต่อจากสัตว์สู่คน เช่น โรคบรูเซลโลซิส  โรควัณโรค โดยการทดสอบโรคและคัดสัตว์ที่เป็นโรคออกจากฝูง รวมทั้ง ผลจากการสุ่มตรวจยาปฏิชีวนะตกค้างในน้ำนมเป็นประจำและต่อเนื่อง เป็นการเฝ้าระวัง และ ส่งเสริมให้มีการใช้ยาหรือสารเคมีอย่างเหมาะสม ซึ่งทำให้ ผลผลิตเช่น เนื้อ และนม มีความปลอดภัยต่อผู้บริโภค

4. เกษตรกรได้รับความรู้ด้านการป้องกันและควบคุมโรคที่สำคัญ

5. เกษตรกรได้แสดงความคิดเห็น ให้ข้อมูล และข้อเสนอแนะ ที่เป็นประโยชน์ในการพัฒนาการบริการเพื่อตอบสนองความต้องการของเกษตรกรในพื้นที่

Copyright 2004 Veterinary Research and Development Center (South Region)
Department of Livestock Development . All right reserved.

พัฒนาเว็บไซต์ โดย ศูนย์วิจัยและพัฒนาการสัตวแพทย์ภาคใต้ กรมปศุสัตว์
124/2 ม.7 ถ.ทุ่งสง-ห้วยยอด ต.ที่วัง อ.ทุ่งสง จ.นครศรีธรรมราช 80110
Tel. 0-7577-0008-9, 0-7577-0128-130 Fax. ext 102 E-mail : vrd_sp@dld.go.th 

หน้าจอจะแสดงผลได้ดีบน screen resolution 1024 * 768 pixels และ Internet Explorer ตั้งแต่ version 5.5 - 6.0
คณะทำงาน IT

   หน้าหลัก