นายอัญญรัตน์
ทิพย์ธารา
กลุ่มงานระบาดวิทยา
ความเป็นมา
![]()
ศูนย์วิจัยและพัฒนาการสัตวแพทย์ภาคใต้ ได้รับตัวอย่างสุนัขมีชีวิต จากชาวบ้านในพื้นที่ ตำบลคูหาสวรรค์ จังหวัดพัทลุง เมื่อวันที่ 16 ตุลาคม 2549 เวลา 16.10 น. ซึ่งมีอาการสงสัยว่าจะป่วยเป็นโรคพิษสุนัขบ้า จากการสอบถามประวัติอาการและการสังเกตอาการป่วย (เบื่ออาหาร อาเจียนคล้ายก้างติดต่อ กัดทุกสิ่งทุกอย่างที่ขวางหน้า และแสดงอาการอัมพาตบางส่วน) ประกอบกับสุนัขดังกล่าวมีประวัติการกัดคนจำนวน 4 คน เมื่อวันที่ 15 และ 16 ตุลาคม 2549 ซึ่งเข้าข่ายว่าจะป่วยเป็นโรคพิษสุนัขบ้า ทางศวพ.ใต้จึงทำการฆ่าสุนัขดังกล่าวและตัดหัวส่งตรวจทางห้องปฏิบัติการ ผลการตรวจทางห้องปฏิบัติการไวรัสวิทยาด้วยวิธี FA test พบว่าสุนัขเป็นโรคพิษสุนัขบ้า กลุ่มงานระบาดวิทยา จึงได้ดำเนินการสอบสวนโรคทางโทรศัพท์เพิ่มเติม เพื่อค้นหาปัจจัยเสี่ยงของการเกิดโรค และแนะนำมาตรการควบคุมและป้องกันโรคในวันที่ 17 ตุลาคม 2549
ผลการสอบสวนโรค ![]()
สุนัขพันธุ์ผสมเพศผู้ อายุประมาณ 1.5 เดือน ไม่เคยได้รับวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า เกิดจากแม่ซึ่งเป็นสุนัขจรจัด ไม่ทราบประวัติการทำวัคซีน ผู้ส่งได้นำสุนัขดังกล่าวมาจากร้านขายของชำแห่งหนึ่งในตัวอำเภอกงหรา จังหวัดพัทลุง (ใกล้กับสถานีตำรวจ) เมื่อวันที่ 3 ตุลาคม 2549 หลังจากนั้นในวันที่ 5 ตุลาคม 2549 ก็นำไปให้ญาติเลี้ยง ที่ ต.คูหาสวรรค์ จังหวัดพัทลุง ในวันที่ 12 ตุลาคม 2549 ญาติของผู้ส่งเริ่มสังเกตเห็นสุนัขแสดงอาการเบื่ออาหาร ซึม และอาเจียนคล้ายก้างติดคอ แต่เข้าใจว่าสุนัขป่วยเนื่องจากการอาบน้ำ ในวันที่ 13 ตุลาคม 2549 สุนัขอาการทรุดลงจึงได้นำไปพบสัตวแพทย์ที่คลินิกรักษาสัตว์ข้างบ้าน สัตวแพทย์สันนิฐานว่าสุนัขป่วยด้วยโรคลำไส้อักเสบ ในวันที่ 14 ตุลาคม 2549 ลูกชายทั้ง 2 คนของผู้ส่ง ถูกลูกสุนัขดังกล่าวกัด จึงได้นำเด็กทั้ง 2 คน ไปพบแพทย์และเข้ารับการฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าภายหลังสัมผัสเชื้อร่วมกับวัคซีนป้องกันโรคบาดทะยักที่โรงพยาบาล สุนัขเริ่มแสดงอาการดุร้าย และอาการอาเจียนคล้ายก้างติดคอรุนแรงขึ้น ญาติของผู้ส่งจึงได้นำสุนัขไปพบสัตวแพทย์คนเดิมและได้วางยาสลบเพื่อล้วงคอ เนื่องจากสงสัยว่าสุนัขก้างติดคอ แต่ก็ไม่พบสิ่งที่สงสัย ในวันที่ 15 ต.ค. 2549 สุนัขเริ่มแสดงอาการอัมพาตบางส่วน ภรรยาของผู้ส่งถูกสุนัขกัดและเด็กในละแวกข้างเคียงโดนกัดอีก 1 คน จนกระทั้งในวันที่ 16 ต.ค. 2549ได้ตัดสินใจนำสุนัขดังกล่าวไปตรวจพิสูจน์ที่ ศวพ.ใต้
ข้อพิจารณา
![]()
สาเหตุของการติดเชื้อโรคพิษสุนัขบ้าในลูกสุนัขรายนี้สามารถสันนิฐานได้ 2 ประเด็น คือ ประการแรกลูกสุนัขอาจได้รับเชื้อโรคพิษสุนัขบ้ามาจากพื้นที่อำเภอกรงหราโดยได้รับเชื้อจากการโดนสุนัขที่เป็นโรคพิษสุนัขบ้ากัด เนื่องจากบริเวณดังกล่าวเป็นร้านค้าในเขตชุมชน และเลี้ยงสุนัขแบบปล่อย ทำให้มีโอกาสสัมผัสเชื้อจากสุนัขจรจัด หรือลูกสุนัขอาจได้รับเชื้อจากแม่สุนัขระหว่างเลี้ยงลูก โดยพบว่าหลังจากลูกชายของผู้ส่งโดนสุนัขกัด เมื่อสอบถามไปยังอำเภอกงหราได้รับคำบอกกล่าวว่าแม่สุนัขหายไป แต่ลูกสุนัขครอกเดียวกันอีก 2-3 ตัว ซึ่งได้รับการฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า และลูกสุนัขที่ได้จ่ายแจกให้กับชาวบ้านในละแวกข้างเคียงยังคงมีอาการปกติ สาเหตุที่ในระยะแรกสุนัขยังไม่แสดงอาการป่วยในระหว่างที่ถูกนำไปเลี้ยงที่อำเภอเมือง อาจเนื่องจากอยู่ในระยะฟักตัวของเชื้อ ประการที่ 2 ลูกสุนัขได้รับเชื้อจากการโดนสุนัขจรจัดที่อำเภอเมืองกัด เนื่องจากในวันที่ 7 กันยายน 2549 ศวพ.ใต้ ตรวจพบโรคพิษสุนัขบ้าในสุนัขจรจัด ซึ่งอาศัยอยู่ในตลาดท่ามิหร่ำ เทศบาลเมืองพัทลุง ห่างจากจุดเกิดโรคครั้งนี้ประมาณ 2 กิโลเมตร ลูกสุนัขที่เกิดจากแม่สุนัขที่ไม่เคยได้รับวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า มีความเสี่ยงต่อการติดเชื้อโรคพิษสุนัขบ้าสูงหากโดนสัตว์ที่มีเชื้อโรคพิษสุนัขบ้ากัด ดังนั้นควรแนะนำให้ผู้เลี้ยงตระหนักถึงอันตรายที่อาจเกิดขึ้น และเตรียมการป้องกันโรคโดยการนำสุนัขไปฉีดวัคซีน ซึ่งสามารถทำได้ตั้งแต่ลูกสุนัขอายุน้อยกว่า 1 เดือน แต่จะต้องฉีดกระตุ้นซ้ำบ่อยครั้งขึ้นทุก 2-4 สัปดาห์ จนกว่าจะมีอายุครบ 3 เดือน และกระตุ้นอีกครั้งที่อายุ 6 เดือน หลังจากนั้นควรนำสุนัขไปรับวัคซีนอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง
สังเกตได้ว่าอาการที่พบได้บ่อยในสุนัขที่เป็นโรคพิษสุนัขบ้าคือ อาการอาเจียนคล้ายก้างติดคอ ในลูกสุนัขบ่อยครั้งที่เจ้าของสัตว์หรือแม้กระทั่งสัตวแพทย์ผู้ให้การรักษาเองเข้าใจผิดคิดว่าสุนัขดังกล่าวก้างติดคอ และได้พยายามเปิดปากสัตว์เพื่อล้วงหาสิ่งแปลกปลอม หากทำการโดยความระมัดระวังและมีการป้องกันที่ถูกต้องก็จะไม่เกิดปัญหา แต่พบว่าบ่อยครั้งที่กระทำไปโดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์หรือประมาท ซึ่งอาจส่งผลร้ายต่อผู้ปฎิบัติได้
แนวทางการควบคุมป้องกันโรคคือ ดำเนินการติดตามสอบสวนและประชาสัมพันธ์เพื่อค้นหาผู้สัมผัสโรคจากสุนัขทั้งที่อำเภอเมืองและอำเภอกงหรา เพื่อให้ผู้สัมผัสเชื้อที่มีความเสี่ยงสูงหรือผู้ที่ถูกสุนัขต้องสงสัยกัดในระหว่างเดือนตุลาคม 2549 เข้าพบแพทย์เพื่อรับวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า ติดตามเฝ้าระวังอาการของลูกสุนัขร่วมครอกทุกตัวและแม่สุนัขที่อำเภอกงหรา กระตุ้นภูมิคุ้มกันให้แก่สุนัขในรัศมี 5 กิโลเมตรรอบจุดเกิดโรค และประชาสัมพันธ์ให้มีการฉีดวัคซีนอย่างต่อเนื่องเป็นประจำทุกปี ร่วมกับการควบคุมประชาการสุนัขจรจัดทั้ง 2 จุด เพื่อลดปัญหาสุนัขจรจัด ส่วนผู้สัมผัสเชื้อทั้ง 4 ราย ทางศวพ.ใต้ได้แนะนำให้ไปพบแพทย์เพื่อรับการฉีด Hyperimmune serum
![]()
![]()
![]()
![]()
![]()
|
Copyright 2004 Veterinary Research and Development
Center (South Region)
|