รายงานสัตว์ป่วย : โรคท็อกโซพลาสโมซิสในลูกสุกร (Case report: Toxoplasmosis in piglet)

 

นายอัญญรัตน์ ทิพย์ธารา นางสาวอรพรรณ อาจคำภา*

*กลุ่มงานระบาดวิทยา

ประวัติสัตว์ป่วย

    ฟาร์มเลี้ยงสุกรแห่งหนึ่งตั้งอยู่ในเขตอำเภอเฉลิมพระเกียรติ จังหวัดนครศรีธรรมราช พื้นที่โดยรอบเป็นที่พักอาศัย มีแม่สุกรทั้งหมด 10 ตัว และมีลูกสุกรอายุระหว่าง 4- 6 สัปดาห์ จำนวน 73 ตัว เป็นฟาร์มเลี้ยงสุกรแบบหลังบ้าน เลี้ยงสัตว์หลายชนิดได้แก่ กระต่าย ไก่ และแมว    โรงเรือนสุกรเป็นพื้นปูน หลังคามุงกระเบื้อง ใช้อาหารสำเร็จรูปร่วมกับพืชผักที่สามารถหาได้ในท้องที่ ใช้น้ำจากบ่อขุด แม่สุกรได้รับวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าเทียมเชื้อตายในขณะตั้งท้อง 75 วัน ในวันที่ 17 พฤศจิกายน 2549 ลูกสุกรอายุประมาณ 4 สัปดาห์ เริ่มแสดงอาการถ่ายเหลว หายใจหอบ ซึม เบื่ออาหาร และตายในวันที่ 20 พฤศจิกายน 2549 โดยมีอัตราการป่วยและอัตราการตาย 4.82% (4/83) และ 19.28% (16/83) ตามลำดับ เจ้าของสัตว์ได้ไปปรึกษาเจ้าหน้าที่ปศุสัตว์ในพื้นที่ และให้การรักษาโดยฉีดยาแอมพิซิลิน+โคลิสติน และยาบำรุง เข้ากล้ามเนื้อ ลูกสุกรบางส่วนแสดงอาการดีขึ้น บางส่วนเริ่มทยอยตาย และได้ส่งตรวจที่ศูนย์วิจัยและพัฒนาการสัตวแพทย์ภาคใต้ในวันที่ 27 พฤศจิกายน 2549

ผลการตรวจทางห้องปฏิบัติการ

    ผลการผ่าซากพบการอักเสบที่กล้ามเนื้อบริเวณลำคอ พบ yellow-brown pigment บริเวณเยื่อหุ้มสมอง ปอดอักเสบ และพบจุดสีขาวเล็กๆกระจายทั่วเนื้อปอด ผลการตรวจทางไวรัสวิทยา ไม่พบเชื้อไวรัสโรคอหิวาต์สุกรจากการตรวจโดยวิธี  FA test ส่วนผลทางแบคทีเรียวิทยาพบการติดเชื้อแบคทีเรียหลายชนิดที่กล้ามเนื้อคอ และพบเชื้อแบคทีเรีย สเตร็ปโตค็อกคัส นิวโมเนีย (Streptococcus pneumoniae) ที่อวัยวะภายใน ซึ่งมีความไวต่อยา อะม็อกซี่ซิลิน+คาร์วูลานิกแอซิด เซฟฟาโลธิน เจนต้ามัยซิน และแวนโคมัยซิน และมีความไวปานกลางต่อยาแอมพิซิลิน ด็อกซี่ซัยคลิน นอร์ฟล็อกซาซิน เพนิวิลิน และซัลฟาตรัยเมทโธปริม ผลการตรวจทางจุลพยาธิวิทยา พบเชื้อโปรโตซัว ท็อกโซพลาสมา     กอนดิอาย  (Toxoplasma gondii) ระยะ trachyzoite ที่ปอด

สรุป

    สุกรติดโรคท็อกโซพลาสโมซิส (Toxoplasmosis) ร่วมกับติดเชื้อ Streptococcus pneumoniae (S. pneumoniae)

ข้อเสนอแนะ

    ได้แนะนำให้เกษตรกรให้ยาซัลฟาตรัยเมทโธปริมแก่สุกรทุกตัวที่อยู่ในฟาร์ม ในขนาด 15-30 มิลลิกรัม/กิโลกรัม ติดต่อกัน 7-14 วัน เพื่อกำจัดเชื้อท็อกโซพลาสมา และรักษาโรคติดเชื้อ S. pneumonia  และแนะนำให้ปรับปรุงด้านสุขาภิบาลเพื่อควบคุมและป้องกันโรค ได้แก่  การล้างคอกและทำความสะอาดคอกและอุปกรณ์โดยใช้ยาฆ่าเชื้อ การพักคอก และการควบคุมแมวไม่ให้เข้าไปในพื้นที่เลี้ยงสุกร สาเหตุของการติดเชื้อในครั้งนี้น่าจะเกิดจากการกินอาหารและน้ำที่ปนเปื้อนเชื้อซึ่งขับออกมาพร้อมกับอุจจาระแมวซึ่งเลี้ยงอยู่ในบริเวณฟาร์ม

 

 

 

 

 

 

โรคท็อกโซพลาสโมซิสเกิดจากเชื้อ Toxoplasma gondii ซึ่งเป็นเชื้อโปรโตซัวที่อาศัยภายในเซลล์ สามารถพบโรคได้ในสัตว์เลือดอุ่นหลายชนิดทั่วโลก จัดเป็นโรคติดต่อระหว่างสัตว์และคนที่สำคัญ และพบเป็นโรคแทรกซ้อนในผู้ป่วยที่มีระบบภูมิคุ้มกันบกพร่อง พบว่าแมวและสัตว์ตระกูลแมวเป็นแหล่งรังโรคตามธรรมชาติของเชื้อ T. gondii ทำให้เกิดการแพร่กระจายโรคไปยังสุกรและสัตว์อื่นๆ การกินโอโอซิสต์ที่ขับจากแมวจัดเป็นทางติดต่อที่สำคัญในฟาร์มสุกร นอกจากนี้ยังพบว่าสุกรติดโรคจากการกินหนูติดเชื้อ และจากพฤติกรรมที่แม่สุกรกินลูกตัวเอง (cannibalism) ส่วนการติดต่อผ่านทางรกเกิดได้น้อย6 ในคนส่วนใหญ่จะติดโรคจากการกินเนื้อดิบหรือปรุงแบบสุกๆดิบ โดยพบว่าเนื้อสุกรเป็นแหล่งแพร่เชื้อที่สำคัญ

สุกรจัดว่ามีความไวต่อการเป็นโรคสูง ในสภาวะที่เกิดการระบาดพบว่าสุกรทุกอายุสามารถติดโรคได้ สุกรอายุน้อยกว่า 12 สัปดาห์จะมีความไวมากที่สุด สุกรที่ติดเชื้อส่วนใหญ่มักจะไม่แสดงอาการ5 การติดเชื้อในช่วงตั้งท้องอาจทำให้แม่สุกรแท้งลูก ลูกกรอก และเกิดความผิดปกติในลูกสุกรแรกเกิด การติดโรคผ่านรกทำให้คลอดลูกก่อนกำหนด ลูกตายแรกคลอด คลอดลูกอ่อนแอ ลูกที่รอดชีวิตอาจแสดงอาการท้องเสียชัก เดินไม่สัมพันธ์กัน ไอ และอาจจะตายหลังคลอด ส่วนในสุกรอายุ 2-4 สัดาห์ อาจมีอาการไข้ ซูบผอม หอบ ไอ และแสดงอาการทางระบบประสาท สามารถพบรอยโรคได้ที่ปอด ตับ หัวใจ และรกของลูกแท้ง  จากการทดลองป้อนเชื้อพบจำนวนเม็ดเลือดขาวชนิดลิมโพไซด์ในสุกรลดลงหลังจากป้อนเชื้อ 6 วัน

     จากการประมาณพบว่า 1/3 ของประชากรมนุษย์มีการสัมผัสเชื้อ T. gondii การติดเชื้อส่วนใหญ่เป็นแบบไม่แสดงอาการ แต่ถ้าติดเชื้อช่วงตั้งท้องอาจทำให้เกิดความผิดปกติของตัวอ่อน เช่นเดียวกับในผู้ป่วยที่เป็นโรคภูมิคุ้มกันบกพร่องจะก่อโรครุนแรง อัตราการตรวจเชื้อ T. gondii ในสุกรมีความแตกต่างกันในแต่ละพื้นที่ จากการสำรวจความชุกของเชื้อในสุกรจากโรงฆ่าสัตว์ทั่วโลกในช่วงระยะเวลา 10 ปี พบว่าอยู่ระหว่าง 5.2% - 28.8% และพบความชุกลดลงในหลายประเทศได้แก่ประเทศออสเตรีย สหรัฐอเมริกา และไต้หวัน สืบเนื่องมาจากระบบการจัดการฟาร์มแนวใหม่ ในประเทศไทยมีรายงานการพบโรคในสุกรครั้งแรกเมื่อปีค.. 1967 ส่วนในภาคใต้มีรายงานการพบโรคครั้งแรกโดย Nichikawa et al.

    การวินิจฉัยโรค สามารถทำได้หลายวิธีได้แก่ การแยกเชื้อในหนูขาว การตรวจทางซีรั่มวิทยา การตรวจทางจุลพยาธิวิทยา และการตรวจโดยวิธี PCR การรักษาอาจใช้ยาไพริเมทธามีน หรือยาไตรเทโธปริมร่วมกับยาซัลฟา การป้องกันโรคโดยเน้นการจัดการด้ายสุขาภิบาล ร่วมกับการควบคุมสัตว์พาหะนำโรคอันได้แก่ แมว และหนู

 

 

 

Copyright 2004 Veterinary Research and Development Center (South Region)
Department of Livestock Development . All right reserved.

พัฒนาเว็บไซต์ โดย ศูนย์วิจัยและพัฒนาการสัตวแพทย์ภาคใต้ กรมปศุสัตว์
124/2 ม.7 ถ.ทุ่งสง-ห้วยยอด ต.ที่วัง อ.ทุ่งสง จ.นครศรีธรรมราช 80110
Tel. 0-7577-0008-9, 0-7577-0128-130 Fax. ext 102 E-mail : vrd_sp@dld.go.th 

หน้าจอจะแสดงผลได้ดีบน screen resolution 1024 * 768 pixels และ Internet Explorer ตั้งแต่ version 5.5 - 6.0
คณะทำงาน IT

   หน้าหลัก