|
|
||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||
|
มาตรการการประหยัดใช้พลังงานศูนย์วิจัยและพัฒนาการสัตวแพทย์ภาคใต้ |
||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||
|
การใช้ไฟฟ้าและแสงสว่าง 1. การใช้ไฟฟ้าในหน่วยงาน 1.1 ให้เปิดไฟบริเวณทางเดิน เฉลียง ช่องบันได และห้องสุขาเท่าที่จำเป็น 1.2 ปิดไฟเมื่อเวลาพักเที่ยง หรือเลิกการใช้งานในบริเวณนั้น ยกเว้นสำหรับผู้ปฏิบัติงานในเวลาหยุดพักกลางวัน ให้เปิดได้เฉพาะเท่าที่จำเป็น 1.3 ลดจำนวนหลอดไฟในบริเวณที่อาศัยแสงสว่างจากธรรมชาติได้ 1.4 แยกสวิทช์ควบคุมการเปิด-ปิดหลอดไฟ โดยใช้ 1 สวิทซ์ ควบคุม 1 หลอดไฟ 1.5 ใช้อุปกรณ์ไฟฟ้าคุณภาพสูง เช่น หลอดประหยัดไฟ และบัลลาสต์โลว์ลอส แทนหลอดไส้และบัลลาสต์ขดลวด เป็นต้น 1.6 บำรุงรักษาอุปกรณ์ไฟฟ้าแสงสว่างอย่างต่อเนื่องและสม่ำเสมอ โดยทำความสะอาดฝาครอบโคม หลอดไฟ แผ่นสะท้อนแสงในโคม และบำรุงรักษาอุปกรณ์ไฟฟ้าแสงสว่างอย่างสม่ำเสมอและต่อเนื่องทุก 3-6 เดือน 1.7 ห้ามมิให้เจ้าหน้าที่เปิดใช้ห้องทำงานในวันหยุดราชการ เว้นแต่ได้รับอนุมัติให้ปฏิบัติงานนอกเวลาราชการ 1.8 ก่อนเลิกงานในแต่ละวันให้ปิดสวิทซ์ทุกดวงในห้องทำงาน 2. การใช้อุปกรณ์สำนักงาน 2.1 เครื่องคอมพิวเตอร์ 2.1.1 อินเตอร์เน็ต เปิดเวลา 9.00-12.00 น. และ 13.00 - 16.00 น. 2.1.2 ปิดเครื่องคอมพิวเตอร์หลังจากเลิกงานและถอดปลั๊กออกด้วย 2.1.3 ตั้งโปรแกรมปิดหน้าจอภาพอัตโนมัติ เมื่อไม่ได้ใช้งานนานเกินกว่า 15 นาที หรือไม่ได้ใช้งานเกิน 1 ชม. ให้ปิดเครื่อง 2.1.4 เปลี่ยนจอภาพเป็น lcd จากเดิมเป็น crt 2.2 เครื่องถ่ายเอกสาร 2.2.1 ให้มีการควบคุมการถ่ายเอกสารเท่าที่จำเป็น ตั้งแต่เวลา 10.00 -12.00 น.และเวลา 14.00 - 16.00 น. 2.2.2 ปิดเครื่องถ่ายเอกสารหลังจากเลิกงานและถอดปลั๊กออกด้วย 2.3 เครื่องปรับอากาศ 2.3.1 ให้เปิดเครื่องปรับอากาศตั้งแต่เวลา 10.00 น. 12.00 น. และเวลา 13.00 16.00 (ปิดเครื่องปรับอากาศเวลา 12.00 น. 13.00 น. และก่อนเวลาเลิกงาน 30 นาที) 2.3.2 ตั้งอุณหภูมิเครื่องปรับอากาศที่ 25-26 องศาเซลเซียส ในบริเวณพื้นที่ทำงานทั่วไปและพื้นที่ส่วนกลาง 2.3.3 เมื่อเปิดเครื่องปรับอากาศควรปิดพัดลมระบายอากาศทุกครั้ง 2.3.4 ทำความสะอาดแผ่นกรองอากาศและคอยส์ทำความเย็นอย่างน้อยเดือนละ 1 ครั้ง และทำความสะอาดแผงระบายความร้อนทุก 6 เดือน ยกเว้น - ห้องปฏิบัติการที่จำเป็นต้องมีการควบคุมอุณหภูมิ - ห้องปฏิบัติการที่ดำเนินกิจกรรมการทดสอบอยู่ - ห้องปฏิบัติการที่มีกิจกรรมทดสอบนอกเวลาทำการ ซึ่งได้รับอนุญาตจาก ผอ. ศูนย์หรือตัวแทน หมายเหตุ ในช่วงนอกเวลาทำการให้บุคลากรแต่ละกลุ่มงานใช้ห้องที่มีเครื่องปรับอากาศตัวเดียวร่วมกัน 2.4 การใช้น้ำ 2.4.1 การผลิตและการใช้น้ำประปาจะมีการใช้พลังงานไฟฟ้าอยู่ทุกขั้นตอน ดังนั้นการใช้น้ำอย่างประหยัด จะเป็นการลดการใช้พลังงานไฟฟ้าด้วยอีกทางหนึ่ง 2.4.2 สำรวจตรวจสอบและทำการเปลี่ยนหรือซ่อมแซม ปั๊มน้ำ ระบบการจ่ายน้ำ เช่น ท่อประปา วาวล์ ก๊อกน้ำ ระบบสุขภัณฑ์ เช่น หัวฉีดชำระ ขอบยางและลูกลอยชักโครก ที่ชำรุดหรือเสื่อมสภาพและปล่อยให้มีการรั่วไหลของน้ำ เป็นจำนวนมากอย่างต่อเนื่อง 2.4.3 ติดตามปริมาณการใช้น้ำอย่างต่อเนื่อง เพื่อตรวจหาการรั่วไหล 2.4.4 เลือกใช้อุปกรณ์ประหยัดน้ำ หรือชนิดที่มีประสิทธิภาพสูง เช่น ก๊อกน้ำประหยัดน้ำ ชักโครกประหยัดน้ำ หัวฉีดชำระประหยัดน้ำ แทนอุปกรณ์ที่มีประสิทธิภาพต่ำ เมื่อเสื่อมสภาพหมดอายุการใช้งาน 2.4.5 ตรวจสอบ ซ่อมแซมรอยรั่วต่าง ๆ ของอุปกรณ์ทั้งหมด อย่างสม่ำเสมอและต่อเนื่องทั้งภายในและภายนอกอาคาร หากพบจุดที่มีการรั่วไหลให้ลงมือซ่อมแซมหรือแจ้งซ่อมทันทีเพื่อลดการสูญเสียของน้ำ 3. อื่น ๆ 3.1 ปิดเครื่องทำน้ำเย็นก่อนเวลาเลิกงาน 30 นาที 3.2 งดใช้เครื่องใช้ไฟฟ้าเพื่อความบันเทิงส่วนตัว 3.3 ใช้พัดลมส่วนตัวเท่าที่จำเป็น ปิดทุกครั้งที่ลุกจากที่นั่งหรือหมดความจำเป็นต้องใช้ ปิดและถอดปลั๊กก่อนกลับบ้านทุกวัน 3.4 ตรวจตราดูแลทำความสะอาดตู้เย็นอย่างสม่ำเสมอ แช่เฉพาะสิ่งของที่จำเป็น ปิดประตูตู้เย็นให้สนิททุกครั้ง 3.5 ใช้เครื่องใช้ไฟฟ้าสำนักงานได้เฉพาะที่มีความจำเป็น และเมื่อหมดความจำเป็นต้องใช้ ให้ดึงปลั๊กออก และห้ามเสียบปลั๊กทิ้งไว้โดยเด็ดขาด 3.6 กระติกน้ำร้อนไม่เสียบปลั๊กค้างเพื่ออยู่ในระบบอุ่นให้ใช้ต้มเดือดอย่างเดียว
การใช้ยานพาหนะและน้ำมันเชื้อเพลิง 1. การเตรียมพร้อมก่อนใช้ยานพาหนะ 1.1 วางแผนก่อนการเดินทาง ใช้เส้นทางลัดหรือศึกษาเส้นทางที่จะไป ทางไหนใกล้ที่สุด และใช้เวลาน้อยที่สุด หรือใช้อุปกรณ์สื่อสารแทนการเดินทาง 1.2 ตรวจเช็ครอยรั่วและสิ่งผิดปกติก่อนการใช้ยานพาหนะ 1.3 เติมลมยางให้ได้มาตรฐานที่กำหนดและตรวจเช็คลมยางสม่ำเสมออย่างน้อยสัปดาห์ละ 1 ครั้ง 1.4 จัดเส้นทางการเดินรถ โดยทางเดียวกัน ไปด้วยกัน (CAR POOL) 1.5 ไม่ควรบรรทุกหรือเก็บสัมภาระสิ่งของที่ไม่จำเป็นมาก ๆ ไว้ในรถ 2. การใช้ยานพาหนะ 2.1 ต้องไม่เปิดสวิทซ์เครื่องปรับอากาศและไฟหน้ารถในขณะสตาร์ทเครื่องยนต์ 2.2 ไม่อุ่นเครื่องยนต์ก่อนขับเคลื่อนตัวรถ เพียงแต่ออกตัวรถเบา ๆ 1-2 กิโลเมตร เครื่องยนต์จะอุ่นเอง 2.3 ใช้เครื่องปรับอากาศอย่างถูกวิธี ไม่ปรับอุณหภูมิให้เย็นจนเกินไป ปิดสวิทซ์ความเย็นก่อนถึงที่หมาย 2-3 นาที และเปิดพัดลมแรงสุด ช่วยลดความชื้นในตู้แอร์ลดการเกิดเชื้อราในตู้แอร์ และตู้แอร์ผุช้า ช่วยประหยัดน้ำมัน 2.4 ใช้เกียร์ให้สัมพันธ์ กับรอบเครื่องยนต์ ไม่ขับรถลากเกียร์ การขับรถลากเกียร์ทำให้รอบไม่คงที่ เครื่องยนต์ร้อน เกิดสึกหรอง่าย 2.5 ขับรถทางธรรมดาด้วยความเร็วไม่เกิน 90 กม./ชม. 2.6 รถยนต์ที่ใช้น้ำมันดีเซล ให้เปลี่ยนไปใช้ไบโอดีเซล , รถยนต์ที่ใช้น้ำมันเบนซิน 91 ให้เปลี่ยนไปใช้แก๊ซโซฮอลแทน 2.7 ไม่ควรติดเครื่องยนต์ขณะจอดรถคอย 3. การบำรุงรักษาหลังการใช้ยานพาหนะ 3.1 ตรวจเช็ครถยนต์ตามเวลาที่กำหนด 3.2 ปรับแต่งเครื่องยนต์เพื่อประหยัดพลังงานทุก 6 เดือน 3.3 ตรวจเช็คและเติมลมยางให้เหมาะสมกับรถยนต์ตามเกณฑ์ของผู้ผลิต 3.4 ไส้กรองอากาศอุดตัน สิ้นเปลืองน้ำมัน ควรทำความสะอาดไส้กรองอากาศทุก 2,500 กิโลเมตร และเปลี่ยนทุก 20,000 กิโลเมตร หากขับรถในที่มีฝุ่นมาก ควรหมั่นทำความสะอาดบ่อยขึ้น 3.5 ตรวจสอบระดับน้ำมันเครื่อง และน้ำกลั่นในแบตเตอรี่ให้อยู่ในระดับที่กำหนด รวมถึงระดับน้ำในหม้อน้ำ สำหรับน้ำมันเครื่องควรเปลี่ยนถ่ายตามระยะเวลาที่กำหนด 4. อื่น ๆ 4.1 ภายในปี พ.ศ. 2553ให้รถราชการทุกคันใช้ก๊าซโซฮอล์ (เฉพาะจังหวัดที่มีก๊าซโซฮอล์จำหน่าย) แทนออกเทน 95 4.2 ใช้รถ NGV เพื่อทดแทนน้ำมัน โดยการจัดหารถ NGV ใหม่ หรือนำรถเก่าติดตั้งอุปกรณ์ NGV ตามแผนประหยัดพลังงาน ปี พ.ศ. 2548 พ.ศ. 2553 4.3 จัดระเบียบการใช้รถในการส่งเอกสารและหนังสือราชการ เช่น เวลาที่ชัดเจน มีการจัดเส้นทางและคัดแยกเอกสารที่จะต้องจัดส่งให้ประหยัดและมีประสิทธิภาพ
4.4 ลดการเดินทางลงโดยใช้การติดต่อสื่อสารอื่นแทน เช่น โทรศัพท์ โทรสาร ไปรษณีย์ จดหมายอิเล็กทรอนิกส์ หรือใช้บริการเอกสารและพัสดุ แทนการส่งด้วยตนเอง
Copyright 2004
Veterinary Research and Development Center (South Region)
|