Veterinary research and development center (Southern Region)

  โครงการพัฒนาพื้นที่ลุ่มน้ำปากพนังอันเนื่องมาจากพระราชดำริ  
 

ความเป็นมาของโครงการ ลุ่มน้ำปากพนังเคยมีความอุดมสมบูรณ์ เป็นอู่ข้าวอู่น้ำที่สำคัญของภาคใต้ในอดีต มีความเสื่อมโทรมลงด้วยหลายสาเหตุ เช่น การบุกรุกทำลายแหล่งต้นน้ำลำธาร ก่อให้เกิดน้ำท่วมในฤดูฝนและขาดแคลนน้ำในฤดูแล้ง ปัญหาน้ำเค็มรุกตัวส่งผลกระทบต่อการทำนา ปัญหาการเลี้ยงกุ้งกุลาดำปล่อยน้ำเสียลงในแหล่งน้ำธรรมชาติ และการทำลายป่าชายเลน ทำให้เกิดความขัดแย้งของราษฎรในพื้นที่ พระบาทสมเด็จ-พระเจ้าอยู่หัวทรงห่วงใยความเดือดร้อนทุกข์ยากของราษฎร จึงมีพระราชดำริให้กรมชลประทานดำเนินการแก้ไข และบรรเทาความเดือดร้อนจากอุทกภัยในพื้นที่เพาะปลูกบริเวณลุ่มน้ำปากพนังโดยเร่งด่วน และได้มีพระราชดำริในการแก้ไขปัญหาโครงการพัฒนาพื้นที่ลุ่มน้ำปากพนัง สรุปดังนี้
1. ให้กรมชลประทานร่วมกับหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้องดำเนินการแก้ไข และบรรเทาปัญหาน้ำท่วมพื้นที่เพาะปลูกในบริเวณลุ่มน้ำปากพนัง โดยปรับปรุงคลองธรรมชาติและขุดคลองใหม่เพื่อระบายน้ำลงสู่ทะเล และก่อสร้างประตูระบายน้ำเพื่อกักน้ำจืดและป้องกันน้ำเค็ม และแยกส่วนนากุ้งและนาข้าวออกจากกัน     
2. เร่งก่อสร้างประตูเริ่มต้นและเป็นจุดหลักในการแก้ปัญหาการขาดแคลนน้ำจืด สำหรับทำการเกษตรการอุปโภคบริโภคในฤดูแล้ง ปัญหาน้ำทะเลรุกตัวในฤดูแล้งและปัญหาน้ำท่วมที่ทำกินของราษฎร
3. ตั้งศูนย์ศึกษาเฉพาะกิจที่บริเวณประตูระบายน้ำหน้าโกฏิ เพื่อทำการทดลองเลี้ยงและวิจัยด้านประมงแบบครบวงจร       

4. พิจารณากำหนดแนวเขตเพื่อแยกพื้นที่น้ำจืดและน้ำเค็มให้แน่นอน โดยให้พื้นที่บริเวณฝั่งตะวันออกของคลองปากพนังเป็นพื้นที่น้ำเค็ม พร้อมทั้งก่อสร้างอาคารประกอบเพื่อป้องกันน้ำจืดและน้ำเค็มปะปนกัน
รวมทั้งก่อสร้างระบบชลประทานน้ำเค็มเพื่อการเลี้ยงกุ้งและสัตว์น้ำเค็มอื่นๆตามความเหมาะสม   

5 . ควรทำโครงการชลประทานปากพนังโดยด่วน เพราะโครงการนี้จะช่วยให้เราคุมน้ำได้ กล่าวคือจะสามารถแยกพื้นที่เลี้ยงกุ้ง (ซึ่งต้องใช้น้ำเค็ม) กับพื้นที่เพาะปลูก (ซึ่งต้องใช้น้ำจืด) ในบริเวณคลองชะอวด ทั้งยังแก้ปัญหาน้ำเสียจากพรุควนเครงทำนองเดียวกับการแก้ปัญหาที่พรุโต๊ะแดง ถ้ายังไม่ทำโครงการชลประทาน จะไม่ สามารถแก้ปัญหาเรื่องการเลี้ยงกุ้งหรือปัญหาอื่นๆ ได้
 

 
 

วัตถุประสงค์ของโครงการ
1. เพื่อป้องกันการบุกรุกตัวของน้ำเค็มในแม่น้ำปากพนัง และเพื่อให้เป็นแหล่งน้ำจืดและบรรเทาความขาดแคลนน้ำสำหรับการอุปโภคบริโภค การเกษตรและอื่นๆ ในเขตพื้นที่โครงการรวมถึงการเก็บกักน้ำในลำน้ำใหญ่ และลำน้ำสาขา การเก็บน้ำในพื้นที่ต้นน้ำลำธารและในพื้นที่น้ำขัง การเก็บกักน้ำใต้ดิน    
2. เพื่อบรรเทาอุทกภัยทั้งในพื้นที่และในบริเวณชุมชนเมืองให้มีประสิทธิภาพสูงขึ้น           
 
3. เพื่อปรับปรุงระบบชลประทานเดิมและพัฒนาระบบชลประทานใหม่ เนื่องจากมีแหล่งน้ำจืดเพิ่มขึ้น     
4. เพื่อปรับปรุงฐานะความเป็นอยู่สภาพเศรษฐกิจ และสังคมของราษฎรในพื้นที่โครงการฯ ให้ดีขึ้น
 

 
  วัตถุประสงค์ในการดำเนินงานด้านปศุสัตว์ เพื่อพัฒนาและส่งเสริมอาชีพการเลี้ยงสัตว์ให้แก่เกษตรกรในพื้นที่โครงการ ให้สามารถทำการลี้ยงสัตว์เพื่อผลิตอาหารโปรตีน บริโภค และจำหน่ายเป็นรายได้ เสริมหรือรายได้หลักของครัวเรือน ให้เกษตรกรมีชีวิตและความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น
 
 
 

วิธีการดำเนินงาน
1. ฝึกอบรมเกษตรกรให้มีความรู้เรื่องการเลี้ยงสัตว์ การสุขาภิบาลและการป้องกันโรคระบาดสัตว์ 
2. ส่งเสริมอาชีพการเลี้ยงสัตว์โดยการจัดตั้งกลุ่มผู้เลี้ยงสัตว์ ให้การสนับสนุนพันธุ์สัตว์ อาหารสัตว์ วัคซีน เวชภัณฑ์ ปรับปรุงพันธุ์สัตว์ของเกษตรกรให้มีพันธุ์และคุณภาพดีขึ้น    
3. ส่งเสริมการปลูกพืชอาหารสัตว์ สำหรับไว้ใช้เองและเพื่อการจำหน่าย และสนับสนุนการจัดเตรียมอาหารสัตว์สำรองไว้ใช้ในยามขาดแคลน                      
4. สำรวจสภาวะโรคโค แพะ และพัฒนาสุขภาพสัตว์เลี้ยงของเกษตรกรให้สมบูรณ์แข็งแรงอยู่เสมอ
 

 
  หลักการและเหตุผล พื้นที่ลุ่มน้ำปากพนังจังหวัดนครศรีธรรมราชครอบคลุมพื้นที่ 10 อำเภอ ได้แก่อำเภอปากพนัง อำเภอหัวไทร อำเภอเชียรใหญ่ อำเภอเฉลิมพระเกียรติ อำเภอชะอวด อำเภอร่อนพิบูลย์ อำเภอจุฬาภรณ์ และพื้นที่บางส่วนของอำเภอเมือง อำเภอลานสกา และอำเภอพระพรหม อาชีพหลักของเกษตรกรส่วนใหญ่จะอยู่ในภาคเกษตรกรรม ได้แก่ ทำนาข้าว ปลูกไม้ผลและยางพารา ร่วมกับการเลี้ยงสัตว์ มีบางส่วนทำการประมง ในอดีตพื้นที่แถบลุ่มน้ำเป็นพื้นที่ที่มีความอุดมสมบูรณ์เหมาะแก่การเพาะปลูก รายได้ส่วนใหญ่ของเกษตรกรจึงมาจากภาคเกษตรกรรม แต่ในปัจจุบันประสบปัญหาจากสภาพทางธรรมชาติ ดินขาดความอุดมสมบูรณ์ ปัญหาดินเค็ม เนื่องจากน้ำเค็มบุกรุกเข้าเขตน้ำจืด ซึ่งสาเหตุส่วนหนึ่งเกิดจากการเลี้ยงกุ้งในเขตพื้นที่น้ำจืดและพื้นที่เพาะปลูก ทำให้การทำการเกษตรให้ผลผลิตต่ำ รายได้น้อย เกษตรกรมีฐานะยากจนลง  พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงมีพระราชดำริให้แก้ไขปัญหาพื้นที่ลุ่มน้ำปากพนังอย่างเร่งด่วน ทางส่วนราชการที่เกี่ยวข้องจึงได้จัดทำโครงการพัฒนาพื้นที่ลุ่มน้ำปากพนังตามแนวพระราชดำหริ โดยมุ่งเน้นการแก้ไขปัญหาน้ำเค็มโดยการสร้างประตูระบายน้ำ การส่งเสริมทางด้านการเกษตร การปศุสัตว์และการประมงเป็นอาชีพเสริม ในส่วนปศุสัตว์ได้มีการส่งเสริมเกี่ยวกับการเลี้ยงสัตว์ตั้งแต่ปี 2537 ทางศูนย์ฯได้เข้าร่วมโครงการในปี 2539 ดังได้กล่าวไว้ข้างต้น โดยมีกิจกรรมสำรวจและเฝ้าระวังโรคโคเนื้อเป็นกิจกรรมเริ่มแรก ต่อมาเมื่อมีการส่งเสริมการเลี้ยงโคนมและแพะ จึงได้ขยายกิจกรรมให้ครอบคลุมทั้งโคนมและแพะ โดยโรคที่ให้ความสำคัญเป็นโรคที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพสัตว์ ได้แก่โรคติดเชื้อ โรคพยาธิ โรคเต้านมอักเสบ และยังรวมถึงโรคที่ติดต่อระหว่างสัตว์และคนได้แก่ โรควัณโรค โรคแท้งติดต่อ และโรคมงคล่อเทียม เป็นต้น และในปัจจุบันหันมาให้ความสนใจต่อคุณภาพชีวิตของผู้บริโภคมากขึ้น จึงมีกิจกรรมการตรวจยาปฏิชีวนะตกค้างในน้ำนม ในปัจจุบันเกษตรกรส่วนใหญ่เริ่มหันมาเลี้ยงสัตว์เพิ่มมากขึ้นจนเป็นอาชีพหลักควบคู่กับการเกษตร เนื่องจากปัญหาดินขาดความอุดมสมบูรณ์ การเลิกเลี้ยงกุ้งในพื้นที่น้ำจืด ประกอบกับมูลค่าของสัตว์เพิ่มมากขึ้น จากการลงพื้นที่และการสอบถามเกษตรกรที่ร่วมโครงการในปีที่ผ่านมาซึ่งเคยเลี้ยงกุ้งบางราย พบว่าหันมายึดอาชีพเลี้ยงสัตว์เป็นอาชีพหลัก เนื่องจากที่ดินที่เคยทำนากุ้งไม่สามารถใช้ประโยชน์ทางการเกษตรได้ ในปี 2548 มีโครงการปรับเปลี่ยนอาชีพในพื้นที่เลี้ยงกุ้ง ซึ่งกิจกรรมทางด้านปศุสัตว์จะเป็นกิจกรรมส่งเสริมการเลี้ยงสัตว์ เมื่อมีการเลี้ยงสัตว์เพิ่มมากขึ้น มีการนำเข้าพันธุ์สัตว์จากแหล่งต่างๆ ทำให้เพิ่มโอกาสในการนำเชื้อโรคเข้ามาสู่ฝูงปศุสัตว์ในพื้นที่ และทำให้โอกาสการแพร่กระจายของโรคเพิ่มมากขึ้นได้ด้วย เช่น โรคแท้งติดต่อ ในโคพบเป็นปัญหาที่ส่งผลกระทบต่อผลผลิตและสุขภาพของโคโดยตรง คือ ทำให้โคที่เป็นโรคแท้งลูก ผสมไม่ติด และยังเป็นโรคติดต่อระหว่างสัตว์และคนอีกด้วย ในปี 2546 จากรายงานการเฝ้าระวังทางระบาดวิทยาพบการเกิดโรคในโคจังหวัดนครศรีธรรมราชประมาณ 10% จากการสำรวจโคทั้งหมด 1,574 ตัว และพบรายงานการเกิดโรคในคนซึ่งติดโรคจาแพะในจังหวัดราชบุรีซึ่งติดโรคจากการดื่มนมแพะที่ไม่ผ่านการต้ม และต่อมาพบการเกิดโรคทั้งในคนและในแพะที่จังหวัดสตูลซึ่งเกิดจากการช่วยทำคลอดแพะ ในปี 2547 พบการเกิดโรคทั้งในโคและแพะในอีกหลายจังหวัดในพื้นที่ภาคใต้โดยพบโรคในแพะคิดเป็น 0.6% และ 2.84 ในโคเนื้อ ในปี 2548 จากการเฝ้าระวังโรคตั้งแต่เดือนมกราคม-มิถุนายน พบการเกิดโรคแท้งติดต่อในภาคใต้ในแพะ 2.19% ในโคนม 0.3% ในโคเนื้อ 2.51% ส่วนในจังหวัดนครศรีธรรมราชพบโรคในแพะ 1.82% และ 4.24% ในโคเนื้อ และในเดือนสิงหาคมมีการรายงานการเกิดโรคแท้งติดต่อในฟาร์มแพะขนาดใหญ่ในจังหวัดกาญจนบุรี  ซึ่งพบคนงานในฟาร์มติดโรคด้วย จากการสืบค้นข้อมูลพบว่าการเกิดโรคในแพะส่วนใหญ่จะเกิดจากสัตว์เคลื่อนย้าย จะเห็นได้ว่ากิจกรรมการสำรวจและเฝ้าระวังโรคมีความสำคัญและจะต้องดำเนินควบคู่ไปกับกิจกรรมส่งเสริมการเลี้ยงสัตว์ เพื่อเฝ้าระวังการเกิดโรคอุบัติใหม่และเพื่อติดตามโรคอุบัติซ้ำ อีกทั้งยังได้ทราบสภาวะโรคในพื้นที่และใช้เป็นข้อมูลในการควบคุมและป้องกันโรคต่อไป โดยจะต้องดำเนินการอย่างต่อเนื่องและมีระบบต่อไปภายหลังการส่งเสริม  
  เป้าหมาย เพื่อให้สัตว์ในโครงการและสัตว์ในพื้นที่ของเกษตรกรในพื้นที่ลุ่มน้ำปากพนังมีสุขภาพดี ส่งผลให้ได้ผลผลิตเพิ่มขึ้น โดยการควบคุม กำจัด หรือลดอุบัติการณ์ของโรคหรือปัญหาสุขภาพ และเป็นไปตามคำขวัญที่ว่า “สัตว์ปลอดโรคผู้บริโภคปลอดภัย”  
 

 วัตถุประสงค์
1. เพื่อเสริมสร้างและเฝ้าระวังสุขภาพโคเนื้อ โคนม และแพะของเกษตรกรในพื้นที่ลุ่มน้ำปากพนัง   
2. สำรวจและเฝ้าระวังโรคที่อาจเกิดขึ้นทั้งโรคที่มีความสำคัญทางเศรษฐกิจและโรคติดต่อระหว่างสัตว์และคน เพื่อใช้เป็นข้อมูลในการป้องกันและกำจัดโรค      
3 .เพื่อแก้ไขปัญหาสุขภาพสัตว์     

4.
ดำเนินการและสนับสนุนกิจกรรมต่างๆทางด้านสุขภาพสัตว์                      

5. เพื่อเสริมสร้างความปลอดภัยให้แก่เกษตรกรและผู้บริโภค
 

 
  พื้นที่ดำเนินการ 10 อำเภอ ได้แก่อำเภอปากพนัง อำเภอหัวไทร อำเภอเชียรใหญ่ อำเภอเฉลิมพระเกียรติ อำเภอชะอวด อำเภอร่อนพิบูลย์ อำเภอจุฬาภรณ์ อำเภอเมือง อำเภอลานสกา และอำเภอพระพรหม  
 

กิจกรรม/วิธีดำเนินการ
1. กิจกรรมสำรวจและเฝ้าระวังสุขภาพโคเนื้อ

    1.1 สำรวจและเฝ้าระวังโรคแท้งติดต่อ โรคพยาธิใบไม้ในตับ โรคพยาธิใบไม้ในเลือด และโรคพยาธิในเลือด   
   
1.2 ตรวจเยี่ยมและให้คำแนะนำด้านสุขภาพสัตว์   
   
1.3 บริการถ่ายพยาธิในทางเดินอาหาร                    
   
1.4 สนับสนุนเวชภัณฑ์และแร่ธาตุก้อน

2. กิจกรรมสำรวจและเฝ้าระวังสุขภาพโคนม

    2.1 สำรวจและเฝ้าระวังโรคแท้งติดต่อ โรคท้องเสียเรื้อรัง โรควัณโรค โรคพยาธิใบไม้ในตับ โรคพยาธิใบไม้ในเลือด และโรคพยาธิในเลือด
   
2.2 สำรวจและเฝ้าระวังโรคเต้านมอักเสบและทดสอบความไวของยาต่อเชื้อจุลชีพที่ก่อโรคเต้านมอักเสบ         
   
2.3 สำรวจและเฝ้าระวังการตกค้างของยาปฏิชีวนะในน้ำนมรายฟาร์ม    

    2.4
ตรวจเยี่ยมและให้คำแนะนำด้านสุขภาพสัตว์
     

    2.5 สนับสนุนเวชภัณฑ์และแร่ธาตุก้อน

3. กิจกรรมสำรวจและเฝ้าระวังสุขภาพแพะ

  
3.1 สำรวจและเฝ้าระวังโรคแท้งติดต่อ โรคมงคล่อเทียม โรคข้อและสมองอักเสบ (Capri arthritis encephalitis, CAE) และโรคพยาธิในทางเดินอาหาร

    3.2 บริการกำจัดพยาธิภายในและพยาธิภายนอก   
    3.3 สนับสนุนเวชภัณฑ์และแร่ธาตุก้อน     
    3.4 ตรวจเยี่ยมและให้คำแนะนำด้านสุขภาพสัตว์
 

 
  การติดตามประเมินผล ผลการปฏิบัติงานการเฝ้าระวังโรคจะแจ้งผลการการทดสอบโรคให้แก่เกษตรกร และปศุสัตว์จังหวัดทราบ แต่ในกรณีที่ตรวจพบโรคติดต่อที่สำคัญจะแจ้งให้ทาง ส.ส.อ.8 และทางกรมปศุสัตว์โดยผ่านทางผู้อำนวยการสำนักควบคุมและบำบัดโรคสัตว์ทราบ 
 
 
 

ประโยชน์ที่ได้รับจากโครงการ
1. ทราบสถานการณ์และความชุกของโรคที่สำคัญในโคเนื้อ (โรคบรูเซลโลซิส โรคพยาธิใบไม้ในตับ โรคพยาธิในเลือด) โคนม (โรคบรูเซลโลซิส โรคพาราทูเบอร์คูโลซิส โรควัณโรค โรคพยาธใบไม้ในตับ โรคเต้านมอักเสบ) และแพะ (โรคเมลิออยโดซิส โรคบรูเซลโลซิส โรคพยาธิในทางเดินอาหาร) ซึ่งเป็นข้อมูลที่สำคัญและจำเป็นยิ่งในการวางแผนให้บริการด้านสุขภาพสัตว์ การป้องกันและการควบคุมกำจัดโรค การให้ความรู้แก่เกษตรกร รวมทั้งการวางแนวทางและมาตรการที่มีประสิทธิภาพในการควบคุม ป้องกัน หรือกำจัดโรคในปศุสัตว์ในพื้นที่ลุ่มน้ำปากพนัง
2. ส่งเสริมสุขภาพสัตว์ และลดอุบัติการณ์ของโรคใน โคเนื้อ โคนม แพะ ในเขตพื้นที่ลุ่มน้ำปากพนัง โดยเป็นผลมาจาก การทดสอบโรค การให้บริการถ่ายพยาธิ และแจกแร่ธาตุก้อนซึ่งประกอบด้วยแร่ธาตุและวิตะมิน ซึ่งจำเป็นต่อการเจริญเติบโตและเสริมสร้างความสมบูรณ์พันธุ์
3. ลดโอกาสเสี่ยงของเกษตรกรและผู้บริโภค จากโรคติดต่อจากสัตว์สู่คน เช่น โรคบรูเซลโลซิส  โรควัณโรค โดยการทดสอบโรคและคัดสัตว์ที่เป็นโรคออกจากฝูง รวมทั้ง ผลจากการสุ่มตรวจยาปฏิชีวนะตกค้างในน้ำนมเป็นประจำและต่อเนื่อง เป็นการเฝ้าระวัง และ ส่งเสริมให้มีการใช้ยาหรือสารเคมีอย่างเหมาะสม ซึ่งทำให้ ผลผลิตเช่น เนื้อ และนม มีความปลอดภัยต่อผู้บริโภค
4. เกษตรกรได้รับความรู้ด้านการป้องกันและควบคุมโรคที่สำคัญ
5. เกษตรกรได้แสดงความคิดเห็น ให้ข้อมูล และข้อเสนอแนะ ที่เป็นประโยชน์ในการพัฒนาการบริการเพื่อตอบสนองความต้องการของเกษตรกรในพื้นที่

 

 
  Copyright 2004 Veterinary Research and Development Center (South Region)
Department of Livestock Development . All right reserved.
พัฒนาเว็บไซต์ โดย ศูนย์วิจัยและพัฒนาการสัตวแพทย์ภาคใต้ กรมปศุสัตว์
124/2 ม.7 ถ.ทุ่งสง-ห้วยยอด ต.ที่วัง อ.ทุ่งสง จ.นครศรีธรรมราช 80110
 Tel.
0-7577-0008-9, 0-7577-0128-130 Fax. ext 102    E-mail : vrd_sp@dld.go.th
คณะทำงาน IT
 
 
หน้าหลัก