![]() |
||
|
Veterinary research and development center (Southern Region) |
||
| โครงการพัฒนาพื้นที่ลุ่มน้ำปากพนังอันเนื่องมาจากพระราชดำริ | ||
|
ความเป็นมาของโครงการ
ลุ่มน้ำปากพนังเคยมีความอุดมสมบูรณ์ เป็นอู่ข้าวอู่น้ำที่สำคัญของภาคใต้ในอดีต
มีความเสื่อมโทรมลงด้วยหลายสาเหตุ เช่น การบุกรุกทำลายแหล่งต้นน้ำลำธาร
ก่อให้เกิดน้ำท่วมในฤดูฝนและขาดแคลนน้ำในฤดูแล้ง
ปัญหาน้ำเค็มรุกตัวส่งผลกระทบต่อการทำนา
ปัญหาการเลี้ยงกุ้งกุลาดำปล่อยน้ำเสียลงในแหล่งน้ำธรรมชาติ
และการทำลายป่าชายเลน ทำให้เกิดความขัดแย้งของราษฎรในพื้นที่
พระบาทสมเด็จ-พระเจ้าอยู่หัวทรงห่วงใยความเดือดร้อนทุกข์ยากของราษฎร
จึงมีพระราชดำริให้กรมชลประทานดำเนินการแก้ไข
และบรรเทาความเดือดร้อนจากอุทกภัยในพื้นที่เพาะปลูกบริเวณลุ่มน้ำปากพนังโดยเร่งด่วน
และได้มีพระราชดำริในการแก้ไขปัญหาโครงการพัฒนาพื้นที่ลุ่มน้ำปากพนัง
สรุปดังนี้ |
||
|
วัตถุประสงค์ของโครงการ |
||
|
วัตถุประสงค์ในการดำเนินงานด้านปศุสัตว์
เพื่อพัฒนาและส่งเสริมอาชีพการเลี้ยงสัตว์ให้แก่เกษตรกรในพื้นที่โครงการ
ให้สามารถทำการลี้ยงสัตว์เพื่อผลิตอาหารโปรตีน บริโภค และจำหน่ายเป็นรายได้
เสริมหรือรายได้หลักของครัวเรือน ให้เกษตรกรมีชีวิตและความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น |
||
|
วิธีการดำเนินงาน |
||
| หลักการและเหตุผล พื้นที่ลุ่มน้ำปากพนังจังหวัดนครศรีธรรมราชครอบคลุมพื้นที่ 10 อำเภอ ได้แก่อำเภอปากพนัง อำเภอหัวไทร อำเภอเชียรใหญ่ อำเภอเฉลิมพระเกียรติ อำเภอชะอวด อำเภอร่อนพิบูลย์ อำเภอจุฬาภรณ์ และพื้นที่บางส่วนของอำเภอเมือง อำเภอลานสกา และอำเภอพระพรหม อาชีพหลักของเกษตรกรส่วนใหญ่จะอยู่ในภาคเกษตรกรรม ได้แก่ ทำนาข้าว ปลูกไม้ผลและยางพารา ร่วมกับการเลี้ยงสัตว์ มีบางส่วนทำการประมง ในอดีตพื้นที่แถบลุ่มน้ำเป็นพื้นที่ที่มีความอุดมสมบูรณ์เหมาะแก่การเพาะปลูก รายได้ส่วนใหญ่ของเกษตรกรจึงมาจากภาคเกษตรกรรม แต่ในปัจจุบันประสบปัญหาจากสภาพทางธรรมชาติ ดินขาดความอุดมสมบูรณ์ ปัญหาดินเค็ม เนื่องจากน้ำเค็มบุกรุกเข้าเขตน้ำจืด ซึ่งสาเหตุส่วนหนึ่งเกิดจากการเลี้ยงกุ้งในเขตพื้นที่น้ำจืดและพื้นที่เพาะปลูก ทำให้การทำการเกษตรให้ผลผลิตต่ำ รายได้น้อย เกษตรกรมีฐานะยากจนลง พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงมีพระราชดำริให้แก้ไขปัญหาพื้นที่ลุ่มน้ำปากพนังอย่างเร่งด่วน ทางส่วนราชการที่เกี่ยวข้องจึงได้จัดทำโครงการพัฒนาพื้นที่ลุ่มน้ำปากพนังตามแนวพระราชดำหริ โดยมุ่งเน้นการแก้ไขปัญหาน้ำเค็มโดยการสร้างประตูระบายน้ำ การส่งเสริมทางด้านการเกษตร การปศุสัตว์และการประมงเป็นอาชีพเสริม ในส่วนปศุสัตว์ได้มีการส่งเสริมเกี่ยวกับการเลี้ยงสัตว์ตั้งแต่ปี 2537 ทางศูนย์ฯได้เข้าร่วมโครงการในปี 2539 ดังได้กล่าวไว้ข้างต้น โดยมีกิจกรรมสำรวจและเฝ้าระวังโรคโคเนื้อเป็นกิจกรรมเริ่มแรก ต่อมาเมื่อมีการส่งเสริมการเลี้ยงโคนมและแพะ จึงได้ขยายกิจกรรมให้ครอบคลุมทั้งโคนมและแพะ โดยโรคที่ให้ความสำคัญเป็นโรคที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพสัตว์ ได้แก่โรคติดเชื้อ โรคพยาธิ โรคเต้านมอักเสบ และยังรวมถึงโรคที่ติดต่อระหว่างสัตว์และคนได้แก่ โรควัณโรค โรคแท้งติดต่อ และโรคมงคล่อเทียม เป็นต้น และในปัจจุบันหันมาให้ความสนใจต่อคุณภาพชีวิตของผู้บริโภคมากขึ้น จึงมีกิจกรรมการตรวจยาปฏิชีวนะตกค้างในน้ำนม ในปัจจุบันเกษตรกรส่วนใหญ่เริ่มหันมาเลี้ยงสัตว์เพิ่มมากขึ้นจนเป็นอาชีพหลักควบคู่กับการเกษตร เนื่องจากปัญหาดินขาดความอุดมสมบูรณ์ การเลิกเลี้ยงกุ้งในพื้นที่น้ำจืด ประกอบกับมูลค่าของสัตว์เพิ่มมากขึ้น จากการลงพื้นที่และการสอบถามเกษตรกรที่ร่วมโครงการในปีที่ผ่านมาซึ่งเคยเลี้ยงกุ้งบางราย พบว่าหันมายึดอาชีพเลี้ยงสัตว์เป็นอาชีพหลัก เนื่องจากที่ดินที่เคยทำนากุ้งไม่สามารถใช้ประโยชน์ทางการเกษตรได้ ในปี 2548 มีโครงการปรับเปลี่ยนอาชีพในพื้นที่เลี้ยงกุ้ง ซึ่งกิจกรรมทางด้านปศุสัตว์จะเป็นกิจกรรมส่งเสริมการเลี้ยงสัตว์ เมื่อมีการเลี้ยงสัตว์เพิ่มมากขึ้น มีการนำเข้าพันธุ์สัตว์จากแหล่งต่างๆ ทำให้เพิ่มโอกาสในการนำเชื้อโรคเข้ามาสู่ฝูงปศุสัตว์ในพื้นที่ และทำให้โอกาสการแพร่กระจายของโรคเพิ่มมากขึ้นได้ด้วย เช่น โรคแท้งติดต่อ ในโคพบเป็นปัญหาที่ส่งผลกระทบต่อผลผลิตและสุขภาพของโคโดยตรง คือ ทำให้โคที่เป็นโรคแท้งลูก ผสมไม่ติด และยังเป็นโรคติดต่อระหว่างสัตว์และคนอีกด้วย ในปี 2546 จากรายงานการเฝ้าระวังทางระบาดวิทยาพบการเกิดโรคในโคจังหวัดนครศรีธรรมราชประมาณ 10% จากการสำรวจโคทั้งหมด 1,574 ตัว และพบรายงานการเกิดโรคในคนซึ่งติดโรคจาแพะในจังหวัดราชบุรีซึ่งติดโรคจากการดื่มนมแพะที่ไม่ผ่านการต้ม และต่อมาพบการเกิดโรคทั้งในคนและในแพะที่จังหวัดสตูลซึ่งเกิดจากการช่วยทำคลอดแพะ ในปี 2547 พบการเกิดโรคทั้งในโคและแพะในอีกหลายจังหวัดในพื้นที่ภาคใต้โดยพบโรคในแพะคิดเป็น 0.6% และ 2.84 ในโคเนื้อ ในปี 2548 จากการเฝ้าระวังโรคตั้งแต่เดือนมกราคม-มิถุนายน พบการเกิดโรคแท้งติดต่อในภาคใต้ในแพะ 2.19% ในโคนม 0.3% ในโคเนื้อ 2.51% ส่วนในจังหวัดนครศรีธรรมราชพบโรคในแพะ 1.82% และ 4.24% ในโคเนื้อ และในเดือนสิงหาคมมีการรายงานการเกิดโรคแท้งติดต่อในฟาร์มแพะขนาดใหญ่ในจังหวัดกาญจนบุรี ซึ่งพบคนงานในฟาร์มติดโรคด้วย จากการสืบค้นข้อมูลพบว่าการเกิดโรคในแพะส่วนใหญ่จะเกิดจากสัตว์เคลื่อนย้าย จะเห็นได้ว่ากิจกรรมการสำรวจและเฝ้าระวังโรคมีความสำคัญและจะต้องดำเนินควบคู่ไปกับกิจกรรมส่งเสริมการเลี้ยงสัตว์ เพื่อเฝ้าระวังการเกิดโรคอุบัติใหม่และเพื่อติดตามโรคอุบัติซ้ำ อีกทั้งยังได้ทราบสภาวะโรคในพื้นที่และใช้เป็นข้อมูลในการควบคุมและป้องกันโรคต่อไป โดยจะต้องดำเนินการอย่างต่อเนื่องและมีระบบต่อไปภายหลังการส่งเสริม | ||
| เป้าหมาย เพื่อให้สัตว์ในโครงการและสัตว์ในพื้นที่ของเกษตรกรในพื้นที่ลุ่มน้ำปากพนังมีสุขภาพดี ส่งผลให้ได้ผลผลิตเพิ่มขึ้น โดยการควบคุม กำจัด หรือลดอุบัติการณ์ของโรคหรือปัญหาสุขภาพ และเป็นไปตามคำขวัญที่ว่า สัตว์ปลอดโรคผู้บริโภคปลอดภัย | ||
|
วัตถุประสงค์ |
||
| พื้นที่ดำเนินการ 10 อำเภอ ได้แก่อำเภอปากพนัง อำเภอหัวไทร อำเภอเชียรใหญ่ อำเภอเฉลิมพระเกียรติ อำเภอชะอวด อำเภอร่อนพิบูลย์ อำเภอจุฬาภรณ์ อำเภอเมือง อำเภอลานสกา และอำเภอพระพรหม | ||
|
กิจกรรม/วิธีดำเนินการ |
||
|
การติดตามประเมินผล
ผลการปฏิบัติงานการเฝ้าระวังโรคจะแจ้งผลการการทดสอบโรคให้แก่เกษตรกร
และปศุสัตว์จังหวัดทราบ แต่ในกรณีที่ตรวจพบโรคติดต่อที่สำคัญจะแจ้งให้ทาง
ส.ส.อ.8
และทางกรมปศุสัตว์โดยผ่านทางผู้อำนวยการสำนักควบคุมและบำบัดโรคสัตว์ทราบ
|
||
|
ประโยชน์ที่ได้รับจากโครงการ
|
||
|
Copyright 2004
Veterinary Research and
Development Center (South Region) Department of Livestock Development . All right reserved. พัฒนาเว็บไซต์ โดย ศูนย์วิจัยและพัฒนาการสัตวแพทย์ภาคใต้ กรมปศุสัตว์ 124/2 ม.7 ถ.ทุ่งสง-ห้วยยอด ต.ที่วัง อ.ทุ่งสง จ.นครศรีธรรมราช 80110 Tel. 0-7577-0008-9, 0-7577-0128-130 Fax. ext 102 E-mail : vrd_sp@dld.go.th คณะทำงาน IT |
||